
เพื่อนร่วมวงดื่มสุราแฉถูกบังคับให้ขน3ศพไปฝังดิน
พระนครศรีอยุธยา-ตำรวจคุมผู้ต้องหาฆ่าฝังดิน3ศพทำแผนกันเพื่อนร่วมวงดื่มสุราเป็นพยานแฉถูกบังคับให้ช่วยขนย้ายกลุ่มผู้ตายหากไม่ยอมทำตามจะกลายเป็นศพที่4
พระนครศรีอยุธยา-ตำรวจคุมผู้ต้องหาฆ่าฝังดิน3ศพทำแผนกันเพื่อนร่วมวงดื่มสุราเป็นพยานแฉถูกบังคับให้ช่วยขนย้ายกลุ่มผู้ตายหากไม่ยอมทำตามจะกลายเป็นศพที่4
เมื่อวันที่16ส.ค.60 พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนสภ.มหาราชได้นำนายกริษณ์ นิ่มน้อย หรือ กฤต หรือ แจ๊ว อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่าฝังดิน3ศพ ไปทำแผนประกอบคำสารภาพแล้ว
สำหรับขั้นตอนการทำแผนเริ่มจากผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงผู้ตายที่กระท่อมกลางทุ่งนา จากนั้นเดินทางไปที่จุดฝังศพ รวมถึงจุดทิ้งปืน ทิ้งรถจักรยายนต์ และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเหตุการณ์สังหารหมู่ เกิดขึ้นที่หมู่4 ตำบลบ้านนา อำเภอมหาราช
พล.ต.ต.สุทธิ กล่าวว่าจากแนวทางการสืบสวนก่อนเกิดเหตุมีการล้อมวงดื่มสุรากันประมาณ 8 คน แต่เมื่อสอบอย่างละเอียด พบว่ามี 3 คนไม่รู้เห็น และขอตัวกลับไปก่อนเกิดเหตุจึงตัดออกไปจากสำนวนคงเหลือชายในวงเหล้า 5 คนคือผู้ตายทั้ง 3 คน และผู้ที่ตำรวจควบคุมมาสอบปากคำอีก 2 คน คือนายแจ๊ว และนายจรัญ สังข์วิเศษ หรือเอ๋ อายุ 40 ปี ซึ่งยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ขณะนี้สอบปากคำในฐานะพยานและได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก
"นายเอ๋อ้างว่าไม่ทราบว่าจะมีการนัดมาฆ่า และที่ต้องร่วมขนย้ายและฝังศพเพราะนายแจ๊วมีปืนได้บังคับให้ร่วมลงมือทำหากไม่ร่วมทำพยานจะกลายเป็นศพที่ 4 นายแจ๊วมีประวัติโชกโชนในเรื่องปล้นฆ่าและยาเสพติด แต่ตำรวจจะมีการขอควบคุมตัวนายเอ๋เพื่อสอบปากคำต่อไป" พล.ต.ต.สุทธิ กล่าว
อย่างไรก็ตามแม้ว่าคดีผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิต จะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่พล.ต.ต.สุทธิยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องหรือโยกับคดีที่ตำรวจสภ.มหาราช จับกุมยาบ้า 6 ล้านเม็ดได้เมื่อต้นเดือนเพราะว่าชื่อชั้นยังไม่ถึงการค้ายาเสพติดระดับประเทศ.







