
พลร่มทัพภาค2ฝึกโดดร่มแต่ไม่กางโหม่งโลกดับ
พลร่มกองทัพภาคที่ 2 เคราะห์ร้ายฝึกซ้อมโดดร่มตามแผนแทรกซึมของต้นสังกัด ร่มไม่กางโหม่งพสุธาเสียชีวิต
พลร่มกองทัพภาคที่ 2 เคราะห์ร้ายฝึกซ้อมโดดร่มตามแผนแทรกซึมของต้นสังกัด ร่มไม่กางโหม่งพสุธาเสียชีวิต
คณะแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลอำเภอพิมาย จ.นครราชสีมา เร่งให้การช่วยชีวิต ส.อ.อุดร เอี่ยมนอก อายุ 31 ปี ทหารสังกัดกองพลทหารราบที่ 3 ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 หลังประสบอุบัติเหตุขณะที่ได้ปฏิบัติภารกิจฝึกซ้อมกระโดดร่มหลักสูตรแทรกซึมเบื้องสูง ประจำปี 2553 ที่ทางกองพลทหารราบที่ 3 ได้จัดขึ้น เพื่อฝึกทักษะของกำลังพลในสังกัดให้มีความเชี่ยวชาญตามแผนป้องกันประเทศที่ทางกองทัพบกและกองทัพภาคที่ 2 กำหนดไว้ แต่ก็ไม่สามารถที่จะเยื้อชีวิตของทหารรายนี้ไว้ได้ เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่รุนแรงจากการกระแทก ส่งผลให้ปอดทั้ง 2 ข้างฉีกขาด รวมถึงกระดูกแขนและขาทั้ง 2 ข้างแตกละเอียด เป็นสาเหตุให้เสียชีวิต ขณะที่ทางกองพลทหารราบที่ 3 ได้เตรียมปูนบำเหน็จตามระเบียบของกองทัพบก เนื่องจากเสียชีวิตของสิบเอกอุดรฯ ครั้งนี้ถือเป็นการเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 20 ก.ย. หลังจากที่กองพลทหารราบที่ 3 ได้มีมีกำหนดการฝึกซ้อมปฏิบัติหน้าที่ตามหลักสูตรแทรกซึมเบื้องสูง ประจำปี 2553 โดยใช้เครื่องเฮลิคอปเตอร์ แบบ ฮ.ท.1 นำพลร่มกองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 3 ขึ้นทำการฝึกบนระดับความสูงประมาณ 700 ฟิต จากนั้น พลร่มทั้งหมดได้ทยอยกระโดดจากตัวเครื่องให้ลงมาตามพิกัดที่กำหนดไว้ คือภายในสนามกีฬาโรงเรียนบ้านโนนม่วง ต.ท่าหลวง อ.พิมาย จนครราชสีมา ท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่มามุงดูการฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตามระหว่างนั้นปรากฏว่าร่มของ ส.อ.อุดร ซึ่งเป็นร่มใหม่และยังไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อนเกิดมีปัญหา ไม่กางเต็มที่ จึงทำให้บังคับทิศทางได้ลำบาก ส่งผลให้ปีกด้านข้างของร่มถูกลมพัดกำลังจะไปเกี่ยวกับปล่องควันไฟเมรุของวัดโนนม่วง ที่ตั้งอยู่ห่างจากสนามกีฬาโรงเรียนบ้านโนนม่วงซึ่งเป็นพิกัดที่กำหนดไว้ประมาณ 100 เมตร และสิบเอกอุดร พยายามที่จะประคองร่มไม่ให้ไปเกี่ยวกับปล่องควันไฟดังกล่าว ก่อนที่ร่มที่เหลืออยู่อีกข้างจะพับจนทำให้ร่างของสิบเอกผู้เคราะห์ร้ายตกลงกระแทกพื้นภายในวัดโนนม่วงทันที ต่อหน้าของนางสมมิ้ง เอี่ยมนอก ผู้เป็นมารดาซึ่งลูกชายโทรศัพท์ไปบอกที่บ้านให้มาดูการฝึกโดดร่มครั้งนี้ถึงกลับเป็นลมหมดสติทันที
นางสมมิ้ง ชาวบ้านต.กระทุ่มลาย อ.ประทาย จ.นครราชสีมา กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ส.อ.อุดร เป็นบุตรคนโต และเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการดูแลครอบครัว ซึ่งการสูญเสียบุตรชายในครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของครอบครัว และทุกคนเสียใจกับการจากไปของบุตรชายเป็นอย่างมากและก่อนเกิดเหตุลูกชายได้โทรศัพท์ไปบอกให้มารอดูการฝึกโดดร่มที่บริเวณเกิดเหตุ เห็นว่าอยู่ไม่ห่างจากบ้านมากนักจึงชักชวนเพื่อนบ้านมาดูไม่นึกเลยว่าจะเป็นการเห็นหน้าลูกชายครั้งสุดท้ายขณะเกิดเหตุรู้สึกตกใจมากและต่อนี้ไปไม่รู้จะอยู่อย่างไรเพราะอุดรเป็นเสาหลักของครอบครัวและดูแลน้องๆมาโดยตลอด
ทั้งนี้ส.อ.อุดร เป็นนักเรียนนายสิบทหารบก รุ่นที่ 2 ปี 2541 หลังจบการศึกษาได้มาประจำอยู่ที่กองพลทหารราบที่ 3 ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ทันที เมื่อปี 2543 และเคยผ่านการปฏิบัติภารกิจดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับข้าราชการครู และประชาชน(ชุดคุ้มครองครู) ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงจังหวัดต่างๆที่มีการร้องขอกำลังผลผ่านทางกองทัพภาคที่ 2 อีกหลายภารกิจ ซึ่งขณะนี้ทางต้นสังกัดได้เตรียมเสนอไปยังทางกองทัพบกเพื่อขอปูนบำเหน็จความดีความชอบตามระเบียบองกระทรวงกลาโหมต่อไป ส่วนศพของส.อ.อุดรฯนางสมมิ้งฯมารดาได้ติดต่อขอรับจาก รพ.พิมาย ไปตั้งบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่ต.กระทุ่มลาย อ.ประทาย จ.นครราชสีมาแล้ว
ขณะที่พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานการเสียชีวิตของส.อ.อุดร แล้ว ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 2 กำลังส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ว่าเกิดจากสาเหตุใด ส่วนการปูนบำเหน็จให้กับผู้เสียชีวิตนั้น ถือเป็นระเบียบที่กองทัพจะต้องดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งตนขอยืนยันว่าทางกองทัพภาคที่ 2 จะดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ เนื่องจากถือเป็นการเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุ







