
ผู้ค้าแผงลอยสยามค้านจุฬาฯให้ย้ายที่
ผู้ค้าแผงลอยสยามสแควร์ วอนจุฬาฯเห็นใจให้ย้ายแผงค้า หลังเจ้าหน้าที่จุฬาฯเดินแจกใบปลิวเตือนผู้ค้าห้ามใช้พื้นที่ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.เป็นต้นไป
ผู้ค้าแผงลอยสยามสแควร์ วอนจุฬาฯเห็นใจให้ย้ายแผงค้า หลังเจ้าหน้าที่จุฬาฯเดินแจกใบปลิวเตือนผู้ค้าห้ามใช้พื้นที่ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.เป็นต้นไป
เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 21 ก.ย. ที่บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้า สถานีสยาม มีการแจกใบปลิวประกาศข้อกฎหมาย ของสำนักงานอำนวยการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกี่ยวกับกรณีที่จะเตรียมมาตราการควบคุมแผงลอยรอบพื้นที่สยามสแควร์ ห้ามไม่ให้พ่อค้า-แม่ค้าแผงลอยยึดพื้นที่บาทวิถีเป็นร้านขายของอีกต่อไป โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ เดินแจกใบปลิวประกาศที่จัดเตรียมมาจำนวน 300 ใบ ตามแผงลอยร้านค้าที่ตั้งอยู่ในถนนอังรีดูนังค์ ถนนพระราม 1 และถนนพญาไท รวมถึงแจกให้กับประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย หรือเดินทางตามปกติ
โดยประกาศดังกล่าว ระบุว่า "สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีนโยบายจัดระเบียบบริเวณทางเท้าโดยรอบสยามสแควร์ จึงร่วมกับสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน และสำนักงานเขตปทุมวัน ดำเนินการจัดระเบียบเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย สวยงาม สะดวกต่อการสัญจรของประชาชน และป้องกันการเกิดแหล่งบ่มเพาะอาชญากรรม โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2553 เป็นต้นไป
จึงขอให้ผู้ประกอบการบริเวณทางเท้าโดยรอบสยามสแควร์ เคลื่อนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินพร้อมบริวาร ออกจากบริเวณทางเท้าโดยรอบสยามสแควร์ ภายในวันที่ 30 ก.ย.2553 หากผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป"
หลังจากที่ได้รับประกาศดังกล่าวแล้ว บรรยากาศโดยรอบพื้นที่ค้าขาย ยังคงดำเนินไปตามปกติ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าก็พากันพูดถึงประกาศดังกล่าวอย่างแพร่หลาย และส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับมาตราการดังกล่าว
โพสต์ทูเดย์จึงสอบถามไปยังกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายในบริเวณดังกล่าว โดย นายประเวศ กำริสุ อายุ 33 ปี พ่อค้าขายเสื้อผ้าและสิ่งของเบ็ดเตล็ดสำหรับผู้หญิง บริเวณแผงลอยด้านถนนพระราม 1 เปิดเผยว่า ตนไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าวที่นำออกมาจัดการ เนื่องจากไม่มีความเป็นธรรม อีกทั้งยังให้เวลาย้ายสิ่งของ และให้ยกเลิกการค้าขายถึงสิ้นเดือนเท่านั้น จะให้ไปหาที่ขายของอื่นได้ที่ไหน อีกทั้ง ตนค้าขายที่นี้มากว่า 3 ปีแล้ว และถือเป็นอาชีพหลักที่ใช้เลี้ยงชีพและครอบครัว จึงอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นใจบ้าง ทั้งนี้ หากยังไม่มีการช่วยหลือใดๆ จากกทม. ตนและกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าก็จะรวมตัวกันประท้วงอย่างแน่นอน
ด้านแม่ค้าอีกหนึ่งรายซึ่งไม่ขอเปิดเผยนาม ที่ค้าขายในช่วงกลางคืน กล่าวเช่นกันว่า เรื่องดังกล่าวถือว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้ค้าขาย เนื่องจากมีเวลาให้หาที่ทำกินใหม่เพียงไม่กี่วัน กลุ่มผู้ค้าจะไปทำอะไรได้ อีกทั้ง บริเวณนี้ก็มีการค้าขายมายาวนาน หากจะจัดระเบียบตามที่แจ้ง ก็จัดไป แต่ก็แบ่งพื้นที่ให้ค้าขายกันบ้าง ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ของอย่างนี้น่าจะอลุ่มอะล่วยกันได้
อย่างไรก็ตาม การจัดการพื้นที่ และอ้างว่าประชาชนสัญจรไปมาไม่สะดวกนั้น ตนอยากบอกว่า ตลาดแผงลอยที่ไหนๆ ก็มี สีลม ก็ยังมีแผงลอย แต่ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ยังค้าขายกันได้ตามปกติ ซึ่งตนอยากให้ทางจุฬาฯ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเรื่องนี้ อยากให้เห็นใจผู้ค้าบ้าง
ด้านนายสวัสดิ์ ปฐมมงคลกุล ผช.ผอ.สำนักงานทรัพย์สิน จุฬาฯ เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวจะมีการเรียกผู้ค้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าร่วมประชุมรับฟังปัญหา และให้รับทราบระเบียบมาตรการ โดยจะจัดในวันที่ 23 ก.ย.นี้ แต่ทางเราจะยังคงยึดแนวทางเดิมในการปฏิบัติ คือหากยังไม่ย้ายออกไปก็คงต้องดำเนินคดีอาญา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทราบว่าทางกทม.กำลังประชุมหาทางช่วยเหลือผู้ประกอบการอยู่ และคาดว่าน่าจะได้บทสรุปในไม่ช้า







