
ศุลกากรส่งประเมินภาษีรถหรู101คันให้ดีเอสไอพบจ่ายขาดไป 1.8พันล้าน
ดีเอสไอเผยศุลกากร ส่งรายการประเมินภาษีรถหรูล็อตสอง 101 คันพบขาดภาษี 1,839 ล้านบาท สวนกลับผู้นำเข้ารถหรูเลื่อนนัดรับทราบข้อกล่าวหาแต่กลับอ้างเจ้าหน้าที่ทำคดีล่าช้า
เมื่อวันที่ 31 ก.ค. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีการนำเข้ารถยนต์หรูหลบเลี่ยงภาษีศุลกากรว่า ล่าสุดกรมศุลกากรได้ส่งรายการประเมินชำระภาษีล็อตที่ 2 ให้ดีเอสไอเสร็จสิ้นแล้ว โดยพรุ่งนี้จะมีแถลงข่าวร่วมกันอย่างเป็นทางการ เบื้องต้นพบว่าการตรวจสอบรถยนต์ที่นำเข้าล็อตที่ 2 จำนวน 101 คัน ชำระภาษีขาดไปประมาณ 1 พันล้านบาท หลังจากนี้ดีเอสไอจะออกหมายเรียกผู้นำเข้ารถยนต์ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาสำแดงนำเข้ารถหรูอันเป็นเท็จ ส่วนกรณีที่ผู้นำเข้าอ้างว่าได้รับความเสียหายจากการดำเนินคดีล่าช้าจากดีเอสไอ อยากชี้แจงอีกมุมหนึ่งว่าหลังพนักงานสอบสวนเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ฝ่ายผู้ประกอบการก็ใช้สิทธิ์เลื่อนนัดการรับทราบข้อกล่าวหาและการส่งเอกสารชี้แจงข้อกล่าวหาเช่นกัน
"ในส่วนของพนักงานสอบสวนยืนยันเร่งสอบสวนให้เร็วที่สุดแล้ว อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ได้รับการประสานจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ที่จะเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดีเอสไอตรวจสอบการนำเข้ารถยนต์ของกลุ่มเกรย์มาเก็ตโดยใช้รูปแบบสำแดงการนำเข้าเป็นรถนักเรียนด้วย"อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
แหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า สำหรับการประเมินภาษีรถยนต์หรูล็อตที่ 2 จำนวน 101 คันที่กรมศุลกากรประเมินภาษีแล้วเสร็จ พบว่าชำระภาษีขาดไป 1,839 ล้านบาท แบ่งเป็นรถเฟอร์รารี่ 14 คัน รถมาเซราติ 49 คัน ส่วนที่เหลือเป็นรถแลมโบกินี่ทั้งหมด โดยการะประเมินภาษีล็อตแรกจำนวน 30 คัน กรมศุลกากรได้ประเมินภาษีขาดไป 650 ล้านบาท
รายงานข่าวระบุว่า สำหรับรูปแบบการนำเข้าโดยสวมสิทธินักศึกษา หรือ คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ เป็นการสำแดงนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วของนักเรียนไทยในต่างแดนหรือคนไทยในต่างแดนที่ประสงค์จะนำรถยนต์ที่เคยใช้งานในต่างประเทศกลับเข้ามาในประเทศไทย ทำให้ได้รับการยกเว้นภาษี 170 เปอร์เซ็นต์จากราคารถยนต์ในต่างประเทศ ซึ่งตามปกติผู้ประกอบการจะต้องเสียภาษีการนำเขารถเต็มจำนวน 200 เปอร์เซ็นต์ เรื่องดังกล่าวเคยถูกผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์ร้องให้ป.ป.ท.ตรวจสอบ ตั้งแต่ยุคนายประชา พรหมนอก เป็นรมว.ยุติธรรม
ทั้งนี้ข้อมูลในชั้นสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้ประกอบการจะโอนเงินให้นักเรียนไทยซื้อรถยนต์ใหม่ส่งกลับเข้ามาในไทย แต่การขายจะติดเงื่อนไขทางกฎหมายว่าห้ามโอนเปลี่ยนมือภายใน 3 ปี ดังนั้น ผู้ซื้อรถยนต์ในรูปแบบนี้จะต้องมีความเชื่อใจสูง เพราะจะต้องจ่ายเงินไปก่อนได้รับโอนกรรมสิทธิ์ ที่ผ่านมาจึงมีการเรียกร้องขอให้ตรวจสอบกระบวนการนำเข้ารถนักเรียนจากอังกฤษและญี่ปุ่น ซึ่งได้รับความนิยม เนื่องจากมีระบบขับขี่พวงมาลัยด้านขวาเหมือนรถยนต์ในไทย







