posttoday
ส่งสัญญานดันมิ่งขวัญนั่งนายกฯ

ส่งสัญญานดันมิ่งขวัญนั่งนายกฯ

24 กันยายน 2553

ตระกูล ชินวัตร ส่งสัญญาณหนุนมิ่งขวัญนั่งนายกฯ เขี่ยเฉลิมทิ้ง ชี้มีภาพนิ่มนวล เก่งเศรษฐกิจ

ตระกูล ชินวัตร ส่งสัญญาณหนุนมิ่งขวัญนั่งนายกฯ เขี่ยเฉลิมทิ้ง ชี้มีภาพนิ่มนวล เก่งเศรษฐกิจ

นายพายัพ ชินวัตร ประธานส.ส.ภาคอีสาน และน้องชายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี   กล่าวถึงกรณีที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยหลายคนให้การสนับสนุนนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน เป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคตว่า การที่จะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา แต่ชื่อนายมิ่งขวัญนั้น เราก็เห็นเด่นชัดมาตามลำดับ ก็ถือว่าเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง เพราะมีภาพความนิ่มนวล และเก่งในด้านเศรษฐกิจ แต่ก็ใช่ว่าจะมีนายมิ่งขวัญคนเดียวที่เป็นแคนดิเดต ซึ่งคนในพรรคก็มีหลายคนที่มีความสามารถ เช่น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย หรือแม้แต่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เชี่ยวชาญในเกมการเมือง แต่พรรคเพื่อไทยนั้นเราเคยมีพ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีความเพียบพร้อมทุกด้าน แต่คนในพรรคเพื่อไทยตอนนี้ ก็มีคนที่ขาดอย่างหนึ่ง แต่ได้อย่างหนึ่ง

นายพายัพ กล่าวว่า ดังนั้นก็ต้องดูตามสถานการณ์ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดคนเป็นนายกรัฐมนตรี ถือถ้าเอามุมเศรษฐกิจ ก็มีนายมิ่งขวัญ หรือจะเอามุมการเมืองก็ต้องร.ต.อ.เฉลิม ก็ขึ้นอยู่กับว่าช่วงนั้นเราจะใช้อะไรนำ จะเป็นเศรษฐกิจหรือการเมือง ถ้าการเมืองแข็งแรงแน่นอนเศรษฐกิจก็จะแข็งแรงตามไปด้วย ถ้าเศรษฐกิจแข็งแรง แล้วการเมืองจะแข็งแรงตามหรือไม่ แต่ที่สุดแล้วเราต้องการผู้นำที่นำไปสู่ความสามัคคี พูดจาสร้างสรรนำสันติสุขมาสู่ประเทศ ไม่ใช่สร้างความแตกแยก การปรองดองต้องบอกว่าทุกคนต้องทำอย่างไร ไม่พูดเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น ต้องปรองดองด้วยธรรม พูดแล้วจับต้องสามารถทำได้จริง

เมื่อถามว่าพรรคเตรียมตัวเข้าสู่โหมดเลือกตั้งหรือยัง เพราะส.ส.หลายคนก็ต้องการได้งบเพื่อทำกิจกรรมในพื้นที่ นายพายัพ กล่าวว่า สมัยเราเป็นพรรคไทยรักไทยนั้น ได้ใช้เงินไปเยอะ ในการหว่านเมล็ดพันธุ์ ปลูกให้เติบโตขึ้นมา และมาถึงวันนี้ก็ได้เติบโตขึ้นเลี้ยงตัวเองได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องสร้างคือความสามัคคี ความเป็นประชาธิปไตย ไม่ต้องทุ่มเงินมากมายมหาศาล เพราะถ้าเราทำให้ประชาชนเข้าใจทั้งด้านการเมือง และเข้าใจว่าเราสามารถสร้างความเจริญในท้องถิ่นให้เขาได้จริงประชาชนจะยอมรับเอง หน้าที่ของเราคือนำเสนอความสำเร็จต่างๆที่ได้ทำมาต่อประชาชน ซึ่งจะได้กลับมาเป็นรัฐบาลหรือไม่ประชาชนเป็นผู้ตัดสินเอง

อย่างไรก็ตามต่อไปนี้ พรรคเพื่อไทยได้ปรับเข้าสู่โหมดเลือกตั้งแล้ว ต่อไปก็จะมีการลงพื้นที่จัดสัมมนา ปราศรัย การเลือกตั้งก็เหมือนการสอบ หากยังไม่รู้ว่าจะสอบเมื่อไหร่ก็ยังไม่พร้อม แต่ถ้าจะสอบเมื่อไหร่ก็พร้อมเมื่อนั้น แต่ละคนก็เตรียมตัวตามสไตล์ของตนเอง จะอ่านหนังสือ ไม่อ่านหนังสือ หรือจะรอลอกเพื่อน ก็แล้วแต่ความมั่นใจแต่ละคน              

นายพายัพ กล่าวว่า สำหรับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่แยกราชประสงค์นั้น ซึ่งมีจำนวนคนมามากเกือบแสนคน สิ่งนี้ได้แสดงให้เห็นว่าอะไรก็ตามที่รัฐบาลทำนั้นผิดพลาด จะเห็นได้ว่ามีคนเสื้อแดงเพิ่มจำนวนมากขึ้น และที่ไม่ออกมาอีกไม่รู้จำนวนเท่าไหร่ เรื่องนี้รัฐบาลเดินเกมผิดแล้ว สิ่งที่รัฐบาลควรยึดถือก็คือ ถ้าตีไม่ตาย ต้องจับมาเป็นเพื่อน
 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท