
รวบทันควันโจรบุกเดี่ยววิ่งราวร้านทองกลางเมืองแปดริ้ว
คนร้ายบุกเดี่ยวทุบกระจกตู้โชว์ร้านทองกลางเมืองแปดริ้วจนแตกละเอียดก่อนคว้าทองคำรูปพรรณติดมือไปจำนวนหนึ่ง
คนร้ายบุกเดี่ยวทุบกระจกตู้โชว์ร้านทองกลางเมืองแปดริ้วจนแตกละเอียดก่อนคว้าทองคำรูปพรรณติดมือไปจำนวนหนึ่ง
พ.ต.ท.สมชาย สารชน สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายบุกเดี่ยวเข้าชิงทองรูปพรรณ ภายในร้านทองลิ้มยุ้นเฮง (ตราพญานาค) ตั้งอยู่เลขที่ 340-342 ถ.พานิช ต.หน้าเมือง ซึ่งหลังจากก่อเหตุคนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปพร้อมกับทองรูปพรรณเป็นจำนวนมาก จึงได้รีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พล.ต.ต.กิตติพงษ์ เงามุก ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.วินัย จิตต์ปรุง รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.สุเทพ บุญค้ำ ผกก.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา พ.ต.ท.จิระวัสก์ เชื้อจันทร์อัตถ์ รอง ผกก.(ป.) พ.ต.ท.สมชาย โค้วถาวร สว.ป. พ.ต.ท.ธนายุทธ สีดา สว.สส. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบ นางบุหงา ลิมปวัฒนะศิริ อายุ 80 ปี เจ้าของร้านซึ่งยังอยู่ในอาการตื่นตระหนกได้ให้การว่า ขณะที่นั่งอยู่ภายในร้านตามลำพัง ได้มีคนร้ายเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ สวมเสื้อคอปกสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว สีดำ เดินเข้ามาภายในร้านเพื่อนำสร้อยข้อมือมาขาย แต่ตนบอกว่าไม่ได้รับซื้อ จากนั้นคนร้ายก็กระโดดข้ามตู้โชว์ที่ขวางอยู่ และผลักตนจนล้มลงกับพื้น จากนั้นคนร้ายได้ทุบกระจกตู้โชว์ที่ติดกับผนังร้านจนแตกละเอียด และได้คว้าเอาทองรูปพรรณที่แขวนอยู่จำนวนหลายเส้น วิ่งออกจากร้านและขับขี่รถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้านหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นตนจึงร้องเรียกให้คนช่วย และรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากการสอบสวน น.ส.วาสนา วิจิตรวงษ์ เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กัน ได้ความว่า เห็นคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 สีแดง ทะเบียน กพฉ 173 ฉะเชิงเทรา หลบหนีไปตามถนนพานิชมุ่งหน้าไปทางห้องสมุดประชาชน จึงได้รีบตรวจสอบหาตัวเจ้าของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว และได้กระจายกำลังกันออกติดตามจับกุมตัวคนร้าย ซึ่งหลังจากตรวจสอบทราบว่า เจ้าของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว คือ นายวราสัญ อาตม์สกุล อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 443/7/18 ถ.ศุภกิจ ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา จึงได้รีบรุดไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว
อย่างไรก็ตามไม่พบตัวนายวราสัญ และตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงก็พบรถจักรยานยนต์คันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุจอดซ่อนอยู่ในป่าหญ้าข้างบ้านริมถนนเลียบสะพานรถไฟ จากการสอบถามคนในละแวกนั้น ได้ความว่า เห็นนายวราสัญขับรถมาจอดแอบไว้แล้วเปลี่ยนมาสวมเสื้อยืดคอกลม สีน้ำเงิน จากนั้นนายวราสัญก็เดินไปตามถนนเลียบสะพานรถไฟไปทางถนนศุภกิจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เร่งติดตาม จนกระทั่งพบตัวนายวราสัญเดินอยู่ที่บริเวณถนนวรรณยิ่ง ห่างจากจุดพบรถประมาณ 1 กม. จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวน
นายวราสัญ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนร้ายที่เข้าไปชิงทองรูปพรรณในร้านดังกล่าวจริง ซึ่งการก่อเหตุในครั้งนี้ ไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้ามาก่อน เนื่องจากไม่มีเงินจึงได้นำสร้อยข้อมือทองคำหนัก 50 สตางค์ ไปขายที่ร้านทองดังกล่าว แต่เจ้าของร้านกลับไม่ยอมรับซื้อ เมื่อเห็นว่าเจ้าของร้านเป็นคนแก่ และอยู่ในร้านตามลำพัง จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว
นายวราสัญ กล่าวว่า ตั้งใจว่าจะเข้าไปชิงทองรูปพรรณที่แขวนโชว์อยู่ด้านใน จึงกระโดดข้ามตู้โชว์ที่ขวางอยู่ แต่เกิดเสียหลักทำให้หัวไหล่กระแทกเข้ากับกระจกตู้โชว์ทองที่แขวนอยู่จนแตก 1 บาน ด้วยความตกใจตนจึงได้ผลักเจ้าของร้านจนล้ม และรีบคว้าเอาทองหลบหนีไป หลังจากก่อเหตุก็ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดซ่อนไว้ พร้อมกับเปลี่ยนเสื้อเพื่อไม่ให้ตำรวจจำได้ แล้วรีบนำทองรูปพรรณที่ชิงมาได้จำนวนหลายเส้นไปซ่อนไว้ที่บ้านเพื่อนในชุมชนวรรณยิ่ง ซึ่งได้แอบซุกซ่อนไว้บนหลังตู้เสื้อผ้า และไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ โดยคิดว่าจะกลับมาเอาทองที่ซุกไว้ไปขายในภายหลัง แต่ขณะที่กำลังจะเดินกลับบ้านก็มาถูกตำรวจจับกุมตัวได้เสียก่อน
จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวนายวราสัญไปที่บ้านเพื่อนคนดังกล่าว ก็พบของกลางเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 7 เส้น และสร้อยข้อมือทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 3 เส้น รวมน้ำหนัก 17 บาท ซึ่งมีมูลค่ากว่า 350,000 บาท จึงได้แจ้งข้อหาชิงทรัพย์ และได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสา







