
ทลายแหล่งปั๊มซีดีเถื่อนปทุมมูลค่า30ล้าน
ที่ปรึกษารัฐมนตร์ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมตำตรวจปทุมธานีบุกตรวจค้นจับเครื่องปั้มซีดีเถื่อนมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท
ที่ปรึกษารัฐมนตร์ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมตำตรวจปทุมธานีบุกตรวจค้นจับเครื่องปั้มซีดีเถื่อนมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท
นายสุเมธ บัณตรานุวงค์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพานิชย์ นายอัครพล ลีลาจินดามัย ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพานิชย์ นายามศักดิ์ พาณิชย์กุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทร์ทางปัญญา,พ.ต.อ.บุญสืบ ไพรเถื่อน รองผู้บัญชาการ กองบังคับการปราบปรามกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ,พันตำรวจเอก อำนาจ จันทร์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานีได้นำหมายค้นเลขที่ ค374/2553 บุกตรวจค้นโรงงานประกอบรถบัส เลขที่ 36/3 หมู่ 1 ตำบลบางคูวัด อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี จากการตรวจค้นภายในโรงงานดังกล่าวพบเครื่องปั้ม ดีวีดี ยี่ห้อ NETSTL จำนวน 1 เครื่อง, เครื่องพิมพ์สียีห้อ HNKY จำนวน 1 เครื่อง , เครื่องดีวีดีประมาณ 5000 แผ่น แม่พิมพ์อีกจำนวนมาก รวมมูลค่าทั้งหมด กว่า 30 ล้านบาท จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบถาม นาย นิรันทร์ น้อยสมัย เจ้าของโกดังทราบว่า ได้มีลูกค้าเข้ามาขอเช่าโกดังเพื่อเก็บของและผลิตปอกปากกา ตนเองจึงให้เช่าในราคาเดือนละ 8,000 บาท ทราบเพียงชื่อเล่นว่า นายเล็ก และได้เช่ามา 6 เดือนแล้ว ตนเองเห็นว่ามีลูกน้องประมาณ 4-5 คน เข้าทำงานและขนของออกขึ้นรถกะบะออกไปจากโรงงาน แต่ก็คิดว่าเป็นสินค้าปลอกปากกา ตามที่แจ้งไว้ กระทั่งมีเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาของตรวจสอบจึงพบว่า ผู้เช่า นำมาผลิตซีดีเถื่อน
ด้านพ.ต.อ.บุญสืบ ไพรเถื่อน รองผู้บัญชาการ กองบังคับการปราบปรามกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนทราบว่าที่บริเวณดังกล่าวมีการผลิตซีดีละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อออกจำหน่าย ซึ่งสืบทราบว่าเป็นเครือข่ายเล็กบางกรวย ย่าน จ.นนทบุรี เครือข่ายลักลอบผลิตซีดีเถื่อนรายสำคัญ ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวอยู่ เนื่องจากได้รับการร้องเรียน จากบริษัทผู้ผลิตสินค้าเป็นอย่างมาก แต่จากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พบผู้ต้องหาและคนงาน เบื้องต้นได้ทำการตรวจยึดสิ่งของประเภทเครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตและผลิตภัณฑ์ซีดี ที่มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศหลบหนีภาษีศุลกากร และนำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยเลี่ยงหรือไม่เสียภาษีอากร หรือเป็นสินค้าซึ่งมีไว้เป็นความผิดตามกฎหมาย และได้อาญัติของกลางมูลค่ากว่า 30 ล้านบาทไว้เพื่อขยายผลจับกุมเจ้าของมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







