
เงินครูเท่าหมอ
รัฐบาลโด๊ปให้8%หวังยกระดับทุ่ม2พันล้านจ่ายทั่วหน้าคนละ2-3พัน
รัฐบาลโด๊ปให้8%หวังยกระดับทุ่ม2พันล้านจ่ายทั่วหน้าคนละ2-3พัน
ครม.ไฟเขียวขึ้นเงินเดือนครู บุคลากรทางการศึกษา 8%
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 21 ก.ย. มีมติเห็นชอบให้ขึ้นเงินเดือนครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ 8% โดยให้ยกร่าง พ.ร.บ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะ เงินประจำตำแหน่งครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในช่วงการประชุมสภาสมัยประชุมนี้
ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะเป็นการปรับโครงสร้างเงินเดือนของครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ทัดเทียมกับข้าราชการพลเรือนอื่นๆ โดยครูประจำการทั้งหมดในระบบ 4.32 แสนคน จะได้รับพิจารณาปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยคนละ 8% หรือเพิ่มขึ้นคนละ 2,0003,000 บาท
“ที่ต้องปรับแก้ พ.ร.บ.เงินเดือนครู 8% เพราะเงินเดือนครูไม่ได้มีการขยับปรับเปลี่ยนโครงสร้างเลย ขณะที่ข้าราชการพลเรือนทั่วไปมีการปรับโครงสร้างเงินเดือนไปแล้ว 2 รอบ ในช่วงปี 2551 เงินเดือนข้าราชการอื่นจึงล้ำนำหน้าครูไปราว 8%” นายชินวรณ์ กล่าว
การปรับครั้งนี้ยังมีจุดสำคัญที่นับว่าเป็นประวัติการณ์ของเงินเดือนครูและบุคลากรทางการศึกษาก็คือ กำหนดให้เพดานเงินเดือนครูเท่ากับแพทย์และนักกฎหมาย กล่าวคือ ต่อไปอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของครูจะมีเพดานเดียวกับอัตราเพดานเงินเดือนขั้นสูงสุดของกลุ่มวิชาชีพแพทย์และนักกฎหมาย คือ อัตรา 66,480 บาท จากปัจจุบันที่อัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของครูอยู่ที่ 64,340 บาท
“ที่ผ่านมา ศธ.พยายามต่อสู้ให้ครูได้มีอัตราเงินเดือนสูงสุดเท่าแพทย์และนักกฎหมาย แต่มักไม่สำเร็จ คราวนี้สำเร็จ แต่ครูที่จะเข้าถึงอัตราเงินเดือนดังกล่าวได้ต้องเป็นครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับ 5 หรือ คศ.5 เป็นสายงานพิเศษเท่านั้น และต้องทำผลงานวิชาการ
เชื่อว่าถ้าปรับโครงสร้างเงินเดือนครูให้มีศักดิ์และสิทธิเท่ากับแพทย์และนักกฎหมายแล้ว วิชาชีพครูก็จะเป็นวิชาชีพที่ดึงดูดคนเก่ง คนดีมาทำงานได้” นายชินวรณ์ กล่าว
ทั้งนี้ ตั้งเป้าว่าจะต้องผลักดันให้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา และประกาศใช้บังคับในเดือน เม.ย. 2554 คาดว่าจะใช้งบประมาณ 2,000 ล้านบาทเศษ
ทั้งนี้ คณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติเสนอว่า ได้พิจารณาแล้วมีมติให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาการกำหนดค่าตอบแทนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาในภาพรวม ดังนี้
ระยะสั้น เห็นควรให้ปรับบัญชีอัตราเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเงินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาโดยเทียบเคียงกับค่าตอบแทนของข้าราชการพลเรือนสามัญ ดังนี้
ปรับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอเฉพาะระดับ คศ.1 – คศ. 4 ยกเว้นเงินเดือนขั้นสูงของระดับ คศ. 5 เห็นควรกำหนดขั้นสูงที่ 64,340 บาท ซึ่งเทียบเคียงกับเงินเดือนประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ ของข้าราชการพลเรือนสามัญ (อัตรา 66,480 บาท สำหรับเฉพาะสายงานแพทย์และสายงานนักกฎหมายกฤษฎีกาเท่านั้น) และคงเงินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไว้ก่อน
ปรับบัญชีเงินเดือนข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และคงเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาไว้ก่อน ทั้งนี้ มีประเด็นข้อสังเกตว่าควรมีการกำหนดขั้นต่ำของบัญชีเงินเดือนสายผู้สอนของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
สำหรับ ระยะปานกลาง ให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งการดำเนินการปรับระบบบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้เหมาะสมและเกิดความรอบคอบ รวมทั้งมีการจัดระบบบริหารจัดการรองรับในช่วงเปลี่ยนผ่านให้แล้วเสร็จ อาทิ การออกกฎระเบียบรองรับ ตลอดจนสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับระบบโครงสร้างดังกล่าวให้กับข้าราชการทราบโดยทั่วกัน
ดำเนินการตามแนวทางการจัดอัตรากำลังการบริหารจัดการในภารกิจการศึกษาขั้นพื้นฐานตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 27 ต.ค.52 เพื่อจัดการเกี่ยวกับปัญหาคุณภาพการศึกษาและการบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างครอบคลุม และมีการกระจายและใช้ทรัพยากรทางการศึกษาให้คุ้มค่าเป็นธรรม และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ต้องให้ความสำคัญต่อการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งดูแลนักเรียนน้อยกว่าแต่ใช้งบประมาณในจำนวนพอ ๆ กับกลุ่มโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ซึ่งรับผิดชอบนักเรียนมากกว่า (รวมกว่า 7 ล้านคน) รวมถึงการกระจายอาจการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับส่วน
ท้องถิ่นต่อไปด้วย
ส่วนในระยะยาว ให้มีการศึกษาค่าตอบแทนของข้าราชการทุกประเภททั้งระบบ ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการควรพิจารณาภาพรวมของข้าราชการในกลุ่มสายผู้สอนให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับระบบการศึกษาและยุทธศาสตร์การศึกษาของประเทศเทียบเคียงกับระบบสากลได้ รวมทั้งคำนึงถึงผลิตภาพและผลสัมฤทธิ์ของระบบการเรียนการสอนของประเทศ โครงสร้างและขนาดของหน่วยงาน (ขนาดของโรงเรียน สถาบันอุดมศึกษา) ลักษณะงานของตำแหน่งและขอบข่ายของงาน อุปสงค์และอุปทาน่ของผู้ดำรงตำแหน่งเทียบกับตำแหน่งงานตลอดจนมิติหรือปัจจัยอื่น นอกเหนือจากมิติของวิทยฐานะแต่เพียงอย่างเดียว
"ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาฯ ครูทั่วประเทศ 4 แสนคนจะได้ปรับฐานเงินเดือนใหม่เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 8% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างการศึกษาที่จะเป็นมาตรการจูงใจให้คนเก่งคนดีเข้ามาประกอบอาชีพครู" นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า กฎหมายแบบนี้เป็นการปรับโครงสร้างฐานรายได้ของครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เกิดความเท่าเทียมกับข้าราชการประเภทอื่น ไม่เหลื่อมล้ำเหมือนในปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ราวเดือน เม.ย.54







