
ปฏิรูปเศรษฐกิจประเทศไทย
ต้องขอสารภาพก่อนว่า ผู้เขียนเป็นคนเกิดในเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ และได้เห็นพัฒนาการเศรษฐกิจ ความเจริญของประเทศไทยและของโลก
โดย...แบงก์กลิ้ง
ต้องขอสารภาพก่อนว่า ผู้เขียนเป็นคนเกิดในเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ และได้เห็นพัฒนาการเศรษฐกิจ ความเจริญของประเทศไทยและของโลก เริ่มทำงานตั้งแต่ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีโทรศัพท์ มือถือ ระบบการค้าและอุตสาหกรรมยังเป็นการผูกขาด รวมศูนย์อำนาจไว้ที่กลุ่มขั้วการเมือง และบริหารประเทศตามสบายใจ
ช่วง 14 ตุลา 2516 ดิฉันยังเรียนชั้นประถม ไม่เข้าใจอะไรมากนัก ดิฉันโตมากับเพลงปลุกใจ เวลามีการปฏิวัติ ตอนที่ยังเด็กจะชอบมาก เพราะไม่ต้องไปโรงเรียน เด็กเห็นอะไรเป็นเรื่องสนุกทั้งนั้น แต่เมื่อเข้ามาทำงานแล้วเรื่องที่เคยเห็นว่าสนุกความจริงเป็นเรื่องเครียดทั้งนั้น
ตั้งแต่ดิฉันเรียนจบและเริ่มทำงาน เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลพลเรือนหลายครั้ง แต่ครั้งที่ดิฉันเห็นว่าได้สร้างคุณูปการต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศมากที่สุด คือช่วงที่คณะปฏิวัติตั้งรัฐบาลชั่วคราว โดยมี อานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี
ก่อนจะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี อานันท์เป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และเป็นประธานกรรมการของบริษัท สหยูเนี่ยน เมื่อเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีสิ่งที่รัฐบาลชั่วคราวทำคือ การลุยปฏิรูปเศรษฐกิจ เลิกการอุดหนุนอุตสาหกรรมเฒ่าทารก ปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์เสียใหม่ ทำให้รถยนต์ที่ผลิตในประเทศมีราคาถูกลง เปิดให้จดทะเบียนรถแท็กซี่เสรี ทำลายการผูกขาดอุตสาหกรรมหลายประเภท ที่เคยเป็นแหล่งทำมาหากินของนักการเมือง หลายเรื่องที่ได้มีการแก้ไขมาในสมัยรัฐบาลอานันท์ยังส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่หลายๆ นโยบายก็เริ่มใช้ไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงของโลก
ประเทศไทยมาถึงจุดที่จะต้องปรับโครงสร้างของเศรษฐกิจ เพราะโครงสร้างที่ใช้มานานกว่า 20 ปี ที่อาศัยการลงทุนของต่างชาติ (เอฟดีไอ) ในยุคของคลื่นลูกที่สามเริ่มใช้ไม่ได้อีกต่อไป ขณะนี้เรามีคู่แข่งเกิดขึ้นรอบบ้าน การลงทุนของต่างชาติในคลื่นลูกที่สี่จะไปยังเวียดนามหรืออินโดนีเซีย เพราะประเทศเหล่านั้นมีแรงงานราคาถูกและให้สิทธิประโยชน์มากมายกว่า
นอกจากนี้ การค้าของโลกเริ่มปรับเปลี่ยนทิศทาง เริ่มเห็นเค้าลางว่ามีทิศทางโครงสร้างการผลิตของแต่ละประเทศเริ่มผลิตของที่ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศตัวเองมากขึ้น ไม่เน้นการนำเข้า ฉะนั้นตลาดจะเริ่มหาย ประเทศที่เน้นส่งออกจะลำบากขึ้น ซึ่งไทยเองก็พึ่งพาการส่งออกเป็นสัดส่วนที่สูงของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
ขณะนี้มาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อเงินบาทอ่อนค่าลงมาแล้วก็ยังส่งไม่ออก เราส่งออกมากเราก็นำเข้ามาก เพราะเราเป็นแค่โรงงานประกอบสินค้า วันหนึ่งที่เจ้าของโรงงานเขาย้ายฐานไปอยู่ที่อื่นเราก็ไม่เหลืออะไร
สูตรสำเร็จในการบริหารเศรษฐกิจที่มักจะคิดกันว่า หากการส่งออกไม่ดีรัฐบาลก็จะหันมาเน้นการบริโภคในประเทศทดแทน ลดดอกเบี้ย กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการต่างๆ ทำโครงการประชานิยม หรือจะเรียกว่าประชารัฐก็แล้วแต่ ขณะนี้เริ่มใช้ไม่ได้แล้ว เพราะคนไทยบริโภคจนหนี้ครัวเรือนสูง ประเภทการซื้อเปลี่ยนไป จากที่ซื้อของบ่อยๆ ใช้ของสิ้นเปลืองก็หันมาซื้อสินค้าที่มีประโยชน์ ซื้อสินค้าน้อยชิ้นลง มีอายุการใช้งานนานขึ้น
โลกเปลี่ยนไปจนถึงขั้นลดดอกเบี้ยลงจนเหลือ 0% เศรษฐกิจก็ไม่ฟื้นฉีดเงินเข้าไปในระบบมหาศาล ก็ไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวขึ้นมาได้ง่ายๆ นักเศรษฐศาสตร์หลายท่านเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นกับดักเศรษฐกิจ กับดักเศรษฐกิจที่ติดกันอยู่ทั้งโลกนี้ เป็นเรื่องที่อาจจะทำให้ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แบบเก่าล้าสมัยและใช้ไม่ได้อีกต่อไป
การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอาจจะต้องคิดใหม่ทำใหม่เพื่อให้หลุดจากกับดักนี้ การประกาศปฏิรูปประเทศไทยตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นวิสัยทัศน์ที่ถูกต้อง แต่การปฏิบัติเพื่อให้นโยบายเป็นไปตามที่วางไว้ และผลออกมาเป็นอย่างไรยังต้องใช้เวลาพิสูจน์
การปรับโครงสร้างประเทศไม่ใช่งานง่าย ต้องใช้ความตั้งใจและกำลังใจอย่างสูงยิ่งที่จะทำให้งานประสบความสำเร็จ ที่กำลังพยายามทำอยู่นี่ก็เพื่อให้ประเทศไทยดำรงอยู่ หากไม่ทำอะไรเลยต่อไปในภายหน้าคนไทยจะลำบากมากกว่านี้อีก
หากเห็นความลำบากจะมาเยือนในอนาคต ถ้าเราจะงอมืองอเท้าไม่ทำอะไรเลย ไม่ให้ความร่วมมือในการปฏิรูปประเทศ ก็จงเตรียมรับผลกรรมในอนาคตข้างหน้ากันเถิด







