posttoday
สมบัติชงรัฐแก้รธน.6ประเด็น

สมบัติชงรัฐแก้รธน.6ประเด็น

23 กันยายน 2553

คณะกรรมการแก้ไขร.ธ.น. เสนอ 6 ประเด็น รัฐบาลได้ พ.ย.นี้ เตรียมถามความเห็นประชาชนเรื่องปฏิรูปโครงสร้างการเมืองว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการแบ่งแยกอำนาจนิติบัญญัติ ออกจากบริหาร

คณะกรรมการแก้ไขร.ธ.น. เสนอ 6 ประเด็น รัฐบาลได้ พ.ย.นี้ เตรียมถามความเห็นประชาชนเรื่องปฏิรูปโครงสร้างการเมืองว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการแบ่งแยกอำนาจนิติบัญญัติ ออกจากบริหาร

ที่ทำเนียบรัฐบาล คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  นำโดย นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ แถลงข้อสรุปของคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอ 6 ประเด็น ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ว่าจะเสนอข้อสรุป 6 ประเด็นให้กับรัฐบาลให้เดือนพฤศจิกายน จากเดิมจะส่งให้เดือนตุลาคม แต่ทั้งนี้ติดปัญหาการสำรวจความคิดเห็นประชน

สำหรับ 6 ประเด็นคือ เรื่องที่ 1 การทำหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา 2. เรื่องระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เสนอให้มี ส.ส. 500คน มาจากการเลือกตั้งเขตเดียว  เบอร์เดียวจำนวน 375 คน และจากบัญชีรายชื่อทั่วประเทศ 125 คน โดยมี่กำหนดเกณฑ์คะแนนเสียงขั้นต่ำ  ประเด็นเรื่องระบบเลือกตั้งสมาชิแบบแบ่งเขต ที่เสนอให้ควรกลับไปใช้ระบบเสียงข้างมาก เขตละ คน การเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ควรใช้ระบบแบบบัญชีรายชื่อเดียวทั่วประเทศ  และเกณฑ์ขั้นต่ำของคะแนนเสียงที่จะมาคำนวณจำนวนส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ไม่ควรมีการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำ

นายสมบัติ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่3 เรื่องที่มาของสมาชิกวุฒิสภา โดยเสนอให้ ส.ว. 150คน มาจากการเลือกตั้ง จังหวัดละ 1คน ที่เหลือมาจากการสรรหา แต่เพิ่มจำนวนคณะกรรมการสรรหาให้มากขึ้น มาจากหลากหลายภาคส่วน และลดสัดส่วนของผู้แทนจากฝ่ายศาลลง

ประเด็นที่4 การห้ามดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาให้คงบัญญัติเดิมที่ว่า ส.ส. ไม่สามารถดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นหรือข้าราชหารส่วนท้องถิ่น

ประเด็นที่5 เรื่อง ห้ามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ทำการแทรกแซงการทำงานของฝ่ายบริหาร โดย เสนอแนวทางการแก้ไข  คืออนุญาตให้แจ้งความเดือดร้อนของประชาชนให้หน่วยงานฝ่ายบริหารทราบ เป็นลายลักษณ์อักษรได้แต่ที่เหลือ ให้คงไว้เช่นเดิม

 และประเด็นที่ 6 คือเรื่องการยุบพรรคการเมืองและการเพิกถอน สิทธิเลือกตั้งหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมือง โดยเสนอให้ ยกเลิกการยุบพรรคแต่คงไว้ซึ่งการ 1เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ผู้กระทำผิดกฎหมาย 5ปี กรรมการบริหารพรรคการเมืองที่รู้เห็นการกระทำผิด 10ปี และหัวหน้าพรรคการเมืองที่รู้เห็นการกระทำผิด 10 ปี

นายสมบัติ แถลงต่อว่าหลังจากที่ได้ข้อสรุปแนวทางการพิจารณารัฐธรรมนูญ 6ประเด็น จะมีการนำประเด็นคำถามที่จะสอบถามความเห็นของประชาชน เรื่องการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง

โดยจะตั้งคำถามที่ว่า “ท่านเห็นด้วยหรือไม่หากมีการแก้ไขให้แบ่งแยกฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติออกจากันโดยฝ่ายบริหาร ไม่มีอำนาจยุบสภา และฝ่ายนิติบัญญัติไม่มีอำนาจในการอภิปรายเพื่อลงมติไว้วางใจและใช้กระบวนการอื่นที่มีประสิทธิภาพในการถวงดุลอำนาจ ระหว่างฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติแทน” ว่าจะขัดกันหรือไม่

นายสมบัติ ให้เหตุผลว่า ประทศในโลกนี้ระบอบประชาธิปไตยมีหลายรูปแบบประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตยแล้ว ไม่รูปแบบควบอำนาจ ระบบรัฐสภา ก็มีเยอะ  ของเราเป็นรูปแบบเดียวกันในหลายรูปแบบ  ซึ่งรูปแบบที่ไทยเราใช้ ขณะนี้ เราให้ฝ่ายบริหารมาจากสภา และให้ฝ่ายบริหารมีอำนาจยุบสภา ให้ฝ่ายนิติบัญญัติ มีอำนาจในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ  ซึ่งจุดอ่อนของรูปแบบนี้ คือทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ เพราะรัฐบาลอาจจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจและอาจจะต้องลาออก ในขณะเดียวกันสภาก็ไม่มีประสิทธิภาพเพราะอาจจะถูกรัฐบาลยุบ การอภิปรายต่างๆที่มีอยู่ หากถามว่าได้ผลหรือมไม่ ถ้าเมื่อใดก็ตาม ที่ฝ่ายค้านมีเสียงน้อยก็ไม่ได้ผล และรูปแบบที่เราใช้อยู่ขณะนี้มีจุดอ่อนมาก เพราะประเทศที่เกิดใหม่ ในโลกนี้ไม่ใช้ ซึ่งจุดอ่อนที่สำคัญคอ หากฝ่ายบริหารมีเสียงข้ามากในสภาก็จะครอบงำสภา นายกรัฐมนตรีสามรถสั่งการสภาได้หมด

นายสมบัติ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันจะเกิดผลขึ้นอีกอย่างคือ เมื่อใดก็ตามที่พรรคหนึ่งพรรคใดมีเสียงข้างมาก และตั้งรัฐบาลผสม ก็ให้นึกถึงรัฐบาลวันนี้  และถามกลับว่า วันนี้นายกรัฐมนตรีสามารถไปสั่งพรรค ร่วมรัฐบาลได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก หากพรรคร่วมรัฐบาลไม่พอใจ และถอนตัวออก รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นลักษณะรูปแบบที่เราใช้อยู่ มีจุดอ่อนอยู่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบทุจริต คอรัปชั่น โดยที่ทางฝ่ายบริหารมีอำนาจมมากเท่าไหร่การตรวจสอบจะอ่อนแอ สำหรับคำถามนี้ต้องการให้เปลี่ยนกลไกใหม่

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า สำหรับประเด็นคำถามที่ว่า “ท่านเห็นด้วยหรือไม่หากมีการแก้ไขพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงจากบัญชีรายชื่ออันดับหนึ่ง เป็นพรรคการเมืองที่มีสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่คำนึงถึงจำนวนเสียงในสภาผู้แทนราษฎร ตรงนี้มีเจตนารมณ์ อย่างไร นายสมบัติ กล่าวว่า ทางคณะกรรมการได้พูดถึงหลักการแบ่งแยกอำนาจ เมื่อมีการแบ่งแยกอำนาจแล้ว บอกให้นายกฯมาจากการเลือกตั้งโดยตรง คนในประเทศไทยก็ไม่เข้าใจเยอะ  และจะทำให้รู้สึกว่าแนวคิดนี้อันรายต่อประเทศ เพราะไม่เข้าใจ ซึ่งทางคณะกรรมการคิดว่าปัจจุบัน เรามีการเลือก ส.ส. จากบัญชีรายชื่อ คือเลือกพรรคการเมือง และจะมีพรรคที่ได้คะแนน อันดับ 1  อันดับ 2ก็ คือการเลือกพรรค แบ่งแยกอำนาจแต่ไม่มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง แต่กำหนดให้พรรคที่คะแนนเสียงสูงสุด ทำหน้าที่จัดตั้งรัฐบาล โดยไม่ต้องดู ส.ส.ว่ามากหรือน้อย

นายลือชัย วนรัตน์ ผอ. สำนักสถิติสาธารณมติ  ตัวแทนจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า เราจะกำหนดการรายงานผลเป็นระดับประเทศเปรียบเทียบความเห็นเป็นระดับภาค กำหนดขนาดตัวอย่างที่ความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ ได้ประชากรตัวอย่างตกภาคละ 1200 ราย รวมทั่วประเทศ 6,000 ราย กระจายทุกจังหวัดทั่วประเทศ หลังจากนั้นเราจะออกสำรวจระหว่าง 1-12 ต.ค.นี้ทั่วประเทศ คาดว่าจะสามารถส่งรายงานผลให้คณะกรรมการสิ้นเดือนตุลาคม

ด้านนายไชยา ยิ้มวิไล ประธานอนุกรรมการการมีส่วนร่วม  กับประชาชนในการสร้างความเข้มแข็งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนใน 6 ประเด็นจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 6-7 ตุลาคม เริ่มที่ภาคอีสานตอนล่าง บุรีรัมย์ อุบลราชธานี อุดรธานี จากนั้นไปอีสานตอนบน จากนั้นมาภาคกลาง เหนือ ใต้ เป็นเวทีกลุ่มจังหวัด 16 เวทีสิ้นสุดวันที่ 9 ธ.ค.และ วันที่ 10 ธ.ค.วันรัฐธรรมนูญ จะมีการแถลงข่าวจากการเดินสายรับฟังความเห็นจากทั่วทุกจังหวัด จะมีคนเข้าร่วม 1520คน

นอกจากนี้วันที่ 16 ธ.ค.จะมีการจัดงานรับฟังความเห็นที่ตึกสันติไมตรี และไม่เกินวันที่ 20 ต.ค.จะมีการเปิดสาย 3 วันสร้างประชาธิปไตยเข้มแข็ง จะจัดที่ทำเนียบรัฐบาลเหมือน 6 วัน 63 ล้านคน จะมีการโฟกัสกลุ่มตลอดเดือนธ.ค.ทั่วทั้งประเทศ จะมีการเปิดรับความคิดเห็นผ่านเว็บไซค์ มีตู้ปณ. 111

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท