
ร้องค่าเสียหาย 1.5ล.หมอวินิจฉัยโรคผิดว่าป่วยเป็นเอดส์
เหยื่อผู้เสียหายเมืองดอกบัวเรียกเงินชดเชย 1.5 ล้านบาท หลังหมอรพ.น้ำยืนวินิจฉัยโรคผิดว่าป่วยเป็นโรคเอดส์
เหยื่อผู้เสียหายเมืองดอกบัวเรียกเงินชดเชย 1.5 ล้านบาท หลังหมอรพ.น้ำยืนวินิจฉัยโรคผิดว่าป่วยเป็นโรคเอดส์
นางคำภา และ นายสุวรรณ สิงห์สู่ ผู้เป็นสามี อยู่บ้านเลขที่ 195 หมู่ 17 บ้านศรีทอง ต.เก่าขาม อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นพ.สุรพร ลอยหา นายแพทย์สาธารณะสุขจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อขอความเป็นธรรมและค่าเสียโอกาสจากการวินิจฉัยโรคผิดของหมอโรงพยาบาลอำเภอน้ำยืน โดยแพทย์ลงความเห็นว่า นางคำภา ป่วยเป็นโรคเอดส์ ต้องใช้ชีวิตทนทุกข์ทรมานมานานยหลายปีแต่ได้รับการช่วยเหลือและเยียวเพียงเล็กน้อย
นางคำภา กล่าวว่า เมื่อเดือนเม.ย.2541 ที่ผ่านมา ซึ่งท้อง 2 เดือนได้ไปฝากครรภ์ที่ โรงพยาบาล อ.น้ำยืน ซึ่งหมอได้ตรวจเลือดและวินิจฉัยโรคลงความเห็นว่านางคำภาป่วยติดเชื้อ HIV และแพทย์ได้ให้ยา ATZ เพื่อป้องกันไม่ให้โรคร้ายไปสู่ลูก ก่อนคลอด 1 เดือนและหลังจากคลอดได้ทำการผ่าตัดทำหมันโดยการตัดท่อรังไข่เพื่อไมให้ตั้งครรภ์อีก ซึ่งหลังจากนั้นมาการใช้ชีวิตเป็นไปอย่างลำบากทรมานไม่ปกติ และมีเรื่องทะเลาะกันในครอบครัวกับสามีเป็นประจำเนื่องจากความไม่เข้าใจจนครอบครัวจะล่มสลาย
จนกระทั่งต่อมาเพื่อปี พ.ศ. 2552 นายสุวรรณ ได้ป่วยเป็นไข้ได้ไปหาหมอคลีนิค ที่ อ.เดชอุดม พร้อมขอตรวจเลือดเพื่อเช็คโรค HIV ซึ่งหมอยืนยันผลไม่ป่วยแต่อย่างใดทำให้ไม่เชื่อผลตรวจต้องตรวจซ้ำหลายครั้งรวมทั้งไปตรวจที่ รพ.สรรพสิทธิ์ประสงค์ ประจำจังหวัดอุบลราชธานีทั้ง 2 คน ซึ่งผลยืนยันทำให้เหมือนตายเกิดใหม่ได้นำผลตรวจยืนยันไปแจ้งต่อ รพ.น้ำยืน พร้อมได้ทำหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรมและค่าชดเชยที่ทำให้เสียโอกาสจากการผิดพลาดของหมอ
ทั้งนี้ได้เรียกค่าเสียหาย 1.5 ล้านบาท แต่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาเพียง 120,000 บาทจึงได้ยื่นอุธรณ์ต่อ สป.สช.สำนักงานใหญ่ ซึ่งก็ยืนยันจ่ายเพียง 120,000 บาท เห็นว่าน้อยไปและไม่เพียงพอต่อความเสียหายที่เกิดกับครอบครัว จึงตัดสินใจเข้าติดตามและร้องขอความเป็นธรรมค่าชดเชยอีกตามที่คตนเองพึงได้รับนางคำภากล่าว
ทางด้านนพ.สุรพร กล่าวหลังจากรับเรื่องร้องทุกข์ว่าเรื่องนี้ในฐานะที่เป็นเลขา สป.สช.จังหวัดอุบลราชธานีไม่นิ่งนอนใจ เพราะเรื่องนี้ได้ดำเนินการมาเป็นระยะๆตั้งแต่นพ.วุฒิไกร มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณะสุขจังหวัดคนก่อน โดยได้มีการอุธรณ์ต่อ สป.สช.สำนักงานใหญ่ซึ่งผู้ได้รับผลกระทบได้รับเงินไปแล้ว 120,000 บาทเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2552 ดังนั้นในขั้นตอนนี้ผ่านไป ส่วนที่ชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการให้บริการสาธารณะสุข ซึ่งได้ดำเนินการมา ต่อไปเมื่อผู้ได้รับผลกระทบต้องการมากกว่านี้คงต้องพึ่งศาลในการฟ้องร้องเอง
นพ.สุรพร กล่าวอีกว่า จะเจรจาพูดคุยกับผู้ได้รับผลกระทบและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่โดยหลักการเจรจา ซึ่งขอเวลา 7 วันโดยจะสรุปและทราบผลการดำเนินการว่าออกมาอย่างไรในวันพฤหัสบดีที่ 30 ก.ย. นี้







