
เผยเเล้ว! คนชกหน้ายายคือ หลานเจ้าของเรือข้ามฟาก ไม่พอใจเก็บเงินเพื่อน 5 บาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัวหนุ่มชกหน้าหญิงชรา หลังไม่พอใจถูกเรียกเก็บค่าเรือโดยสาร เเล้ว เผยเป็นหลานเจ้าของเรือข้ามฟาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัวหนุ่มชกหน้าหญิงชรา หลังไม่พอใจถูกเรียกเก็บค่าเรือโดยสารเเล้ว เผยเป็นหลานเจ้าของเรือข้ามฟาก
กรณีคลิปสังคมออนไลน์เเชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ชายหนุ่มไม่จ่ายเงินค่าเรือข้ามฟาก 5 บาท ก่อนถูกผู้ดูเเลท่าทักท้วง เเต่เจ้าตัวกลับไม่พอใจ ชกเข้าที่ใบหน้าของหญิงวัยชรา
ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสมศรี อุ่นสกุลสุข หรืออาม่า อายุ 66 ปี เเละ น.ส.มาลี ทิก่ำ อายุ 59 ปี แจ้งความร้องทุกข์เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าเรือ หลังถูกชายฉกรรจ์ทำร้ายร่ายกายจนได้รับอาการบาดเจ็บ
น.ส.มาลี กล่าวว่า เป็นพนักงานตรวจตั๋วเรือข้ามฟากอยู่ที่ท่าเรือโพธิ์ทอง ถนนสุนทรโกษา แขวงและเขตคลองเตย กทม. มานานกว่า 20 ปี ส่วนนางสมศรี เป็นเจ้าของท่าเรือและเป็นผู้เก็บค่าโดยสาร โดยท่าเรือข้ามฟากแห่งนี้มีค่าบริการท่านละ 5 บาท
ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 06.30 น. ขณะกำลังตรวจตั๋วผู้โดยสารอยู่นั้นพบนายวิทยา หรือตุ้ย ดวงดี อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นหลานของสามีได้เดินทางมาพร้อมเพื่อนชายอีก 2 ราย เพื่อจะข้ามฟากกลับบ้านพักภายในชุมชนบางกะเจ้า หมู่ 2 อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ระหว่างนั้นตนได้เดินเข้าไปเพื่อขอเรียกตรวจตั๋วจากเพื่อนของนายวิทยา
หลานชายนั้นปกติก็ข้ามฟากฟรีอยู่แล้วเพราะเป็นญาติกัน แต่จู่ๆ นายวิทยากลับพูดจาโวยวายขึ้นมาว่า “มึงจะเก็บตังค์เพื่อนกูหรอเงินแค่ 5 บาท งั้นมึงเอาไปเลย 1 พัน”
ด้วยความตกใจตนจึงหันหลังหนีเพราะไม่อยากมีปากเสียงอีกทั้งหลานชายคล้ายมีอาการมึนเมา แต่กลับถูกหลานชายปาขวดน้ำดื่มพลาสติกเข้าที่กลางหลัง ตนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเดินไปหาอาม่าที่บริเวณโต๊ะเก็บเงิน
น.ส.มาลี กล่าวต่อว่า จากนั้นหลานชายยังเดินตามตน ซึ่งอาม่าเห็นท่าไม่ดีจึงพูดห้ามว่าอย่ามีเรื่องกันเลย แต่จู่ๆนายวิทยา กลับปรี่เข้าไปต่อยเข้าที่ใบหน้าอาม่า จนเบ้าตาซ้ายเขียวช้ำและมีร่องขีดข่วนตามร่างกาย
เมื่อหลานชายทำร้ายร่างกายอาม่าจนพอใจ ได้บังคับให้คนขับเรือพาไปส่งข้ามฟากพร้อมเพื่อนอีก 2 คน ส่วนตนเห็นอาการอาม่าไม่ดีนักจึงพากันมาแจ้งความ ก่อนพาไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาล
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยหลังจากนี้จะออกหมายเรียกคู่กรณีถึง 2 ครั้ง เพื่อมาทำการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริง หากไม่มาพบตามนัดหมายก็จะดำเนินการออกหมายจับ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถแจ้งข้อหาได้เนื่องจากต้องรอผลการตรวจร่างกายจากทางแพทย์ต่อไป







