posttoday
บี้เอกชนตั้งกองทุน

บี้เอกชนตั้งกองทุน

19 สิงหาคม 2560

คลังดันกฎหมายกบช.เต็มสูบบังคับนายจ้างทำสำรองเลี้ยงชีพสมทบสูงสุด7%

คลังดันกฎหมายกบช.เต็มสูบบังคับนายจ้างทำสำรองเลี้ยงชีพสมทบสูงสุด7%

โพสต์ทูเดย์ - คลังดันกฎหมาย กบช. ลั่น 7 ปี ผู้ประกอบการทุกรายต้องตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จ่ายสมทบเป็นขั้นบันไดสูงสุด 7%

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำนาญแห่งชาติ (กบช.) อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยคลังจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายในปีนี้ และมีผลบังคับใช้ในปี 2561 โดยมีเป้าหมายให้แรงงานมีเงินออมเพียงพอต่อการดำรงชีพหลังเกษียณ

สำหรับสาระสำคัญของกฎหมาย จะให้แรงงานในระบบและนายจ้าง ร่วมกันส่งเงินสมทบในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ เริ่มตั้งแต่ 3% ใน 3 ปีแรก และเพิ่ม 5% ในอีก 2-3 ปีต่อมา และเพิ่มสูงสุด 7% โดยกระทรวงการคลังประเมินว่าหากมีการจ่ายเงินสมทบเข้า กบช.ตั้งแต่แรงงานอายุ 15-60 ปี อย่างต่อเนื่อง จะทำให้มีรายได้หลังเกษียณสูงถึงกว่า 4 หมื่นบาท/เดือน

นอกจากนี้ แรงงานในระบบยังมีเงินบำนาญจากกองทุนประกันสังคม  หากมีการส่งเงินสมทบตั้งแต่อายุ 20-55 ปี จะมีเงินบำนาญหลังเกษียณ 7,500 บาท/เดือน เมื่อรวมกับเงินบำนาญ กบช.จะทำให้มีรายได้หลังเกษียณกว่า 5 หมื่นบาท/เดือน ซึ่งเพียงพอต่อการดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ

"การออมภาคบังคับนี้ จะทำให้แรงงานในระบบมีเงินออมใช้หลังเกษียณอย่างเพียงพอต่อการดำรงชีพไม่น้อยกว่า 50% ของรายได้เดือนสุดท้ายตามที่รัฐบาลตั้งเป้า เป็นหนึ่งในการรองรับสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบในอีก 10-15 ปีข้างหน้า" นายสมชัย กล่าว

บี้เอกชนตั้งกองทุน

ทั้งนี้ ในช่วงแรกกฎหมายจะบังคับให้นิติบุคคลขนาดใหญ่ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป จะต้องตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและให้เวลาปรับตัวแต่หลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ 7 ปี ผู้ประกอบการทุกรายที่มีลูกจ้างจะต้องเข้ามาอยู่ใน กบช.ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้แรงงานในระบบ 14 ล้านคน อยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งหมด จากปัจจุบันกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นภาคสมัครใจมีแรงงานในระบบเพียง 3 ล้านคน

นายสมชัย กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ มีการออกมาตรการต่างๆ ต่อเนื่อง เช่น กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เพื่อให้แรงงานนอกระบบมีเงินออมใช้หลังเกษียณ แต่ยังติดปัญหาภาคสมัครใจ ทำให้สมาชิกยังมีอยู่เพียง 5.2 แสนคน จากแรงงานนอกระบบทั้งหมด 20 ล้านคน ทำให้ต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อจูงใจสมัครสมาชิกเพิ่มขึ้น และยังมีมาตรการอื่น เช่น การจ้างผู้สูงอายุให้เอกชนหักภาษีได้ 2 เท่า และแปลงบ้านเป็นเงิน หรือรีเวิร์ส มอทเกจ โดยธนาคารออมสินจะเริ่มเป็นแห่งแรก

"การดูแลสังคมสูงอายุเป็นสิ่งจำเป็น เพราะในอนาคตจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบใน 10-15 ปีข้างหน้า สร้างภาระให้งบประมาณแผ่นดิน 6-7 แสนล้านบาท/ปี และจะทำให้เกิดวิกฤตทางการคลังในอนาคต อยากให้เอกชนช่วยรัฐประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการออมไว้ใช้ในยามเกษียณ" นายสมชัยกล่าว

 

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69