
กรมชลฯเตือนอุบลฯเตรียมรับมวลน้ำระบายลงแม่น้ำโขง
กรมชลประทานเตือนอุบลฯรับมือน้ำก้อนใหญ่ที่เร่งระบายสู่แม่น้ำโขง เผย 9-10 ส.ค.มีฝนตกหนัก จากนั้นแนวโน้มลดลง
กรมชลประทานเตือนอุบลฯรับมือน้ำก้อนใหญ่ที่เร่งระบายสู่แม่น้ำโขง เผย 9-10 ส.ค.มีฝนตกหนัก จากนั้นแนวโน้มลดลง
นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังประชุมติดตามสถานการณ์น้ำร่วมกับ 10 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า สภาพอากาศของประเทศไทยจะยังมีฝนตกระหว่างวันที่ 9-12 ส.ค.โดยจะมีฝนตกหนักในสองวันคือ9-10 ส.ค. จากนั้นจะเป็นลักษณะฝนตกกระจายตัวตามปกติ 30-40 % ของพื้นที่ แนวโน้มฝนลดลง ดังนั้นกรมชลฯจะอาศัยช่วงนี้เร่งระบาบน้ำจากลุ่มน้ำชี น้ำมูล น้ำก่ำ และในเขื่อนลำปาว ลงแม่น้ำโขงโดยเร็วที่สุดเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งล่าสุดปริมาณจังหวัดที่ได้รับผลกระทบกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานว่าลดลงเหลือ 10 จังหวัดจากสัปดาห์ที่แล้ว 43 จังหวัด
ทั้งนี้หลังจากกรมได้ส่งเครื่องผลักดันน้ำลงทุกลุ่มเพื่อเร่งระบายน้ำ ในลุ่มน้ำชี- มูล ผ่าน จ.ร้อยเอ็ด ยโสธร ไปออก ศรีสะเกษ ปริมาณน้ำก้อนใหญ่จะไปพบกันที่อำเภอวารินชำราบในวันที่ 10-11 ส.ค. 2560 โดยจะมีปริมาณไหลผ่านอยู่ที่ 3,000-3,200 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)ต่อวินาที จากศักยภาพรับน้ำของแม่น้ำมูลที่ 3,500 ลบ.ม.ต่อวินาที
อย่างไรก็ตามจากปริมาณดังกล่าวฝั่งซ้ายของแม่น้ำมูลคือฝั่งตัวเมืองจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ในฝั่งขวาซึ่งเป็นที่ราบลุ่มอาจได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำดังกล่าวโดยอาจจะล้นตลิ่ง อ.วารินชำราบมาณ 1 เมตร จากปัจจุบันที่ล้นอยู่ประมาณ 70 ซม. ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะเกิดน้ำท่วมทุกปี อย่างไรก็ตามขณะนี้ระลายน้ำลงแม่น้ำโขงประมาณ 230 ล้านลบ.ม.ต่อวัน
นายสัญชัยกล่าวว่า ได้แจ้งเตือนผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วเพื่อได้แจ้งเตือนประชาชนต่อไป ซึ่งปริมาณน้ำสองลุ่มน้ำรวม 3.2 พันลบ.ม.ต่อวินาที ยังไม่ถือว่ามีปริมาณน้ำมากที่สุด เทียบในปี2521 มีมากถึง 1 หมื่นลบ.ม.ต่อวินาที ปี2556 มีปริมาณ 4.2 พันลบ.ม.ต่อวินาที ใช้เขื่อนราศีไศลชะลอน้ำจากแม่น้ำมูล ก่อนไปร่วมที่วารินชำราบ จะได้ไม่ไปรวมกันมากเกิดจนเกิดผลกระทบตัวเมือง อุบลราชธานีจึงคุมไม่ให้ผ่านเกิน 3,200 ลบ.ม.ต่อวินาที พร้อมกับผลักดันน้ำไหลลงโขง เร็วขึ้น วันละ230 ล้านลบ.ม.
อธิบดีกรมชลฯกล่าวว่า ขณะนี้ยังเร่งระบายน้ำในเขื่อนลำปาววันละ 25-30 ล้านลบ.ม. ซึ่งคาดว่าปริมาณน้ำในเขื่อนจะถึงระดับบริหารน้ำสูงสุดในวันที่ 18 ส.ค. โดยการระบายจะระวังเรื่องผลกระทบในพื้นที่ต่อเนื่อง และเมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้นจะเริ่มระบายน้ำในอ่างขนาดกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีปริมาณน้ำมากว่า 100% ผ่านทางระบายน้ำล้นของแต่ละอ้าง ซึ่งขณะนี้มีประมาณ 77 อ่างจาก 100 กว่าอ่างขนาดกลาง
นายเลิศชัย ศรีอนันต์ ผอ.สำนักบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทาน กล่าวว่าขณะนี้ระดับน้ำในหนองหาร จ.สกลนคร เริ่มลดลงโดยลำดับ คงเหลือ 293 ล้านลบ.ม.และ มีน้ำไหลลง11.9 ล้านลบ.ม. ระบายน้ำออกได้วันละ21.3ล้านลบ.ม. ที่ผ่านมายัง ระบายช้าเพราะมีฝนตกในพื้นที่ โดยใช้เวลาอีก 3-4 วันจะเป็นปกติ และลำน้ำก่ำ คาดว่า7- 10 วันเข้าสู่ภาวะปกติ จะเร่งระบายน้ำเขื่อนลำปาว 25-30 ล้านลบ.ม.ต่อวัน มีพื้นที่ท่วม 9 หมื่นไร่ จากการโมเดลจำลองสถานการณ์ระบายน้ำเขื่อนลำปาว ลงมาเส้นเกณฑ์ควบคุมน้ำในวันที่ 20 ส.ค.
น.ส. สุรางคนา จงสวัสดิ์ นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการพิเศษ กล่าวว่าหลังวันที่ 8 ส.ค. ฝนลดลงทุกภาค ยกเว้นภาคตะวันตก ยังมีฝนมากจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จากโมเดลจำลองสภาพอากาศช่วง 5 วันนี้ ยังไม่มีพายุใกล้ประเทศไทย ซึ่งเข่าอนในภาคตะวันตกยังมีปริมาณน้ำน้อย
ทั้งนี้อธิบดีกรมชลฯ ได้มีหน้งสือถึงทุกพื้นที่จะต้องติดตามสถานการณ์ เรื่องการจัดจราจรน้ำ รองรับสถานการณ์หากมีพายุเข้ามา อาจระบายน้ำเขื่อนเพิ่มขึ้น ทำให้น้ำในแม่น้ำเพิ่มด้วย จะต้องไม่มีผลกระทบกับพื้นที่มาก เฝ้าติดตามตลอด 24 ชม. ซึ่งในระยะนี้จะมีฝนตกน้อยลง และได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานและโครงการชลประทานที่รับผิดชอบในแต่พื้นที่ เร่งดำเนินการลดระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์การบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำ อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 11 แห่งมีระดับน้ำสูงกว่าเกณฑ์ควบคุมน้ำสูงสุด (upper rule curve) คือ เขื่อนกิ่วคอหมา เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนน้ำอูน เขื่อนห้วยหลวง เขื่อนน้ำพุง เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำปาว เขื่อนสิรินธร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนทับเสลา ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ระหว่าง 80-100 % จำนวน 153 แห่ง และอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเก็บกักมากกว่า 100% จำนวน 77 แห่ง
สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดกลางมีน้ำ 80% ได้พร่องน้ำ จัดทำกาลักน้ำ เพื่อช่วยเพิ่มอัตราการระบายอีกช่องทางหนึ่ง นอกเหนือจากการระบายน้ำปกติของตัวอ่าง ให้เหลือปริมาณน้ำต่ำกว่า 80% เช่น อ่างเก็บน้ำด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด อ่างเก็บน้ำห้วยลิ้นควาย อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำสวย และอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำแห้ว จังหวัดเลย อ่างเก็บน้ำลาดกระทิง ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา อ่างเก็บน้ำห้วยเรือ ตำบลดงมะไฟ อำเภอเมืองจังหวัดสกลนคร







