posttoday
World Competitiveness Ranking 2017

World Competitiveness Ranking 2017

27 สิงหาคม 2560

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน เมื่อเร็วๆ นี้ IMD ได้มีการเผยแพร่ผลการจัดอันดับ World Competitiveness Ranking ประจำปี 2017

โดย...ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้เชี่ยวชาญนโยบายด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน เมื่อเร็วๆ นี้ IMD ได้มีการเผยแพร่ผลการจัดอันดับ World Competitiveness Ranking ประจำปี 2017 ซึ่งเป็นการจัดอันดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศต่างๆ เพื่อให้นักลงทุนใช้ประกอบการประเมินสถานการณ์และการตัดสินใจด้านการลงทุนในประเทศต่างๆ

รวมทั้งเป็นเหมือน “กระจกสะท้อน” ให้แก่ผู้ดำเนินนโยบาย (Policy Makers) ของแต่ละประเทศว่าในปีที่ผ่านมามาตรการสร้างเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันด้านต่างๆ ที่ได้ดำเนินการไปประสบความสำเร็จเพียงใด และในปีต่อไปควรให้ความสำคัญและจุดเน้นในการพัฒนาประเทศด้านใดบ้าง

เป็นที่น่ายินดีว่าในภาพรวมจากการประเมินขีดความสามารถในการแข่งขันของ 63 ประเทศในปีนี้ ประเทศไทยมีลำดับที่ดีขึ้น 1 อันดับมาอยู่ที่ลำดับที่ 27 ในปีนี้ครับ โดย IMD มองว่าประเทศไทยยังคงมีความท้าทายอยู่ 5 ด้าน ในปี 2018 ได้แก่ การสร้างความปรองดองทางสังคมและทางการเมืองที่นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตามองอยู่ รวมทั้งความสามารถในการสร้างเสริมศักยภาพในการสร้างนวัตกรรมในระบบเศรษฐกิจของประเทศ

ที่สำคัญ IMD กำลังจับตาดูความก้าวหน้าในการปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย เพื่อการส่งเสริมการพัฒนาทักษะที่จำเป็นของทรัพยากรมนุษย์ของไทยเพื่อรองรับนโยบาย “Thailand 4.0” ของรัฐบาล รวมถึงการปฏิรูประบบราชการและการพัฒนา “Digital Transformation” ที่จะสามารถส่งเสริม “New Model” ในการดำเนินงานของภาครัฐและเอกชนได้อย่างเป็นรูปธรรมครับ

ในส่วนของการวิเคราะห์ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในด้านต่างๆ นั้น IMD พิจารณาแล้วพบว่าประเทศไทยมีขีดความสามารถอยู่ในระดับ “Top 10” ของโลกในด้านศักยภาพทางเศรษฐกิจครับ อยู่ในอันดับที่ 10 พอดี เนื่องจากประเทศไทยยังมีตัวเลขทางเศรษฐกิจด้านการส่งออกที่ดี อัตราการว่างงานที่ต่ำ และรายได้จากการท่องเที่ยวที่เติบโตดีครับ

แต่ IMD ก็มองว่าปัจจัยที่ยังคงฉุดรั้งขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา คือ ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานในการคมนาคมขนส่ง การส่งเสริมการวิจัยพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี มาตรการดูแลสิ่งแวดล้อม และการศึกษาครับ ซึ่งประเทศไทยได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มท้ายตารางในหมวดนี้มาโดยต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้เรายังคงอยู่ในอันดับที่ 49 เช่นเดิมเท่ากับปีที่แล้วครับ

หากเราลองพิจารณาดูถึงตัวชี้วัดด้านการศึกษาที่IMD ใช้ในการประเมินในปีนี้ก็จะพบว่าเขาดูกันในตัวชี้วัดที่สำคัญ 18 ตัวครับ ซึ่งประกอบด้วย 3 ประเภทตัวชี้วัดได้แก่ สถิติผลการจัดการศึกษาของประเทศด้านโอกาสทางการศึกษาและงบประมาณ เช่น งบประมาณด้านการศึกษาในภาพรวมและต่อประชากร อัตราส่วนครูต่อนักเรียน อัตราการเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษา และอุดมศึกษา เป็นต้นครับ

ตัวชี้วัดประเภทที่สองคือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของผู้เรียน เช่น ผลคะแนนสอบ PISA และ TOEFL การอ่านออกเขียนได้ ส่วนตัวชี้วัดประเภทที่สามคือ การประเมินขีดความสามารถของระบบการศึกษาในการตอบสนองความต้องการของระบบเศรษฐกิจ เช่น การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาสอดคล้องกับความต้องการด้านเศรษฐกิจและการจ้างงานของประเทศหรือไม่ ทักษะทางภาษาตรงตามความต้องการของภาคธุรกิจหรือไม่ เป็นต้นครับ

ซึ่งในปีนี้ตัวชี้วัดทั้ง 3 ด้านของประเทศไทยก็ยังคงอยู่ในลำดับท้ายๆ ของการจัดอันดับของ IMD ทำให้คะแนนในภาพรวมของขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยยังคงอยู่ในระดับปานกลางอยู่ในปีนี้ครับ

การมุ่งสู่เป้าหมาย Thailand 4.0 ของประเทศไทยจำเป็นต้องพึ่งพาเม็ดเงินลงทุนและความมั่นใจในขีดความสามารถของประเทศไทยในระดับนานาชาติ ปีนี้ IMD ชี้ให้เห็นจุดเเข็ง และจุดอ่อนรวมทั้งโจทย์ในการปฏิรูปประเทศไทยแล้ว หวังว่าทุกภาคส่วนจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้สนับสนุนการปฏิรูปประเทศสู่ปี 2018 ได้สำเร็จครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท