
เล็งเช็คบิลนายทุนฮุบทะเลน้อย
ดีเอสไอเตรียมลงพื้นที่หาข้อมูลลงโทษอาญากลุ่มนายทุนครอบครองเอกสิทธิที่ดินทะเลน้อย
ดีเอสไอเตรียมลงพื้นที่หาข้อมูลลงโทษอาญากลุ่มนายทุนครอบครองเอกสิทธิที่ดินทะเลน้อย
นายสมชาย สุวรรณชาติ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จ.พัทลุง กล่าวว่า ได้ทำหนังสือยื่นถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ.) กรณีมีผู้ถือครองเอกสารสิทธิ์ ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ซึ่งมีพื้นที่ พัทลุง สงขลา และ นครศรีธรรมราช ซึ่งมีประมาณ 500 เอกสารสิทธิ์ กว่า 10,000 ไร่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอ
“ผู้ที่ถือครองเอกสารสิทธิ์ที่ดินพื้นที่ทะเลน้อย ได้ทยอยเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ไปแล้วปแระมาณ 1,269 ไร่ จำนวน 29 ฉบับ ที่เข้าถือครองเอกสารสิทธิ์ ตั้งแต่ฝั่งจ.นครศรีธรรมราช สงขลา และ จ.พัทลุง ทั้งรายย่อย และรายใหญ่ ตลอดทั้งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ทะเลน้อย มีกว่า 280,000 ไร่ ”นายสมชาย กล่าว
ทางด้านเกษตรกรผู้เลี้ยงควายรายหนึ่งในพื้นที่รอยต่อ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง กับ อ.ระโนด จ.พัทลุง กล่าวว่า พื้นที่ทะเลน้อยได้ถูกลุ่มนายทุนเข้ากว้านซื้อเป็นจำนวนมากเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว โดยระยะเริ่มแรกเข้าซื้อราคาประมาณ 3,000 บาทต่อไร่ โดยมีเอกสารใบ บภท.5 และภายหลังยังมีการออกเอกสารสิทธิ์กัน ซึ่งผู้เป็นนายหน้าขายที่ดินส่วนหนึ่งมาจากแกนนำในหมู่บ้าน
“พื้นที่ที่ถูกถือครองเอกสารสิทธิ์มาก คือฝั่ง อ.ระโนด จ.สงขลา และ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นกลุ่มทุนที่มีความสนิทสนมกับนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล เป็นผู้ถือครองรายใหญ่”เกษตรกรผู้เลี้ยงควาย กล่าว
นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้มีเบาะแสของกลุ่มผู้ถือครองที่ดินทะเลน้อย มีการเคลื่อนไหวที่จะทำการโยกย้ายนาย สมชาย สุวรรณชาติ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ทะเลน้อย ออกจากพื้นที่ เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ที่ตรงไปตรงมา จะเป็นอุปสรรคต่อการที่จะเข้าไปถือครองที่ดินทะเลน้อย พื้นที่ดินทะเลน้อยเหมาะสมที่สุดในการปลูกปาล์มน้ำมัน เพราะเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ของน้ำ







