
ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (28)
สมเด็จเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี เป็นพระราชธิดาองค์ที่ 39 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย
สมเด็จเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี เป็นพระราชธิดาองค์ที่ 39 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก อันประสูติแต่เจ้าจอมมารดาทองสุก ราชธิดาพระเจ้าอินทวงศ์ แห่งนครเวียงจันทน์ ราชอาณาจักรลาว
พระองค์ประสูติเมื่อปี 2341 พระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าจันทบุรี เมื่อพระชนม์ได้ 5 พรรษา เจ้าจอมมารดาทองสุกก็ถึงแก่กรรม เมื่อปี 2436
พอรุ่งขึ้นอีกปีหนึ่งหลังจากเจ้าจอมมารดาทองสุกถึงแก่กรรม พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก สมเด็จพระบรมชนกนาถ ทรงสถาปนาพระองค์เจ้าจันทบุรีขึ้นเป็นเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี เมื่อปี 2347 เพราะเป็นนัดดาของพระเจ้านครเวียงจันทน์ ความปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ 1 ว่า
“ครั้นถึง ณ วันพฤหัสบดี เดือน 11 ขึ้น 14 ค่ำ เสด็จพระราชดำเนินลงไปทรงลอยพระประทีป พระองค์เจ้าลูกเธอหญิงองค์หนึ่ง ปรากฏพระนามว่า พระองค์เจ้าจันทบุรี พระชนม์ได้ 6 พรรษา ตามเสด็จลงไปที่พระตำหนักแพ เมื่อเวลาจุดดอกไม้รับสั่งว่าประชวรพระเนตรอยู่ให้กลับขึ้นไปพระราชวังเสียก่อน พระองค์เจ้าหญิงนั้น ก็เสด็จกลับขึ้นมาถึงเรือบัลลังก์กับตำหนักแพต่อกันพลาดตกน้ำหายไป พี่เลี้ยงนางนมร้องอื้ออึงขึ้น คนทั้งปวงตกใจพากันลงน้ำเที่ยวค้นหา จึงพบพระองค์เจ้าลูกเธอพระองค์นั้น เกาะทุ่นหยวกอยู่ท้ายน้ำหาได้เป็นอันตรายไม่ เป็นอัศจรรย์ จึงมีพระราชโองการดำรัสว่า “พระเจ้าลูกเธอพระองค์นี้ เจ้าจอมมารดาก็เป็นบุตรีเจ้ากรุงศรีสัตนาคนะหุตสิ้นชีพเสียแต่เมื่อปีกุน เบญจศก (ปี 2436) แต่พระชนม์พระองค์เจ้าได้ 5 พรรษา ไม่มีมารดา ทรงพระกรุณามาก พระองค์เจ้านี้อัยกาก็เป็นเจ้าประเทศราชยังดำรงชีพอยู่ ควรจะสถาปนาให้มีอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้า” ครั้น ณ วันอาทิตย์ เดือน 12 ขึ้น 2 ค่ำ จึงโปรดให้ตั้งการพระราชพิธีเฉลิมพระนาม ครั้นรุ่งขึ้น ณ วันจันทร์เดือน 12 ขึ้น 3 ค่ำ พระราชทานพระสุพรรษบัฏเลื่อนขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดีแล้วมีงานสมโภชอีก 3 วัน”
ในปี 2351 เจ้านครศรีสัตนาคนะหุตล้านช้าง ชื่อเจ้าอินทวงศ์ ซึ่งเป็นอัยกาของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี ป่วยถึงแก่พิราสัย ณ เดือน 3 ขึ้น 8 ค่ำ ครองเมืองได้ 10 ปี โปรดให้ข้าหลวงเชิญ ศุภอักษร และพระราชทานโกศและสิ่งของพระราชทานเพลิงขึ้นไปปลงศพเสร็จแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดตั้งเจ้าอนุผู้น้อง ให้ครองนครศรีสัตนาคนะหุตล้านช้างต่อไป
ในจดหมายเหตุความทรงจำ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชสันนิษฐานว่า เป็นจดหมายเหตุความทรงจำของกรมหลวงนรินทรเทวี (พระองค์เจ้ากุ) มีข้อความกล่าวถึงสมเด็จเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี ความว่า
“ณ วัน 15 ขึ้น 12 ค่ำ ปีชวด ฉศก พระองค์เจ้าชันษา 7 ขวบ ตามเสด็จลงที่นั่งบัลลังก์ตกหว่างเรือไม่จมลอยพระองค์ได้ โปรดประทานพระนามใหม่ สมโภชเจ้าฟ้ากุณฑล 3 วัน เฉลิมพระขวัญพร้อมพระญาติวงศ์ ข้าราชการสมโภชถ้วนหน้า” พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ทรงพระราชวิจารณ์ไว้ว่า “พระองค์เจ้าองค์นี้มีนามว่าจันทบุรี ตามชื่อเมืองเวียงจันทน์ ในจดหมายเหตุเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ว่าตกหลังเรือบัลลังก์ การสมโภชแต่ก่อนมีเฉพาะเจ้าฟ้าทั้งประสูติและโสกันต์”
ถึงปีมะโรง ปี 2351 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี มีพระชนม์ได้ 11 พรรษา ถึงกาลกำหนดจะโสกันต์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำพระราชพิธีโสกันต์เจ้าฟ้าให้เต็มตามตำราเก่า ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นต้นมา เพื่อให้เป็นแบบแผนไว้ในแผ่นดินต่อไป จึงนับว่า สมเด็จเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดีเป็นพระองค์แรกในกรุงรัตนโกสินทร์นี้ ที่ได้รับพระราชทานพิธีโสกันต์เจ้าฟ้าอย่างเต็มตำราดังความปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) มีความพิสดารดังนี้
“ในปีมะโรง สัมฤทธิศกนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี พระชนม์ได้ 11 พรรษา ถึงกำหนดโสกันต์ ทรงพระราชดำริว่า ตั้งแต่ตั้งแผ่นดินมา ยังหาได้ทำการพระราชพิธีโสกันต์ให้เต็มตามตำราไม่ และแบบแผนพระราชพิธีโสกันต์เจ้าฟ้าอย่างครั้งกรุงเก่านั้น เจ้าฟ้าทิพยวดี พระราชธิดาพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ได้ทรงแนะสอนไว้ในพระราชวังบวรฯ ครั้งโสกันต์พระองค์เจ้า 3 พระองค์ เป็นเยี่ยงอย่างอยู่แล้วจึงโปรดให้เจ้าพนักงานตั้งเขาไกรลาศ ณ ชาลาในพระราชวัง ตั้งการพระราชพิธีมีเตียงพระมณฑลบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และตั้งราชวัตรฉัตรรายทางนั่งกลาบาต มีการเล่นต่างๆ ตลอดสองข้างทางที่จะเดินกระบวนแห่ แต่ประตูราชสำราญมา







