posttoday
โจ๋แปดริ้วหนุนกม.นิสิตท้องป่องเข้าเรียนได้

โจ๋แปดริ้วหนุนกม.นิสิตท้องป่องเข้าเรียนได้

21 กันยายน 2553

ผลสำรวจโพลความเห็นวัยรุ่นแปดริ้ว สนับสนุนให้เด็กนักเรียนท้องป่อง ก่อนถึงวัยอันควรเข้าเรียนได้ตามปกติ

ผลสำรวจโพลความเห็นวัยรุ่นแปดริ้ว สนับสนุนให้เด็กนักเรียนท้องป่อง ก่อนถึงวัยอันควรเข้าเรียนได้ตามปกติ

นายณัฐปคัลภ์ ญาณมโนวิศิษฏ์ รองผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการประจำสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ หาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ อ.เมืองฉะเชิงเทรา กล่าวถึงผลการสำรวจความคิดเห็น เรื่อง กฎหมายให้นักเรียนนักศึกษาที่ตั้งครรภ์เข้าเรียนได้ตามปกติ หรือ “ราชนครินทร์โพล” โดยให้นักศึกษาสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 ทำการออกสำรวจความคิดเห็นเก็บข้อมูลตัวอย่าง ตั้งแต่ วันที่ 17 ก.ย.จำนวน 651 ราย ในพื้นที่จ.ฉะเชิงเทรา

โจ๋แปดริ้วหนุนกม.นิสิตท้องป่องเข้าเรียนได้

ทั้งนี้ผลการสำรวจปรากฏว่า มีผู้เห็นด้วยกับการอนุญาตให้นักเรียนตั้งครรภ์เข้ามาเรียนหนังสือได้ตามปกติมาก 56.59 เปอร์เซ็นต์และไม่เห็นด้วย 43.41 เปอร์เซ็นต์ โดยมีผู้เห็นว่ากฎหมายนี้เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น 50.33 เปอร์เซ็นต์ และไม่เห็นด้วย 49.67 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยัง ไม่เห็นด้วยกับการให้นักเรียนไปทำแท้งมากถึง 83.36 เปอร์เซ็นต์ ส่วนมีผู้เห็นควรให้นักเรียนที่ตั้งครรภ์ระหว่างเรียน ไปทำแท้งเพียง 16.64 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตามความเห็นเกี่ยวกับควรให้มีกฎหมายทำแท้งได้อย่างเสรี โดยที่ทั้งหญิงตั้งครรภ์ และแพทย์ ไม่มีความผิด มีผู้เห็นด้วย 32.49 เปอร์เซ็นต์ และไม่เห็นด้วย  67.51 เปอร์เซ็นต์ และยังเห็นว่าการมีกฎหมายอนุญาตให้นักเรียนตั้งครรภ์ เข้าไปเรียนในห้องเรียนได้ตามปกติเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องแล้ว 50.60 เปอร์เซ็นต์ และไม่เห็นด้วย 49.40 เปอร์เซ็นต์ โดยเห็นควรให้มีการสอนเรื่องเพศศึกษา ตั้งแต่ในระดับชั้นประถมศึกษามากถึง 64.58 เปอร์เซ็นต์ มีผู้ไม่เห็นด้วย 35.42 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้มีกลุ่มที่เห็นควรให้มีการสอนเพศศึกษา ในระดับชั้นมัธยมศึกษา หรือ ปวช. , ปวส. และอนุปริญญาตรี มากถึง 83.89 เปอร์เซ็นต์ มีผู้ไม่เห็นด้วยเพียง 16.11เปอร์เซ็นต์ และมีกลุ่มผู้เห็นด้วยกับการสอนเพศศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย หรือปริญญาตรี  77.90 เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย 22.10 เปอร์เซ็นต์ และเห็นด้วยกับการที่นักเรียนนักศึกษา มีเพศสัมพันธ์กันในขณะที่ยังเป็นนักเรียน  นักศึกษาอยู่ 30.89 เปอร์เซ็นต์ และไม่เห็นด้วย 69.11 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่ นายอำนาจ เดชสุภา ผู้อำนวยการโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ อ.เมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ ที่มีชื่อเสียงประจำจังหวัด เปิดสอนในระดับชั้นปีที่ 1-6 มีจำนวนนักเรียนกว่า 3,100 คน กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้เกิดปัญหาเกิดขึ้นตามมาอย่างมากมาย และยากเกินกว่าที่จะควบคุมดูแลจัดการให้เรียบร้อยได้ เนื่องจากจะเป็นปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน และเป็นการส่งเสริมให้เด็กขาดความยับยั้งชั่งใจต่อการมีเพศสัมพันธ์ ขาดความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น

