
อาร์พีจีล่องหน!!ปิดไม่ลับกองทัพเจอฉกอาวุธ
อาวุธสงครามได้หายไปจาก แผนก 2 กองคลังแสง กรมสรรพาวุธ ทหารบก ลพบุรีโดยที่กองทัพเป็นห่วงมากที่สุดคือการหายไปของอาวุธอาร์พีจีถึง 30 ลูก....
อาวุธสงครามได้หายไปจาก แผนก 2 กองคลังแสง กรมสรรพาวุธ ทหารบก ลพบุรีโดยที่กองทัพเป็นห่วงมากที่สุดคือการหายไปของอาวุธอาร์พีจีถึง 30 ลูก....
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
"พยายามสอบแล้ว ยังไม่พบข้อมูลว่าอาวุธหายไปจากคลังแสง จ.ลพบุรี ทั้งนี้ การดูแลอาวุธในคลังแสงถือเป็นหลักปฏิบัติอยู่แล้ว ยืนยันว่าอาวุธที่มีข่าวว่าหายไปนั้น ยังตรวจสอบไม่พบ ต้องดูรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้ง" พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 ก.ย.
"มีการตรวจสอบกันอยู่ ขอให้กองทัพเป็นผู้ชี้แจงเรื่องนี้ดีกว่า" นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 18 ก.ย.
"ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.ส่วนสืบสวนสะกดรอยของดีเอสไอ นำชุดสืบสวนสะกดรอยเข้าตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวแล้ว ในระหว่างนี้ยังไม่มีข้อมูลการข่าวหรือเหตุบ่งชี้ที่ชัดเจนถึงวัตถุประสงค์ของคนร้ายที่ลักลอบนำอาวุธของกองทัพออกไปจากคลังแสง จึงไม่อยากให้ข่าวที่จะสร้างความตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไป" ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษกล่าวเมื่อวันที่ 19 ก.ย.
เหล่านี้คือคำให้สัมภาษณ์ของผู้เกี่ยวข้องฝ่ายความมั่นคงหลังมีกระแสข่าวว่าอาวุธสงครามหายไปจากคลังแสง จ.ลพบุรี
กระทั่งมาถึงวันนี้ จากกระแสข่าวลือเป็นเรื่องจริงขึ้นมาจนได้ เมื่อทั้งนายกฯและ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ออกมายอมรับถึงการหายไปของอาวุธสงคราม
"เบื้องต้นคงต้องสอบสวนก่อนว่า ผู้ใดน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้บ้าง" บิ๊กป๊อก ให้สัมภาษณ์ยอมรับเมื่อวันที่ 20 ก.ย.
ขณะที่นายกฯให้สัมภาษณ์วันที่ 20 ก.ย.ว่า มีความกังวลเรื่องอาวุธที่หายไป แต่ได้กำชับให้กองทัพเร่งติดตามอาวุธที่หายไป ซึ่งยังไม่มีสิ่งบอกเหตุว่าอาวุธที่หายไปจะนำไปใช้ก่อเหตุหรือไม่ แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เช่น จรวดอาร์พีจีที่เคยนำไปก่อเหตุที่คลังน้ำมัน หรือ เสาไฟฟ้ามาแล้ว
เหตุการณ์อาวุธสงครามหายระแคะระคายออกมาจากค่ายทหารจ.ลพบุรี ตั้งแต่ค่ำวันที่ 7 ก.ย. โดยมีสื่อมวลชนฉบับหนึ่งนำเสนอข่าวโดยระบุว่ามีหัวกระสุนจรวดอาร์พีจีจำนวน 72 ลูก หายไปจากหน่วยทหาร จ.ลพบุรี และทันทีที่มีกระแสข่าวดังกล่าวออกมา ต้นสังกัดได้สั่งให้ทหารแต่ละหน่วยในจังหวัดลพบุรีตรวจสอบอาวุธของหน่วยตัวเอง อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวว่าได้มีการสั่งการให้ปิดข่าวในเรื่องนี้
สำหรับอาร์พีจีที่หายไป มีการคาดการณ์ว่าอาจหายจากคลังแสงกรมสรรพาวุธ ทหารบก หรือศูนย์การบินทหารบก รวมทั้งเป็นไปได้ที่จะหายไปจากคลังเก็บอาวุธของศูนย์การทหารปืนใหญ่ ศูนย์ซ่อมสร้างอาวุธ กระทรวงกลา โหม และค่ายทหารที่ขึ้นตรงกับหน่วยบัญชา การสงครามพิเศษ
เหตุการณ์บานปลายเข้าหู ส.ส.พรรคเพื่อไทยนำข่าวดังกล่าวออกมาขยายประเด็นหวังโยงว่ามีการนำอาวุธสงครามออกมาจากค่ายทหารเพื่อนำไปสร้างสถานการณ์ยิงคิงส์เพาว์เวอร์ สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เป็นฝีมือคนมีสีจากฝ่ายรัฐ แต่ช่วงนั้น การปูดข่าวของส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่มีสัญญาณตอบรับจากฝ่ายบริหาร ที่จะออกมาชิ้แจงข้อเท็จจริง แม้แต่กองทัพ
แต่หารู้ไม่ว่า นายกฯ ได้รับรายงานดังกล่าวมากว่าสองอาทิตย์แล้ว เช่นเดียวกับ ระดับบิ๊กกองทัพ ก็ได้ข่าวนี้เช่นกัน เพียงแต่อ้ำอึ้งไว้ก่อน เหตุผลเพราะต้องการสืบสวนในทางลับเป็นฝีมือใครกันแน่ อีกเหตุผลที่กองทัพปิดเงียบก็เพราะเกรงเหตุเสียหน้า ที่ไม่รู้ใครเป็นใครถึงปฏิบัติการล้วงคองูเห่า เข้าไปขโมยอาวุธถึงค่ายทหาร
ระหว่างการตรวจสอบแบบเงียบๆ พบว่า ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงกับข่าวที่เสนอออกไปก่อนหน้านี้ เพราะไม่ได้หายไปจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี แต่แท้ที่จริงแล้ว อาวุธสงครามได้หายไปจาก แผนก 2 กองคลังแสง กรมสรรพาวุธ ทหารบก ลพบุรีโดยที่กองทัพเป็นห่วงมากที่สุดคือการหายไปของอาวุธจรวดอาร์พีจีถึง 30 ลูก และกำลังตรวจสอบว่า เอ็ม 79 หายไปด้วยหรือไม่ ขณะที่กระสุนปืนเล็กยาว ก็ยังไม่มีรายละเอียดแจ้งเข้ามาว่าหายไปด้วยหรือไม่
ทั้งนี้ คลังอาวุธของแผนก 2 กองคลังแสง กรมสรรพาวุธกองทัพบก ต.เขาพระงาม อ.เมืองลพบุรี เคยเกิดเหตุระเบิดเมื่อตอนค่ำวันที่ 24 เม.ย.50 มาแล้ว
ข้อสันนิษฐานของอาวุธสงครามที่หายไป ตั้งสองประเด็นระหว่าง เอาไปขาย หรือ นำไปก่อเหตุการณ์ป่วนเมือง







