
บอกเป็นนัย
ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธนาคารชาติ กล่าวในงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2553
ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธนาคารชาติ กล่าวในงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2553
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธนาคารชาติ กล่าวในงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2553 ของ ธปท.ซึ่งมีความระหว่างบรรทัดที่น่าจับตามาก
อย่างแรกที่ธาริษาพูดอย่างชัดเจนก็คือ ไม่สามารถพึ่งพิงแรงงานราคาถูกหรือเงินบาทอ่อนได้ตลอดไป
หนทางข้างหน้าจะต้องการยกระดับความสามารถการแข่งขันเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาคุณภาพสินค้าสร้างมูลค่าเพิ่ม
เพราะตัวแปรสำคัญที่ต้องเผชิญ คือการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2557 ที่จะทำให้เกิดการไหลเวียนของสินค้า บริการ ทุน และแรงงานทักษะอย่างเสรี
หากไทยยังไม่รีบยกระดับความสามารถการแข่งขัน จะติดอยู่ในกับดักของประเทศที่มีรายได้ระดับกลาง หรือ Middle Income Country Trap ทำให้มีปัญหาอัตราการเจริญเติบโตช้า
ไทยจำเป็นต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การวิจัยพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ หาแรงจูงใจให้กับธุรกิจให้เพิ่มการลงทุนและพัฒนา ที่ธาริษาใช้คำว่าต้องก้าวกระโดดสู่การผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง
การลงทุนของไทยอยู่ในกลุ่มรั้งท้ายของภูมิภาค ไม่ฟื้นตัวเต็มที่หลังวิกฤตปี 2540 จึงจำเป็นต้องเร่งปลดล็อกการลงทุน
ขณะเดียวกันในแง่ระบบการเงินต้องปฏิรูป โดยแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 2 เริ่มปีนี้ มีเป้าหมายว่าในปี 2557 สถาบันการเงินไทยต้องมีประสิทธิภาพ มีต้นทุนอยู่ในระดับที่เอื้อต่อการเติบโตของ
เศรษฐกิจ เข้มแข็ง ปรับตัว รองรับความผันผวนต่างๆ ที่เข้ามากระทบมีศักยภาพการให้บริการหลากหลายและลึกขึ้น
ที่สำคัญการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจจะพึ่งพาอัตราดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือเดียวดูไม่เพียงพอ จำเป็นต้องทบทวนและหาแนวทางนำเครื่องมือการกำกับดูแล โดยใช้ นโยบายการดูแลเสถียรภาพโดยรวมหรือ Macroprudential
นี่แหละ ประโยคนี้ของธาริษาเป็นจุดสำคัญ เพราะสิ่งที่เรียกว่า นโยบายการดูแลเสถียรภาพโดยรวม Macroprudential จะอุดช่องว่างระหว่างการดูแลเศรษฐกิจมหภาคและการกำกับสถาบันการเงิน เพื่อลดความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจ
Macroprudential เป็นสิ่งใหม่เป็นความหวัง ที่จะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยหัวใจสำคัญก็คือการกำหนดมาตรการทางการเงิน ที่สอดคล้องกับเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ อาทิ ที่กำลังเป็นประเด็นระดับโลกก็คือ การคำนวณอัตราส่วนปริมาณสินเชื่อต่อขนาดเศรษฐกิจของประเทศ (CredittoGDP guide) เพื่อไม่ให้เกิดภาวะฟองสบู่หรือการเก็งกำไร ฯลฯ
คำพูดของธาริษา กลายเป็นทิศทางนโยบายการเงินแบบกลายๆ
ใครจะตีความอย่างไร ก็คงต้องบอกว่าตาดีได้ตาร้ายเสีย







