
ปปส.ภาค8เผยกระท่อมบ้านน้ำพุให้เคี้ยวได้เท่านั้น
สุราษฎร์ธานี-ปปส.ภาค 8ระบุกระท่อมบ้านน้ำพุให้เคี้ยวได้ห้ามพกพาขายปลูกเพิ่มรอผลวิจัยก่อนชงแก้กฎหมายพ.ร.บ.ยาเสพติด
สุราษฎร์ธานี-ปปส.ภาค 8ระบุกระท่อมบ้านน้ำพุให้เคี้ยวได้ห้ามพกพาขายปลูกเพิ่มรอผลวิจัยก่อนชงแก้กฎหมายพ.ร.บ.ยาเสพติด
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม นายพิสุทธิ์ เจริญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันปราบปรามยาเสพติดภาค 8 (ปปส.ภาค8) เปิดเผยกรณีคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษคัดเลือกต.น้ำพุ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่นำร่องการควบคุมพืชกระท่อม ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ซึ่งพืชกระท่อมในพื้นที่โครงการวิจัยยังคงมีสถานะเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท5 แต่อนุโลมให้สามารถเคี้ยวดื่มน้ำได้เท่านั้น ห้ามปลูกเพิ่ม ห้ามมีการพกพา รวมถึงห้ามแปรรูปและจำหน่ายจ่ายแจก โดยขณะนี้ คณะทำงานอยู่ระหว่างการเสนอแนวทางควบคุมเพื่อเสนอต่อคณะกรรมาธิการปรับแก้กฎหมายยาเสพติด
ที่ผ่านมามีปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย เมื่อมีการจับกุมจะมีบางส่วนอ้างว่าเคี้ยวพืชกระท่อมเพื่อเป็นยา ซึ่งข้อสรุปจากการวิจัยสามารถใช้เป็นแนวทางกลไกและกระบวนในการทดลองรูปแบบควบคุมพืชกระท่อมแบบมีส่วนร่วมของชุมชน ประกอบกับรัฐบาลได้เล็งเห็นถึงปัญหาจึงได้จัดทำโครงการแก้กฎหมายตามพระราชบัญญัติ(พรบ.)ยาเสพติด เพื่อผ่อนปรนความเป็นอาญาโดยอาจจะต้องมีการปรับแก้ประมวลกฎหมายอาญาเฉพาะเรื่องเจตนา
ทั้งนี้ จะมีผลบังคับใช้ หรือแก้กฎหมายหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับผลการวิจัยและประโยชน์จากพืชใบกระท่อมที่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(มอ.)กำลังทำวิจัยอยู่ในพื้นที่ ต.น้ำพุและเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค8 ลงตรวจสอบขึ้นทะเบียนจำนวนต้นกระท่อมโดยได้รับอนุญาตจากสำนักงานอาหารและยา(อย.)เพื่อครอบครองในพื้นที่ 6 หมู่บ้านทำการวิจัยระยะที่ 1 ปี2560 สิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค.60และส่วนระยะที่ 2 ปี 2561 จะต้องขออนุญาตจาก อ.ย.ก่อนเช่นกัน







