
ฮ่องกงสนลงทุน เศรษฐกิจสร้างสรรค์
แครี แลม ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดเผยภายหลังเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ
แครี แลม ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดเผยภายหลังเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า ได้เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย และสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หารือประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทยและฮ่องกง และประเด็นการค้าเสรีระหว่างฮ่องกงและอาเซียน โดยกำลังบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีอย่างสมบูรณ์ในเร็ววันนี้
นอกจากนี้ ยังได้พบปะหารือกับภาคธุรกิจของไทย ได้แก่ ภาคการธนาคาร ภาคอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และภาคธุรกิจบันเทิง พร้อมหารือเรื่องการลงทุนระหว่างกัน
ทั้งนี้ ฮ่องกงมีความสนใจการลงทุนด้านธุรกิจสร้างสรรค์ (ครีเอทีฟ อีโคโนมี) หลังจากการพบปะหารือร่วมกับรองนายกรัฐมนตรีและภาคส่วนธุรกิจของไทยในครั้งนี้จะติดตามผลความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อผลักดันให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและฮ่องกงเห็นเป็นรูปธรรม อีกทั้งฮ่องกง มีนโยบายการคลังที่เน้นเพิ่มการลงทุน กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยคาดการณ์ว่าหากตัวเลขการลงทุนเพิ่มขึ้น จะทำให้ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) สูงขึ้นด้วย
นอกเหนือจากนี้ ฮ่องกงมีนโยบายด้านระบบสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการดูแลผู้สูงอายุ โดยข้อกล่าวหาว่าการดำรงตำแหน่งของตน จะมีการใช้จ่ายในภาคส่วนการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุงบประมาณเพิ่มขึ้น 2 เท่าไม่เป็นความจริง
สำหรับมูลค่าการค้าไทยกับฮ่องกง ในปี 2559 ฮ่องกงเป็นคู่ค้าอันดับ 9 ของไทย เป็นประตูสู่จีนแผ่นดินใหญ่ และมีมูลค่าการค้ารวมระหว่างกันมูลค่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีอัตราการเติบโตลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2558 2.5% โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปฮ่องกง ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ข้าว ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง
ขณะที่สินค้านำเข้าสำคัญของไทยจากฮ่องกง ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องประดับอัญมณี และผ้าผืน
ด้านการลงทุน ปี 2559 ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ เป็นอันดับที่ 7 จำนวน 32 โครงการคิดเป็นมูลค่า 8.6 พันล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมา 68.9% ด้านการท่องเที่ยว ปี 2559 มีนักท่องเที่ยวฮ่องกงเดินทางมาไทย 7.5 แสนคน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 12% มีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปฮ่องกง 5.9 แสนคน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 12% และด้านแรงงาน ปี 2559 มีแรงงานไทยเข้าไปทำงานในฮ่องกงประมาณ 2,000 คน
อย่างไรก็ตาม มูลค่าการค้าไทย-ฮ่องกงช่วง 6 เดือนปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย. 2560) อยู่ที่ 7,128.88 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 16.67% เป็นการส่งออก 6,024.61 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9.41% และนำเข้า 1,104.26 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 82.88%
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ฮ่องกงมีจุดเด่นการเป็นศูนย์กลางการค้า เศรษฐกิจ และการเงินของเอเชียและของโลก และเป็นตัวเชื่อมสำคัญจากนโยบาย One Belt One Road หรือหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทางของจีน เป็นประตูการค้าและการลงทุนให้กับไทยเข้าสู่จีน ขณะที่ไทยจะเป็นฐานการลงทุนให้กับจีนด้วยเช่นกัน
“ฮ่องกงยังมีตลาดหลักทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเอเชียและอันดับ 8 ของโลก และยังเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีการเงินอันดับ 5 ของโลก ไทยจึงต้องการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การพัฒนาเอสเอ็มอี และพัฒนาบุคลากร และดึงลงทุนในอีอีซี” สมคิด กล่าว







