posttoday
พลังเสื้อแดง 19 ก.ย. อภิสิทธิ์ เตรียมปาดเหงื่อ

พลังเสื้อแดง 19 ก.ย. อภิสิทธิ์ เตรียมปาดเหงื่อ

21 กันยายน 2553

ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยเป็นที่ทราบกันดีว่าการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเป็นไปเพื่อการรำลึกเหตุการณ์รัฐประหาร พ.ศ. 2549 ซึ่งเป็นการโค่นอำนาจรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และรำลึกเหตุการณ์การสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ไม่ต่างอะไรกับการสลายอำนาจต่อรองทางการเมืองของคนเสื้อแดงที่ครอบครองถนนราชประสงค์เป็นที่มั่นสุดท้ายในการต่อสู้กับรัฐบาลมาเป็นเวลานาน

พลังเสื้อแดง 19 ก.ย. อภิสิทธิ์ เตรียมปาดเหงื่อ

ทั้งสองเหตุการณ์มาสิ้นสุดในวันเดียวกันโดยบังเอิญแบบไม่ได้ตั้งใจและจุดจบของทั้งคู่เป็นการสร้างความปราชัยให้กับขั้วอำนาจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้ตัวเลขของวันที่ 19 ในเดือน ก.ย.และเดือน พ.ค. กลายเป็นความทรงจำที่ไม่ดีนักของกลุ่มคนเสื้อแดง

ตรงกันข้ามกับรัฐบาลยังคงสามารถดำรงสถานะเป็นฝ่ายบริหารต่อไปได้อย่างมั่นคงมากกว่าเดิม ทั้งๆ ที่หากย้อนกลับไปกว่า 4 เดือนที่ผ่านมา สถานะของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แทบเรียกว่าเจียนอยู่เจียนไป โดย ณ ตอนนี้กำลังมีแนวโน้มว่าจะแสดงแสนยานุภาพด้วยการจะอยู่เป็นฝ่ายบริหารให้ครบอายุของสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะหมดลงในปลายปี 2554 พร้อมกับจะขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯ อีกครั้งของอภิสิทธิ์ อันเป็นการตอกย้ำว่าพลังของคนเสื้อแดงกำลังเข้าสู่ภาวะตกต่ำ

ด้วยเหตุผลหลายประการเหล่านี้จึงไม่แปลกวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านไปจะกลายเป็นอีกเงื่อนไขสำคัญให้คนเสื้อแดงต้องออกมาแสดงพลังอีกครั้ง

ทว่าความหมายของคนเสื้อแดงที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีนัยอะไรในทางการเมือง

แน่นอนว่าการแสดงพลังของคนเสื้อแดงมีความประสงค์อยากจะให้รัฐบาลให้เห็นถึงขุมกำลังของคนเสื้อแดง หากมองเฉพาะในกิจกรรมที่จัดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ภายใต้การควบคุมของ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อยทั้งในด้านของความชอบธรรมในการจัดการชุมนุมและปริมาณคนที่มาร่วมชุมนุม

เป็นเพราะได้แสดงให้เห็นว่าคนเสื้อแดงสามารถควบคุมสถานการณ์ไม่ให้กองกำลังไม่ทราบฝ่ายเข้ามาสร้างสถานการณ์ได้ จากเดิมที่ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนวันที่ 19 ก.ย. จะเห็นได้ว่าภาพที่ปรากฏออกมาผ่านสื่อมวลชนโดยเฉพาะการให้ข่าวของภาครัฐในการเตรียมความพร้อมกับการรับมือการชุมนุมและการพูดถึงชายชุดดำในการสร้างสถานการณ์ สิ่งเหล่านี้ทำให้ภาพลักษณ์ของคนเสื้อแดงในการเคลื่อนไหวเพื่อรำลึกเหตุการณ์ดังกล่าวถูกบั่นทอนลงไป

ส่วนเรื่องปริมาณคนที่มาร่วมขบวนก็เป็นอีกความสำเร็จของคนเสื้อแดง ดูได้จากภาพข่าวที่ออกมา นับว่ามีจำนวนอยู่พอสมควรจนถึงขั้นที่ทำให้การจราจรในบริเวณสี่แยกราชประสงค์ต้องปิดตัวลงชั่วคราว ด้วยเหตุผลจากปริมาณจำนวนคนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญมาก เนื่องจากแกนนำที่จัดงานในส่วนนี้ คือ “สมบัติ บุญงามอนงค์” หรือ บก.ลายจุด ซึ่งว่ากันตามความเป็นจริงไม่ได้มีสถานะเป็นแกนนำคนเสื้อแดง หากเทียบสถานะของ จตุพร พรหมพันธุ์ หรือ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

แต่ปรากฏว่าสามารถเรียกคนเสื้อแดงมาร่วมชุมนุมได้ระดับนี้ก็ถือว่าเป็นการสะท้อนถึงภาวะการนำมวลชนได้ในระดับหนึ่งควบคู่ไปกับการควบคุมการชุมนุมไม่ให้เกิดความรุนแรงได้ ที่สำคัญเครดิตในทางการเมืองของบก.ลายจุดก็จะมีเพิ่มมากขึ้นด้วย เป็นที่รู้จักมากขึ้นในหมู่ของคนเสื้อแดง แต่จะถึงขั้นพัฒนาไปเป็นผู้จัดการชุมนุมเหมือนกับกลุ่มสามเกลอได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

พลังของคนเสื้อแดงที่ได้แสดงออกมาให้สังคมเห็นในครั้งล่าสุดนี้ นอกจากจะเป็นการเรียกความเชื่อมั่นกลับมาแล้ว หลังจากต้องสูญเสียความมั่นใจเมื่อต้องเจอกับมาตรการกระชับพื้นที่แล้วยังเป็นการ ส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาลในระยะยาว

ด้านหนึ่งพรรคเพื่อไทยก็ได้ส่งสัญญาณในการให้ความสนับสนุนคนเสื้อแดงอย่างเต็มตัวอีกครั้งผ่าน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการให้ สส.ลงไปให้ความช่วยเหลือคนเสื้อแดงในต่างจังหวัดเพื่อร่วมกันเคลื่อนไหวต่อไปและจะไม่มีการทอดทิ้งกัน

จะเห็นได้ว่าพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดงได้กลับมาผนึกกำลังร่วมกันอีกครั้งในการต่อสู้กับรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการเมืองในสภาที่นำโดยพรรคเพื่อไทย หรือการเมืองนอกสภาโดยคนเสื้อแดง กลายเป็นสองพลังสำคัญสำหรับการกดดันรัฐบาลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

แน่นอนว่าพลังของคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยตอนนี้คงจะยังไม่เพียงพอต่อการให้การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในเวลานี้ แม้ว่าจะมีคดียุบพรรคประชาธิปัตย์รออยู่ตรงหน้า เพราะในเงื่อนไขทางคดีหากมีการยุบพรรคมาจริงๆ และมีท่าทีว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะได้เอาใจออกห่างรักษาการนายกฯ ของพรรคประชาธิปัตย์คงจะตัดสินใจยุบสภาทันที

ดีที่สุดในตอนนี้ของพรรคเพื่อไทย คือ ใช้การบริหารงานราชการแผ่นดินที่ผิดพลาดของรัฐบาลทั้งในเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทย หรือการทุจริตคอร์รัปชันมาเป็นโอกาสในการสร้างคะแนนความนิยมให้กับตัวเองก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งครั้งใหญ่ในอนาคต

อย่างน้อยโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะรักษาฐาน สส.ในอีสานและเหนือเอาไว้ให้มากที่สุดได้ และยังจะเป็นการปิดโอกาสของพรรคประชาธิปัตย์ในการปลูกสะตอในพื้นที่ของพรรคเพื่อไทยเช่นกัน เพราะต้องเจอกับการสกัดกั้นของคนเสื้อแดงอย่างถึงที่สุด เท่ากับว่าความฝันของอภิสิทธิ์ในการขึ้นเป็นนายกฯ อีกสักครั้งจะเป็นงานยากพอสมควร หลังจากที่คนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยได้กลับมาร่วมแรงร่วมใจกันอีกครั้ง

เพราะฉะนั้น ในห้วงเวลาที่รัฐบาลไม่ค่อยมีผลงานปรากฏให้สังคมเห็นชัดเจนมากนัก ด้านหนึ่งได้กลายเป็นโอกาสให้พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงกำลังตักตวงความชอบธรรมให้กับตัวเองเพื่อรอให้ถึงวันเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงเท่านั้น สถานการณ์แบบนี้จึงเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องตีให้แตกก่อนที่จะสายเกินไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท