
สภาฯถอนร่างพ.ร.บ.ติดดาบกมธ.
สภาฯถอนร่างพ.ร.บ.ติดดาบกมธ.กลับไปแก้อีกรอบ ‘นิพนธ์’ ขอ 20 วันแก้ไขและเสนอสภาฯใหม่ ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะ กรรมาธิการ(กมธ.)ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาในวาระ 2 ต่อจากการประชุมเมื่อวันที่ 16 ก.ย. เป็นการอภิปรายค้างอยู่ที่มาตรา 5 ว่าด้วยการให้อำนาจกมธ.ออกคำสั่งเรียกบุคคลใดหรือเอกสารจากบุคคลใดได้ ยกเว้น ตุลาการ กรรมการองค์กรอิสระที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่โดยตรงตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งกมธ.ตัดวรรคสี่ว่าด้วยเอกสิทธิ์การคุ้มครองการฟ้องร้องส.ส.ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 มาตรา 130 ทิ้ง ทำให้ในการประชุมวันดังกล่าว ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลส่วนใหญ่ใช้สิทธิ์อภิปรายคัดค้านร่างพ.ร.บ.นี้กัน มาก เนื่องจากเป็นการให้อำนาจกมธ.มากเกินไป สุ่มเสี่ยงในการลุแก่อำนาจ และลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน และตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้สภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ถอนร่างกลับไปแก้ไขมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่กมธ.วิสามัญฯกลับไม่ได้แก้ไขก่อนที่จะส่งกลับมาให้สภาพิจา
สภาฯถอนร่างพ.ร.บ.ติดดาบกมธ.กลับไปแก้อีกรอบ ‘นิพนธ์’ ขอ 20 วันแก้ไขและเสนอสภาฯใหม่
ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะ กรรมาธิการ(กมธ.)ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาในวาระ 2 ต่อจากการประชุมเมื่อวันที่ 16 ก.ย. เป็นการอภิปรายค้างอยู่ที่มาตรา 5 ว่าด้วยการให้อำนาจกมธ.ออกคำสั่งเรียกบุคคลใดหรือเอกสารจากบุคคลใดได้ ยกเว้น ตุลาการ กรรมการองค์กรอิสระที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่โดยตรงตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งกมธ.ตัดวรรคสี่ว่าด้วยเอกสิทธิ์การคุ้มครองการฟ้องร้องส.ส.ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 มาตรา 130 ทิ้ง ทำให้ในการประชุมวันดังกล่าว ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลส่วนใหญ่ใช้สิทธิ์อภิปรายคัดค้านร่างพ.ร.บ.นี้กัน มาก เนื่องจากเป็นการให้อำนาจกมธ.มากเกินไป สุ่มเสี่ยงในการลุแก่อำนาจ และลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน และตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้สภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ถอนร่างกลับไปแก้ไขมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่กมธ.วิสามัญฯกลับไม่ได้แก้ไขก่อนที่จะส่งกลับมาให้สภาพิจารณา
ทั้งนี้ประชุมอภิปรายนาน 1 ชั่วโมง ที่ประชุมสภาฯมีมติเสียงข้างมาก 204 ต่อ 101 งดออกเสียง 12 ไม่ลงคะแนน 13 เสียง ให้ถอนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวกลับไปให้คณะกมธ.วิสามัญฯพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้นายนิพนธ์ วิศิษฐ์ยุทธศาสตร์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกมธ.วิสามัญฯ กล่าวว่า จะกลับไปแก้ไขและเสนอให้สภาฯใหม่ภายใน 20 วัน โดยจะเชิญทุกฝ่ายมาให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้กมธ.วิสามัญฯปรับปรุง ซึ่งที่ประชุมเห็นด้วย จากนั้นจึงเข้าสู่วาระการพิจารณาถัดไป
โดยก่อนที่จะมีการลงมติส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลได้อภิปรายกันอย่างหลากหลายโดย ให้ความสำคัญกับมาตรา 5 โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มที่เห็นด้วยในหลักการแต่มองว่ายังร่างถ้อยคำไม่รัดกุม 2.กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยในภาพรวมของกฎหมายเพราะให้อำนาจส.ส.ส.ว.มากเกินไป และ3.กลุ่มที่เห็นด้วยกับร่าง
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นด้วยในหลักการของร่างกฎหมาย แต่ต้องร่างให้รัดกุมมากกว่านี้ อาทิ มาตรา 5 ควรให้อัยการที่เป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ ได้รับการยกเว้นด้วย เพราะมีรัฐธรรมนูญ มาตรา 255 ให้พนักงานอัยการมีอสิระในการพิจารณาสั่งคดี คุ้มครอง และควรให้สมาชิกรัฐสภาได้รับการยกเว้นด้วย เพราะมีรัฐธรรมนูญมาตรา 131 ห้ามมิให้จับไปสอบสวนในสมัยประชุม เพราะระบบกมธ.ส่วนหนึ่งถูกใช้เป็นเกมการเมือง ฉะนั้นเสนอให้ กมธ.วิสามัญฯ ถอนร่างออกไปทำให้สมบูรณ์ก่อน
นพ.ชล น่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มาตรา 15 / 1 ห้ามเปิดเผยข้อมูลที่ได้มาเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ตามพ.ร.บ.นี้ โดยมิได้รับมอบหมายจากกมธ.และมิใช่เป็นการกระทำตามหน้าที่เพื่อประโยชน์แก่ การศึกษาเรื่องใดๆอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา อย่างไรก็ดี มาตรา 5 กลับตัดวรรคสี่ออกไป จึงไม่สอดคล้องกันในการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ อย่างไรก็ดี ควรพิจารณาในสภาต่อไปเพื่อให้ส.ส.ช่วยกันแก้ไขถ้อยคำให้รัดกุม
พ.อ.วินัย สมพงษ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์การเมืองไทยครั้งใหญ่ที่สุด เนื่องจากที่ผ่านมาจะตรวจสอบจริงๆจังๆในตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้น กฎหมายนี้ยังป้องกันการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการให้มีระบบธรรมาภิบาลมากขึ้น เพราะทำให้สภาเข้าไปดูความสัมพันธ์และการเอื้อประโยชน์ของเจ้ากระทรวงกับข้าราชการที่ได้รับการแต่งตั้งได้







