
รื้อระบบสอบเข้า-การศึกษาไทยต้องเลิก 'ท่องจำ'
ศ.พิเศษ ดร.เดวิด รูฟโฟโล มองระบบการศึกษาฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์ในประเทศไทย ว่า หลายสถาบันการศึกษาให้ความสำคัญกับงานวิจัยมากขึ้น
ศ.พิเศษ ดร.เดวิด รูฟโฟโล มองระบบการศึกษาฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์ในประเทศไทย ว่า หลายสถาบันการศึกษาให้ความสำคัญกับงานวิจัยมากขึ้น ภาครัฐก็สนับสนุน แต่การสอนระดับมัธยมศึกษา ต้องช่วยกันพัฒนาอีก และต้องเลี่ยงระบบการสอนให้นักเรียนพยายามท่องจำ เพราะการสอนที่ดี ต้องทำให้ผู้เรียนได้คิด เข้าใจ ตระหนักถึงคุณค่าวิทยาศาสตร์
เนื่องจากแม้ไม่ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่หากมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวิธีคิด วิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ก็จะสามารถแยกแยะเรื่องราวต่างๆ ได้ดี เห็นจากทุกวันนี้ในสังคมมีบุคคลจงใจหลอกลวงประชาชนด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ เช่น พยากรณ์ว่าเขื่อนจะพัง ถ้าหากกรณีนี้ได้คิดแบบกระบวนการเชิงวิทยาศาสตร์ เมื่อรับทราบข้อมูลก็จะสามารถคิดวิเคราะห์หาเหตุผลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจริงได้หรือไม่"
รูฟโฟโล มองว่า ระบบการรับนักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยมีปัญหา คือ ยังใช้ทักษะการเดาเพื่อใช้คัดเลือก ทั้งที่ควรใช้วิธีการคิดวิเคราะห์มากกว่า หรือต้องพัฒนาวิธีสอบเข้าที่วัดจากความสามารถ
"การที่รัฐบาลอยากมีไทยแลนด์ 4.0 มีนวัตกรรมใหม่ ผมไม่เชื่อว่า การคัดเลือกคนที่ท่องสูตรจะเป็นวิธีผลิตนวัตกรรมได้ หากเราอยากได้นวัตกรรมใหม่จริงๆ ต้องคัดเลือกคนที่คิดนอกกรอบ คิดพิเศษ เพราะการให้ทำข้อสอบ 100 ข้อ ในเวลาจำกัด มันไม่ใช่วิธีวัดสิ่งที่สังคมต้องการ”
อาจารย์ฟิสิกส์รายนี้ ระบุว่า หากปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาไทยได้จะเป็นการส่งสัญญาณให้โรงเรียนปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอน เพราะหัวใจความสำเร็จ ต้องทำให้คนได้คิด มากกว่าท่องโจทย์เป็นลิง เพียงอย่างเดียว
รูฟโฟโล เชื่อว่า นักเรียนไทยมีความคิดสร้างสรรค์ หากได้รับกระบวนการคัดเลือกจากความคิดสร้างสรรค์ก็จะทำให้ประเทศก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ได้สำเร็จแน่นอน จากนั้นประเทศก็ไม่จำเป็นต้องนำเข้านวัตกรรมจากต่างประเทศอีก







