
มาร์คสั่งถอนร่างกม.บังคับครม.แจงกมธ.
อภิสิทธิ์สั่งถอนร่างกฎหมายขืนใจคณะรัฐมนตรี แจงกรรมาธิการ ด้าน ส.ส.โวยห้ามถอนชี้ตัดแขนตัดขางานกมธ.เรียกใครมาไม่ได้
อภิสิทธิ์สั่งถอนร่างกฎหมายขืนใจคณะรัฐมนตรี แจงกรรมาธิการ ด้าน ส.ส.โวยห้ามถอนชี้ตัดแขนตัดขางานกมธ.เรียกใครมาไม่ได้
นพ.มารุต มัสยวณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกฯ ประสานกับคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) ขอให้ถอนร่าง พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ออกจากการพิจารณาของที่ประชุมสภาวันพรุ่งนี้( 22 ก.ย.) เนื่องจากเห็นว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้คณะรัฐมนตรีต้องไปชี้แจงต่อกรรมาธิการ ซึ่งหลายต่อหลายครั้งสามารถที่จะมอบให้ผู้เกี่ยวข้องไปชี้แจงก็ได้ แต่เมื่อบังคับให้ไปชี้แจง ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการการทำงานของรัฐมนตรี และทำให้มีการฟ้องร้องได้หากเรียกแล้วไม่มาชี้แจง
นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ รองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยหากคณะรัฐมนตรี(ครม.)หรือคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) จะเสนอให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 22 ก.ย.ถอนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเพื่อให้กมธ.วิสามัญกลับไปแก้ไขอีกรอบ เพราะครม.และวิปรัฐบาลเป็นคนละส่วนกับส.ส. จึงไม่มีสิทธิ์มาบังคับ คราวที่แล้วกมธ.วิสามัญฯก็ถอนกลับไปแล้วครั้งหนึ่ง คราวนี้จะถอนกลับไปอีกทำไม หากตรงไหนไม่เห็นด้วย ก็ให้ถกและแก้ไขกันในสภา กมธ.วิสามัญฯฟังเหตุผลและพร้อมจะปรับแก้ ไม่ใช่จะเอาแต่ใจตนเองทั้งหมด
"ถ้าไม่พิจารณาออกร่างกฎหมายฉบับนี้ในตอนนี้ คงจะหาโอกาสยาก ทั้งนี้ ที่ต้องมีกฎหมายนี้เพราะกมธ.สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ทำงานไม่ได้จริงๆ เรียกใครไปก็ไม่มา เรียกผู้บริหารการบินไทยไปก็มอบให้พนักงานขายตั๋วมา ส่วนที่ส.ส.กังวลว่า ให้อำนาจมากเกินไปถึงขั้นฟ้องร้องได้หากเรียกแล้วไม่มานั้น มีหลายขั้นตอนกว่าจะออกคำสั่งเรียกได้ และฟ้องได้ และต้องพิจารณาคำชี้แจงด้วยว่า ไม่มาเพราะติดธุระจริงๆหรือไม่ ไม่ใช่ไปฟ้องกันได้ง่ายๆ และคนบริสุทธิ์ไม่ต้องกลัวกฎหมายฉบับนี้เลย" นายวิลาศ กล่าว
ด้านอ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวว่า เท่าที่ผ่านมาวิปรัฐบาลได้รับเสียงท้วงติงมาตลอดกับการที่สภาฯจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เพราะมีการมองว่าเป็นการให้อำนาจส.ส.มากเกินไปเกรงว่าจะมีส. ส.บางคนนำอำนาจของกฎหมายฉบับนี้ไปใช้ในทางที่มิชอบและเรียกรับผลประโยชน์จาก ผู้ที่มาชี้แจง ดังนั้น ที่ประชุมวิปรับฐาลจึงได้เสนอแนวทางเอาไว้ว่าให้ส.ส.รัฐบาลทุกพรรคนำกลับไป คุยกันในพรรคก่อนมาหารือกับที่ประชุมวิปรัฐบาลในวันที่ 22 ก.ย.ว่าจะดำเนินการอย่างไร
"ถ้ามีความจำเป็นจะต้องโหวตให้กฎหมายตกไปหรือให้นำกลับไปแก้ไขก็เป็นสิ่งจำ เป็นที่ต้องทำเพราะคงให้สภาฯผ่านร่างกฎหมายโดยท่ามกลางเสียงท้วงติงจากหลาย ฝ่ายไม่ได้"นพ.วรงค์ กล่าว
สำหรับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ในที่ประชุมสภาฯก่อนหน้านี้สภาฯมีมติให้ถอน ร่างกลับไปแก้ไขมาแล้วครั้งหนึ่งก่อนที่จะกลับเข้ามาพิจารณาอีกครั้งเมื่อ วันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมาและพิจารณาต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 22 ก.ย. ประเด็นสำคัญของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว คือ ในมาตรา 7 ยังระบุว่า หากบุคคลไม่มาชี้แจงหรือไม่จัดส่งเอกสาร คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากสามารถมีมติออกคำสั่งเรียกได้ ส่วนการกระทำความผิดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ให้คณะกรรมาธิการส่งเรื่องให้อัยการฟ้อง หากอัยการไม่ฟ้อง คณะกรรมาธิการสามารถฟ้องเองได้ โดยในมาตรา 15 กำหนดโทษของผู้ฝ่าฝืนว่า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ







