
สูตรใหม่ดัน3จี
คลังเสนอแปรสภาพสัญญามือถือ2จีเดิม/กทช.หวังได้ไฟเขียวเปิดประมูลใน2วัน
คลังเสนอแปรสภาพสัญญามือถือ2จีเดิม/กทช.หวังได้ไฟเขียวเปิดประมูลใน2วัน
กทช. พร้อมประมูล 3จี ได้ 25 ก.ย. หวังศาลปกครองสูงสุดอ่านคำสั่งเป็นบวก 23 ก.ย.นี้
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เปิดเผยว่า หากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนพิพากษา เพื่อให้ กทช.สามารถเปิดประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือไลเซนส์ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ต่อไปได้ กทช.จะสามารถเริ่มกระบวนการประมูลได้ในวันที่ 25 ก.ย.นี้
“แม้การประมูลจะต้องเริ่มช้ากว่าเดิม แต่ไม่กระทบกำหนดเดิมที่วางไว้สิ้นสุดวันที่ 28 ก.ย. เพราะขยายเวลาได้อีก” พ.อ.นที กล่าว
ทั้งนี้ ตามกำหนดนัดอ่านคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลได้รับคำอุทธรณ์ของ กทช. กรณีขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนพิพากษาและขอไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อให้ กทช.สามารถเปิดประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือไลเซนส์ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ต่อไปได้ โดยศาลให้บริษัท กสท โทรคมนาคม ผู้ฟ้อง ได้คัดค้านหรือยื่นแก้คำอุทธรณ์ของ กทช. ภายในวันที่ 22 ก.ย. หลังจากนั้นศาลจะวินิจฉัยและอ่านคำตัดสินอีกครั้งในวันที่ 23 ก.ย. เวลา 09.00 น.
พ.อ.นที กล่าวว่า การประมูล 3 จี ของกทช. ครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนไทยที่จะมีโอกาสได้ใช้บริการที่เป็นมากกว่าโทรศัพท์ปกติ และเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 แต่ต้องมาสะดุดลงเพราะการฟ้องของกสทฯ
“แม้ กทช.จะเข้าใจทั้งกสทฯ และ ทีโอที ที่ได้ยื่นฟ้องเพื่อรักษาผลประโยชน์ขององค์กร แต่ประโยชน์ขององค์กรทั้งสองแห่งมีน้อยมากเมื่อเทียบกับประโยชน์ของสาธรณะชนที่จะได้รับจากบริการ 3 จี” พ.อ.นทีกล่าว
นอกจากนี้ การที่กสทฯ ไม่ได้คัดค้านใดๆ ในตอนที่กทช. เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างหลักเกณฑ์การออกไลเซ่นส์ 3 จี เมื่อวันที่ 1ก.ค.ที่ผ่านมา แสดงว่า กสทฯ เห็นด้วยกับการประมูล 3 จี ครั้งนี้ จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงยื่นฟ้องในภายหลัง
ส่วนการที่รัฐบาลระบุว่าจะเร่งรัด กสทชใน 90 วันนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะขั้นตอนในการตั้งองค์กรอิสระ การสรรหาบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ จนถึงขั้นตอนเปิดประมูล 3 จีได้นั้น ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 23 ปี และรัฐบาลไม่มีอำนาจที่จะไปบังคับ กสทช.ได้ เพราะเป็นองค์กรอิสระ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน สหภาพแรงงานวิสาหกิจทีโอที และ กสทฯ ได้ออกแถลงการณ์ร่วมแสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยที่ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวขอโทษ กทช.ที่ไม่สามารถควบคุมหน่วยงานในสังกัดและปล่อยให้ฟ้องร้อง ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องในฐานะที่เป็นรมว.กำกับดูแล ทีโอที และกสทฯ
นายจุติ กล่าวว่า ยอมรับผิดเองทั้งหมด เพราะไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกทช.กับ หน่วยงานในสังกัดไอซีที เนื่องจากยังต้องอยู่ไปอีกนาน ขณะที่ตัวรัฐมนตรีเป็นการเมือง มาแล้วก็ไป
“อยากให้ทุกคนอยู่กับความเป็นจริงและมองหลายๆ มุม เพราะทั้งทีโอทีและกสทฯ เองก็ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าทำไม 3 จีของทั้งสองแห่งไม่เกิดสักที ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ต้องโทษใคร เพราะทุกคนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
ด้านนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ ประธานคณะกรรมการ หรือ บอร์ด กสทฯ ปฏิเสธกระแสข่าวลือว่าบอร์ดจะลาออก แม้บอร์ดจะไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด แต่การฟ้องร้องเป็นสิทธิ์ของฝ่าย
บริหารที่จะดำเนินการได้เอง และนโยบายของบอร์ดที่ต้องการให้ประเทศไทยมี 3 จี กับเรื่องความถูกต้องทางกฎหมายสวนทางกัน ซึ่งหากวันหนึ่งผิดเหลี่ยมผิดมุม ใคนจะเป็นผู้รับผิดชอบ
ขณะเดียวกัน นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสทฯ กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดความสับสนในการเผยแพร่ข่าวสารในทวิตเตอร์เนื่องจากมีชื่อของกสทฯ ซ้ำกันถึง 3 ชื่อ และทวีตข้อความไม่ตรงกัน กสทฯ ขอแจ้งว่า ชื่อที่ถูกต้อง คือ @ CAT_PRnews เท่านั้น ส่วนชื่ออี่นไม่เกี่ยวข้องกับกสทฯ แต่อย่างใดนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า คำสั่งของศาลปกครองสูงสุดในวันที่ 23 ก.ย. จะทำให้มี
ความชัดเจนว่า กทช.มีอำนาจเปิดประมูลใบอนุญาต 3 จี หรือไม่ หากเดินหน้าต่อไปได้ไทยก็จะได้ใช้ 3 จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกัน หาก กทช.ไม่มีอำนาจเปิดประมูล 3จี รัฐบาลได้หาแนวทางแก้ปัญหา โดยจะหารือกับบริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม ว่าสามารถพัฒนาคลื่นความถี่ 2จี เดิม มาให้บริการเป็น 3จี ได้หรือไม่ ซึ่งแนวทางทั้งหมดจะต้องหารือกับ กทช.อีกครั้ง เพราะเป็นผู้มีอำนาจในการจัดสรรคลื่นความถี่เดิม ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ส่งหนังสือไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อตีความว่าการยุติสัมปทานมือถือระบบ 2จี แล้วให้ออกใบอนุญาตใหม่ เข้าข่ายการแปรสัญญาสัมปทานตามมาตรา 80 ของกฎหมาย กทช.หรือไม่ ซึ่งมีความชัดเจนในระดับหนึ่งว่าสามารถดำเนินการได้นอกจากนี้ รัฐบาลจะพยายามเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติองค์การจัดสรรคลื่นความถี่และการกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วม พิจารณารายละเอียดของกฎหมาย ซึ่งมีการกำหนดเงื่อนไข และระยะเวลาในการจัดตั้งคณะกรรมการอย่างชัดเจนภายหลังจากที่มีการประกาศใช้กฎหมาย เพื่อให้สามารถดำเนินการได้โดยเร็ว
นายกรณ์ กล่าวว่า เรื่องการออกใบอนุญาต 3 จี ถือเป็นเรื่องใหญ่ ที่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะหากดำเนินการไปแล้วมีปัญหาตามมาในภายหลังจะทำให้เกิดความเสียหายมากกว่านี้
นายกฯ จี้ ICT แจงปชช.เหตุ 3G สะดุด
แหล่งข่าวที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนเกิดความสับสนและไม่เข้าใจประเด็นปลีกย่อยเกี่ยวกับการฟ้องร้องประเด็นการเปิดประมูล 3 จี ดังนั้นอยากให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ไปชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ
วิปรัฐยังไม่ได้ข้อสรุป ?เตรียมถกนายกฯก่อนฟันธงเลื่อนถก กม.กสทช.หรือไม่
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ได้เสนอในท่ีประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม(วิป)รัฐบาล นำร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระที่ 14 ขึ้นมาพิจารณาก่อน เนื่องจากเกรงว่าหากพิจารณาไม่เสร็จทันปิดสมัยประชุมในวันที่ 28 พ.ย. นี้ อาจจะทำให้การเดินหน้าไปโครงการเทคโนโลยีสามจีช้าออกไป โดยที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปการเลื่อนวาระดังกล่าวขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมพิจารณาแล้วยังไม่ได้้้ข้อสรุป และมอบให้ นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานวิปรัฐบาลนำเรื่องนี้ไปหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ในวันที่ 21 ก.ย. นี้ ก่อนจะตัดสินใจว่าสมควรจะเลื่อนวาระดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาก่อนหรือไม่ ทั้งนี้ จะต้องพิจารณาว่าใน13 ญัตติที่ยังค้างการพิจารณาอยู่นั้นเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็วหรือไม่อย่างไร และเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเร่งผลักดันแค่ไหน
?สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.ที่ยังค้างการพิจารณาที่น่าสนใจอาทิ ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ร่างพ.ร.บ. ?กองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ ? ร่างพ.ร.บ. คุ้มครองผู้รับงานไปทาที่บ้าน ? ร่างพ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ ?ฯลฯ?







