
เฉลิมชัยเร่งช่วยแรงงานไทยถูกนายหน้าหลอกไปลิเบีย
เฉลิมชัย เร่งประสานช่วยแรงงานไทยในลิเบีย หลังโดนนายหน้าหลอก ยัน ไม่มีใครตายตามที่ฝ่ายค้านกล่าวหา
เฉลิมชัย เร่งประสานช่วยแรงงานไทยในลิเบีย หลังโดนนายหน้าหลอก ยัน ไม่มีใครตายตามที่ฝ่ายค้านกล่าวหา
ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดเรื่องนายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งกระทู้สดเรื่องพฤติกรรมผู้นำประเทศที่มีผลกระทบต่อแรงงานไทยในสาธารณรัฐ สังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบียและราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย
โดยนายสถาพร กล่าวว่า เมื่อไม่นานมานี้มีผู้ใช้แรงงานไทยที่ต้องไปตกระกำลำบากในประเทศลิเบียจึงมีแรงงานบางส่วนเข้ามาร้องเรียนยังพรรคเพื่อไทยเพื่อให้ช่วยแก้ปัญหาการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบริษัทนายหน้าจัดหางาน โดยมี 4 บริษัทที่ได้จัดหาแรงงานไทยที่ต้องการไปทำงานในต่างประเทศคือ 1.บริษัทเงินและทองพัฒนา จำกัด 2.บริษัทยิ้ม ยิ้ม จำกัด 3.บริษัทไทยพัฒนา จำกัด และ 4.บริษัทเอชเคเอ็มจำกัด ซึ่งแรงงานส่วนใหญ่กว่า 70 % เป็นคนภาคอีสานเกือบทั้งหมด
“แต่ปรากฏว่าบริษัทเหล่านี้ได้เรียกค่านายหน้าจำนวน 1.4แสนบาทต่อคนและรับปากกับแรงงานว่าจะได้รับค่าแรงจำนวน 1.4หมื่นบาทต่อคนแต่ไม่ได้เป็นไปตามนั้น และเมื่อแรงงานอยากกลับประเทศก็ไม่มีใครสนใจจนมีเรื่องเล่าลือว่ามีคนงานไทยในลิเบียเสียชีวิต 2 คนจากการหนีออกจากสถานที่ทำงาน จึงอยากถามว่ารมว.แรงงานจะแก้ไขเรื่องนี้หรือไม่ และจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบหรือดำเนินการสอบสวนผู้บริหารที่เกี่ยวข้องอย่างไร” นายสถาพร กล่าว
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.แรงงาน กล่าวว่า ขอยืนยันว่า แรงงานไทยในประเทศลิเบียมีประมาณ 3,000 คน ส่วนเรื่องที่มีแรงงานเสียชีวิต 2 คนทางกระทรวงแรงงานได้สอบถามไปยังสถานกงศุลและเอกอัครราชทูตประเทศลิเบีย แล้ว ซึ่ง ทางประเทศลิเบียได้แจ้งเป็นโทรเลขมาชี้แจงว่าไม่เคยปรากฏว่ามีแรงงานไทยถูก เจ้าหน้าที่ประเทศลิเบียทำร้ายหรือทำให้เสียชีวิตแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้กระทรวงแรงงานได้ทำหนังสือไปยังสื่อมวลชนบางสำนักที่ได้มีการเปิดประเด็นนี้แล้วเลขที่ รง .0308 / 17336 เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงว่าไม่มีแรงานไทยเสียชีวิต และกระทรวงแรงานได้ติดต่อไปยังบริษัทจัดหางานทั้ง 19 บริษัทให้แจ้งเหตุต่างๆที่เกิดขึ้นกับแรงงานไทยที่เดินทางไปประเทศลิเบีย
รมว.แรงงาน กล่าวว่า ส่วนแรงงานที่ไม่สามารถกลับประเทศได้นั้น ได้เรียกบริษัทไทยพัฒนา จำกัดและบริษัทเงินและทองพัฒนา จำกัด และแรงงานที่เดินทางกลับมาบางส่วนเข้ามาชี้แจ้งข้อเท็จจริงกับกระทรวงแรงงาน เพื่อให้บริษัททั้งสองรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น ดังนั้น กระทรวงแรงงานได้ออกมาตรการเพื่อระงับการส่งแรงงานไทยไปทำงานในประเทศลิเบียจนกว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้
“ทั้งนี้ ประเทศลิเบียมีกฎระเบียบเคร่งครัดในการเดินทางเข้าและออกจากประเทศ เนื่องจากต้องกรอกใบสมัครและใช้เวลา 60 วัน ในการพิจารณา แต่ถ้าต้องการเดินทางกลับต้องมีการแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบเงินรายได้และนำไปหักภาษีเพื่อขอใบอนุญาตให้เดินทางกลับมาได้ โดยจะใช้เวลาอีก 1-2 เดือน อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานจะเร่งดำเนินการอย่างเด็ดขาด ซึ่งกฎหมายแรงงานของประเทศลิเบียได้กำหนดเกณฑ์รายได้อยู่ที่ 1.1 หมื่น -1.8หมื่นบาทเท่านั้นแต่ถ้าบริษัทใดเรียกเก็บค่านายหน้าถึง 1.4แสน บาทถือว่าเข้าข่ายค้ามนุษย์ก็สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้” นายเฉลิมชัย กล่าว







