posttoday
"บิ๊กป้อม"ลั่นไม่ป้อง "พล.ต." อุ้มรีดค่าไถ่นักธุรกิจ

"บิ๊กป้อม"ลั่นไม่ป้อง "พล.ต." อุ้มรีดค่าไถ่นักธุรกิจ

11 สิงหาคม 2560

"ประวิตร" ลั่นไม่ป้อง "พล.ต." อุ้มรีดค่าไถ่นักธุรกิจ หากผิดจริง ยันกองทัพไม่ช่วยด้าน ผบ.ตร. ไม่กังวล เชื่อมีพยานหลักฐานพอ

"ประวิตร" ลั่นไม่ป้อง "พล.ต." อุ้มรีดค่าไถ่นักธุรกิจ หากผิดจริง ยันกองทัพไม่ช่วย ด้าน ผบ.ตร. ไม่กังวล เชื่อมีพยานหลักฐานพอ

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.จรูญ อำภา ผอ.สปก.ศปร. กองบัญชาการกองทัพไทย ถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการอุ้มรีดไถ่นักธุรกิจชาวสิงคโปร์ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าผิดก็ต้องจับกุม เพราะทหารจะทำความผิดและทำทุจริตไม่ได้ ทั้งนี้ยืนยันว่าทางกองทัพไม่มีการให้ความช่วยเหลือ หากผิดให้ดำเนินการเต็มที่ตามกฏหมาย ซึ่งการดำเนินการทางคดีอาญาจะมีความผิดร้ายแรงกว่าวินัยทหาร เพราะจะไปอุ้มใครนั้นไม่สามารถทำได้

ขณะที่พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า หากกำลังพลกระทำผิดจริง กระทรวงกลาโหมจะไม่ละเว้น แต่เราต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทุกอย่างต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ถ้าเป็นทหารแล้วทำความผิดจริงจะมีทั้งความผิดทางอาญาและทางวินัย ส่วนทางวินัยจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว หากมีความผิดก็จะต้องพักราชการ ซึ่งต้องรอผลการสอบสวนก่อน

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบกรณีแก๊งคนร้ายที่มีมีข้าราชการตำรวจ ทหารร่วมทำการอุ้มรีดเงินนักธุรกิจสายการบิน ว่า ทุกอย่างจะดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน โดยคดีดังกล่าวนั้นพบผู้ต้องหารวม10ราย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจับกุมตัวได้แล้ว8ราย อยู่ในระหว่างการติดตามจับกุม2ราย ยืนยันไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นข้าราชการทหาร ตำรวจ หรือประชาชนทั่วไปหากมีพยานหลักฐานที่พบความเขื่อมโยงก็จะมีการดำเนินคดีต่างๆในข้อหากักขังหน่วงเหนียว หรือกรรโชกทรัพย์ทั้งหมดโดยไม่มีการละเว้น

ส่วนกระแสข่าวว่ากรณีดังกล่าวมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ระดับนายพลมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนั้น ส่วนตัวไม่มีความกังวลใดๆในการดำเนินคดี เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกฏหมายและให้เป็นไปตามพยานหลักฐาน ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นความผิดทางอาญา พร้อมเชื่อว่าเบื้องต้นมีพยานหลักฐานที่เพียงพอที่จะเอาผิดกับนายทหารดังกล่าว โดยหากพบว่านายทหารคนดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องจริงขั้นตอนต่อไปก็จะทำการแจ้งไปยังต้นสังกัดพร้อมเอาผิดตามขั้นตอน

ทั้งนี้ในส่วนของการดำเนินการกับข้าราชการตำรวจที่กระทำความผิดนั้น ยืนยันว่าจะมีการดำเนินการอย่างเด็ดขาดทั้งทางวินัยและอาญา เบื้องต้นอยู่ในระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง ส่วนจะให้ออกจากราชการเลยหรือไม่นั้นอยู่ที่การพิจารณาของตำรวจสอบสวนกลางที่เป็นต้นสังกัดนายตำรวจคนดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้ไปก็จะมีการขยายผลต่อไป 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง