posttoday
วิธีขยายอิทธิพล

วิธีขยายอิทธิพล

28 กรกฎาคม 2560

ติดตามเกมการเมืองระหว่างประเทศของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูตินอยู่ไกลๆ โดยไม่ได้เข้าไปรู้สายสนกลในอะไรลึกซึ้ง

โดย...ศุภมิตร ปิติพัฒน์

ติดตามเกมการเมืองระหว่างประเทศของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูตินอยู่ไกลๆ โดยไม่ได้เข้าไปรู้สายสนกลในอะไรลึกซึ้ง นอกจากข่าวสารทั้งข่าวจริงข่าวปล่อยในสงครามการข่าวสมัยนี้ แต่ก็อยากออกความเห็นว่าปูตินมีความแยบยลในการเดินหมากอยู่มากทีเดียว

ออกความเห็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะล่วงรู้ว่าอะไรคือความตั้งใจ หรือความต้องการจริงๆ ในการตัดสินใจของประธานาธิบดีปูติน แต่อาศัยวิธีวิเคราะห์แบบหนึ่งที่ใช้กันมาแต่ดั้งเดิมในสาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่ทำให้เห็นถึงความน่าชมในการเดินเกมการเมืองระหว่างประเทศของเขา เป็นต้นว่า ถ้าการให้ความช่วยเหลือแก่ทรัมป์และทีมงานในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี เป็นจริงอย่างที่กำลังเกิดข้อสงสัยไต่สวนกันอยู่ในสหรัฐเวลานี้ ปูตินหวังผลอะไรหรือจะได้อะไรจากการเดินหมากตานี้

วิธีตอบคำถามนี้แบบหนึ่งคือสมมติตัวเราเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบเดียวกับที่คนเป็นผู้นำนั้นเผชิญอยู่ แล้วดูว่าเมื่อผลประโยชน์ที่เขาต้องรักษาหรือต้องการบรรลุเป็นแบบนี้ เมื่อเขาต้องเผชิญกับข้อจำกัดของสถานการณ์ และเมื่อโอกาสเปิดให้เขาอย่างนี้ ถ้าเราเป็นเขา เราจะตัดสินใจอย่างไร จะทำแบบที่เขาทำไหม มีทางเลือกที่เป็นไปได้แบบไหนอีกบ้างที่เขาน่าจะเลือก หรือทางเลือกที่เขาทำไปนั้นเป็นทางเลือกสมเหตุสมผลอย่างไรไหมในทางที่จะสร้างโอกาส หรือว่าช่วยลด/เปลี่ยนข้อจำกัดของสถานการณ์ที่มีอยู่

บทความวันนี้เลยทดลองนำเสนอผลของการสมมติพาตัวเองเข้าไปอยู่ในเงื่อนไขสถานการณ์ของผู้นำรัสเซีย แล้วใช้เหตุผลพิจารณาการเดินหมากของปูตินในการเข้าไปแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปีที่แล้ว ว่าถ้าเป็นการเข้ามาแทรกแซงจริงดังที่สงสัยกัน การเดินหมากตานี้ของปูตินแยบยลอย่างไรถ้าเราพิจารณาตามวิธีคิดเชิงยุทธศาสตร์ของพวก Offensive Realism ที่หลายคนอยากเชื่อว่าวิธีคิดนี้ ถ้าแม้จะไม่ตรง แต่ก็น่าจะใกล้เคียงกับวิธีเดินเกมการเมืองระหว่างประเทศของประธานาธิบดีรัสเซียผู้นี้มากทีเดียว

Offensive Realism เป็นแนวทางที่เสนอโดย John Mearsheimer นักยุทธศาสตร์อเมริกัน จากฐานคิดที่มองว่าสภาวะอนาธิปไตยของการเมืองระหว่างประเทศ จะผลักให้รัฐมหาอำนาจต้องคิดและดำเนินทุกวิถีทางที่จะหาทางขยายอำนาจของตนออกไปให้มากที่สุด ส่วนที่ว่าการขยายให้มากที่สุดนี้จะมากได้แค่ไหน Mearsheimer บอกว่ามากจนได้สถานะของความเป็นเจ้า ที่อย่างน้อยก็ให้มีอิทธิพลคลุมเหนือพื้นที่ตลอดภูมิภาคที่มหาอำนาจชาตินั้นตั้งอยู่ แม้ว่าความปรารถนาจะเป็นใหญ่ในโลกแต่เพียงผู้เดียวจะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม เพราะมหาอำนาจชาติอื่นจะไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น และด้วยข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์โลกที่คงทำให้สำเร็จเช่นนั้นได้ยาก

เมื่อคำนึงถึงสิ่งที่ปูตินต้องการในขณะนี้ ผลประโยชน์ด้านหนึ่งนั้นน่าจะได้แก่อิทธิพลเหนือคาบสมุทรไครเมียและยูเครน ซึ่งเคยอยู่กับรัสเซียมาก่อน และผู้นำรัสเซียตลอดมาถือเป็นพื้นที่ที่ไม่อาจปล่อยให้มหาอำนาจอื่นเข้ามามีอิทธิพลเหนือดินแดนดังกล่าวได้ การรุกเข้าไปในยูเครนและการผนวกไครเมียกลับคืนมาเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียได้รับการคัดค้านอย่างแข็งขันจากสหภาพยุโรปและสหรัฐ แต่การจัดการตอบโต้รัสเซียและสกัดกั้นการกลับมาของรัสเซียในไครเมียจะเป็นได้ก็ต่อเมื่อสหรัฐพร้อมที่จะดำเนินมาตรการเอาจริงต่อรัสเซีย

เราจึงเห็นว่าในจังหวะครบวาระดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของบารัก โอบามา รัสเซียจึงมีส่วนได้ส่วนเสียในผลการเลือกตั้งของสหรัฐว่าถ้าเป็นฮิลลารี คลินตันขึ้นมา และดำเนินนโยบายต่อเนื่องที่เข้มข้นมากขึ้นจากสมัยโอบามา ย่อมไม่เป็นผลดีต่อการรักษาผลประโยชน์ของรัสเซียในไครเมียและยูเครน ปูตินย่อมมีแรงจูงใจที่อยากเห็นทรัมป์มีชัยเหนือคู่แข่งของเขา และถ้าหากเขาเข้าไปช่วยทรัมป์เพื่อให้ได้ชัยชนะอย่างที่คิดกันจริง ปูตินคงไม่ได้ต้องการเพียงมิตรจิตมิตรใจเป็นพิเศษจากประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ชื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ แต่เขาเก็บเกี่ยวจากการเดินหมากตานี้ได้มากกว่านั้น อย่างน้อย Offensive Realism ก็ชี้ให้เราเห็นอย่างนั้น

ในการขยายอำนาจและสกัดกั้นมหาอำนาจอื่นไม่ให้ขวางทางการขยายอำนาจของตน Offensive Realism เสนอยุทธวิธีหลายแบบด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือวิธีเก่าแก่ที่ผู้นำรัสเซียอย่าง
คัทรินมหาราชินีเคยใช้มาแล้วในการกันปรัสเซียและออสเตรียไม่ให้ขวางทางการขยายอิทธิพลของรัสเซียไปจนจรดทะเลดำ  Mearsheimer เรียกยุทธวิธีนี้ว่า การโยนเหยื่อล่อให้ฝ่ายตรงข้ามฟัดกันเอง (Bait and bleed) ถ้าหากปูตินจะนำวิธีนี้มาปรับใช้กับสหรัฐในสมัยนี้บ้าง คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอันใด ว่าแต่วิธีนี้เขาเล่นกันอย่างไร?

ด้วยความที่ปูตินย่อมเข้าใจนิสัยใจคอของทรัมป์ และการทำงานของกลไกต่างๆ ในระบบการเมืองสหรัฐเป็นอย่างดี เขาจึงน่าจะคาดไว้แล้วถ้าเขาเลือกเล่นหมากนี้จริง ว่าเหยื่อล่อที่เขาจะใช้ คือความช่วยเหลือที่หมิ่นเหม่จะเป็นการแทรกแซงการเมืองภายในสหรัฐที่ผิดกฎหมาย ถ้าทรัมป์และทีมของทรัมป์งับเหยื่อ จะออกฤทธิ์อย่างไร นอกจากทางไมตรีที่จะได้จากทรัมป์และการกันหนทางขึ้นสู่ตำแหน่งของฮิลลารี

เมื่อเรื่องนี้ถูกเปิดขึ้นมา มันไม่เพียงทำให้การเมืองสหรัฐปั่นป่วน แต่เป็นความปั่นป่วนที่จะสร้างความยุ่งยากยืดเยื้อ ฝ่ายตรงข้ามของทรัมป์ทั้งในและนอกรัฐสภาที่ต้องการรักษาความถูกต้องจะไม่ยอมหยุดแน่ และการต่อสู้ของทรัมป์ที่จะทำทุกวิถีทางอย่างถึงที่สุดเพื่อให้เขา สมาชิกในครอบครัวและคนในทีมพ้นผิด แม้ว่าต้องแลกกับสิทธิอำนาจของตำแหน่งประธานาธิบดีที่จะบอบช้ำเสียหายไป จะทอนทั้งโอกาสริเริ่มเชิงนโยบายและเอกภาพในการดำเนินนโยบายระหว่างฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติในด้านต่างประเทศไปจนตลอดสมัย ในขณะที่การตอบโต้รัสเซียด้วยเครื่องมือที่รัฐสภามีอยู่โดยการออกกฎหมายแซงก์ชั่นยังจะเป็นเหตุให้สหรัฐกับแกนนำของสหภาพยุโรปอย่างเยอรมนี มีปัญหาระหว่างกันขึ้นมาได้ไม่ยาก เมื่อบริษัทเยอรมนีลงทุนด้านพลังงานอยู่กับรัสเซีย

เหยื่อล่อนี้จึงมีโอกาสสร้างหล่มทรายดูดในการเมืองสหรัฐ และเวลา 4 ปีในการเมืองระหว่างประเทศนั้นก็ยาวนานพอที่จะเปลี่ยนอะไรได้มากทีเดียว

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69