อนุฯปฏิรูปตำรวจชงอำนาจแต่งตั้ง "ผบ.ตร." ไปอยู่ที่ ก.ตร.
อนุฯปฏิรูปตำรวจ ชง อำนาจแต่งตั้ง ผบ.ตร.ไปอยู่ที่ ก.ตร. เสนอ 1 รายชื่อให้นายกฯ เลือก ปลอดการเมืองแทรกแซง
อนุฯปฏิรูปตำรวจ ชง อำนาจแต่งตั้ง ผบ.ตร.ไปอยู่ที่ ก.ตร. เสนอ 1 รายชื่อให้นายกฯ เลือก ปลอดการเมืองแทรกแซง
นายเสรี สุวรรณภานนท์ อนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญา คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) เปิดเผยว่า แนวทางการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ซึ่งขณะนี้คณะอนุฯได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้วและจะเสนอให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณาในวันที่ 21 ส.ค. นี้ โดยจะย้ายอำนาจแต่งตั้งจากคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) ไปอยู่ที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ซึ่งมีจำนวน 15 คน โดยมีผบ.ตร. เป็นประธาน รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 6 คน เป็นผู้พิจารณา
ทั้งนี้ ให้ ผบ.ตร.ที่จะเกษียณ เสนอรายชื่อบุคคลที่มีความเหมาะสมเป็นผบ.ตร. ต่อ ก.ตร. ไม่เกิน 3 คน เพื่อพิจารณา จากนั้น ก.ตร.จะเคาะเหลือหนึ่งคนเพื่อเสนอ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นคนเลือก หากเห็นชอบคนใดคนหนึ่งบุคคลนั้นก็เป็นผบ.ตร. แต่ถ้าไม่เห็นชอบให้ส่งกลับไปคัดเลือกใหม่ หากก.ตร.ยังยืนยันรายชื่อเดิมต้องมีเสียง 2 ใน 3 เพื่อสนับสนุนก็สามารถนำรายชื่อเดิมเสนอให้นายกฯเห็นชอบอีกครั้ง และหากนายกฯไม่เห็นชอบอีกจะต้องมีเหตุผลรองรับการคัดค้านการเสนอชื่อ จากนั้นก.ตร.ก็จะต้องกลับไปสรรหารายชื่อใหม่ ภายใน 7 วัน
นายเสรี กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวนี้จะช่วยแก้ปัญหาการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง เนื่องจากไม่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเสนอรายชื่อ เพราะให้นายกฯทำหน้าที่เห็นชอบรวมทั้งยับยั้งบุคคลที่ไม่เหมาะสมเป็นผบ.ตร.เท่านั้น อีกทั้งยังทำให้การแต่งตั้งผบ.ตร.เป็นระบบมากขึ้น นอกจากนี้ยังเชื่อว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นอดีตตำรวจ ซึ่งมีวาระการทำงานเพียง 2 ปี จะหวังดีกับสถาบันตำรวจอย่างแท้จริง