นายอำนาจ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมานั้น เช่น เด็กอาจจะจับคู่เป็นสามีภรรยากันภายในโรงเรียน ระหว่าง ม.5 กับ ม.3 แล้วต้องเอาลูกมาเลี้ยงกันถึงในโรงเรียน จนอาจจะต้องคอยแก้ปัญหาให้ หรืออาจถึงขั้นจะต้อง แขวนเปลเลี้ยงดู หรือเปิดศูนย์เด็กเล็กขึ้นภายในโรงเรียน เพื่อรองรับปัญหาดังกล่าวก็เป็นได้ จึงทำให้การทำงานของโรงเรียนยุ่งยากมากยิ่งขึ้นและจะควบคุมกันลำบาก ขณะเดียวกันอาจจะก่อให้เกิดการกระทำที่ไม่น่าดู ถึงขั้นฟรีเซ็กซ์กันในหมู่วัยเรียน จนอาจส่งผลไปจนถึงภาพพจน์ของทางโรงเรียนอีกด้วย

"ที่ผ่านมาปัญหาดังกล่าวก็เคยพบเกิดขึ้นมาบ้างปีละ 1-2 ราย ซึ่งทางโรงเรียนก็เข้าใจ และไม่อยากให้พลาด และคอยดูแลแก้ปัญหาให้ และให้หยุดเรียนไปในระหว่างใกล้คลอด ซึ่งก็จะส่งผลเสียกับการเรียนอยู่บ้าง ที่จะเรียนไม่ทันเพื่อน จึงอยากฝากเตือนสติแก่เด็กไว้ว่า ก่อนจะทำอะไรก็ให้มีสติให้มากๆ อย่าตกไปอยู่ในกระแสของสื่อโฆษณา ต่างๆ" นายอำนาจ กล่าว

ด้าน ว่าที่ ร.ต.ธนากฤต นันทพานิช ผอ.โรงเรียนบ้านกระบกเตี้ย ตั้งอยู่พื้นที่ ม.5 ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาในพื้นที่ชนบทห่างไกลจากชุมชนเมือง มีจำนวนนักเรียนภายในโรงเรียน 155 คน กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการที่จะปล่อยให้เด็กนักเรียนที่ตั้งครรภ์เข้ามาเรียนในโรงเรียนได้ตามปกติ เนื่องจากจะเป็นการส่งเสริมให้เด็กเอาเป็นแบบอย่างกัน ในการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร แต่ถ้าเป็นการตั้งครรภ์ด้วยเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากความพลาดพลั้งไป ก็ยังสามารถให้อภัยได้ เช่นกรณี การถูกข่มขืนนั้น พอยอมรับได้ซึ่งกฎหมายดังกล่าว หากออกมาจะเป็นช่องโหว่ ทำให้เด็กไม่คิดไตร่ตรอง หรือยึดติดกับขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ของคนไทย ทำให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชน จนอาจเกิดการเรียนแบบ จนมีการจับคู่เป็นแฟนกัน หรือเป็นสามีภรรยากันภายในโรงเรียนได้ ว่าที่ ร.ต.ธนากฤต กล่าว

ส่วน นายอนุศิษฐ์ คณะธรรม ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพพนมสารคาม อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาสายอาชีพ ที่เปิดทำการเรียนการสอนทั้งในระบบ และนอกระบบ มีนักเรียนในวัยหนุ่มสาวอายุระหว่าง 16-22 ปี เข้ามาศึกษาต่อในระดับชั้น ปวช.-ปวส. ในระบบจำนวน 1,500 คน และนอกระบบ 500 คน กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว
 เนื่องจากที่ผ่านมานั้น มีนักศึกษาที่ตั้งครรภ์แล้วจะไม่ได้รับอนุญาตให้มาเข้าห้องเรียน

แต่ก็ควรอยู่ในความเหมาะสม โดยให้สามารถเข้ามาเรียนได้ในขณะที่ยังสามารถแต่งชุดนักศึกษาได้ แต่ถ้าหากจะสวมชุดคลุมท้องแล้วมาเข้าห้องเรียน ตนเองก็เห็นว่าไม่เหมาะสม และไม่สะดวก ซึ่งหากไม่สามารถแต่งเครื่องแบบได้ ก็ควรให้มารักษาสภาพไว้ และสามารถมาเรียนต่อจนจบได้ในภายหลัง แต่อาจจะจบล่าช้ากว่านักศึกษาที่มาเรียนได้ตามปกติทั่วไป

ส่วนในเรื่องของภาพพจน์นั้น ก็อาจเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชนคนอื่นๆ ที่เขาตั้งใจเรียน กฎหมายฉบับนี้ จึงควรจะออกมาแบบเงียบๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเชิญชวน หรือเป็นแรงจูงใจให้เด็กเอาแบบอย่างกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ผิดพลาดไปแล้วนั้น ยังสามารถให้เข้ามาเรียนต่อได้จนจบ นายอนุศิษฐ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69