posttoday
ตร.ประเมิน1ส.ค.มีมวลชนมาให้กำลังใจยิ่งลักษณ์พันคน ห่วงมือที่3ป่วน

ตร.ประเมิน1ส.ค.มีมวลชนมาให้กำลังใจยิ่งลักษณ์พันคน ห่วงมือที่3ป่วน

26 กรกฎาคม 2560

ตำรวจประเมินมวลชนมาให้กำลังใจ "ยิ่งลักษณ์" วันที่ 1 ส.ค.ประมาณ 1 พันคน ห่วงมือที่3ป่วน สั่งจับตากลุ่มโซเชียลปลุกระดม

ตำรวจประเมินมวลชนมาให้กำลังใจ "ยิ่งลักษณ์" วันที่ 1 ส.ค.ประมาณ 1 พันคน ห่วงมือที่3ป่วน สั่งจับตากลุ่มโซเชียลปลุกระดม

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้านความมั่นคง (รองผบ.ตร.มค.) เป็นประธานการประชุมเรื่อง การเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร บริเวณศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถนน แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ กรณีศาลฯ กำหนดอ่านคำพิพากษา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 1/2560  โดยมีตัวแทนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจสันติบาล กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจภูธรภาคต่างๆ พื้นที่ที่มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนผู้ให้การสนับสนุนนางสาวยิ่งลักษณ์ โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลความสงบเรียบร้อย ที่เกี่ยวเนื่องกับการตัดสินคดีจำนำข้าว ที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นจำเลย ซึ่งมีกำหนดแถลงปิดคดีในวันที่ 1 ส.ค.และตัดสินคดีในวันที่ 25 ส.ค. รวมทั้ง การอ่านคำตัดสินคดีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่มี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. เป็นจำเลย ที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 ส.ค.

เบื้องต้นจะมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าในการดูแลความสงบเรียบร้อยโดยใช้แผนกรกฎ 52 เป็นแผนหลักในการดูแลความสงบเรียบร้อย ทั้งเรื่องความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร

ทั้งนี้เรื่องที่เป็นห่วงและกังวลก็คือความปลอดภัยและการก่อเหตุของมือที่ 3ที่อาจเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ต่างๆรวมถึงการจราจรบริเวณศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในส่วนของการจราจรนั้นสั่งการให้ สน.ทุ่งสองห้อง ไปประเมินสถานการณ์และวางแผนปฏิบัติเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด

ขณะที่เรื่องความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่มีแนวคิดรุนแรงหรือกลุ่มมือที่ 3นั้นสั่งการให้ตำรวจสันติบาลและตำรวจสืบสวนในพื้นที่เป้าหมายติดตามความเคลื่อนไหวแล้ว

อย่างไรก็ตามคาดว่าในวันที่ 1 ส.ค.จะมีมวลชนมาให้กำลังใจนางสาวยิ่งลักษณ์ประมาณ 1,000 คน ส่วนกำลังของเจ้าหน้าที่นั้นยังอยู่ระหว่างการประเมิน ว่าจะใช้กำลังเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมและจะต้องดึงกำลังจากหน่วยใดบ้างมาช่วยกำลังของตำรวจนครบาลในการดูแลความสงบเรียบร้อย

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5ซึ่งดูแลพื้นที่ภาคเหนือไปติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่พบมีความเคลื่อนไหวในลักษณะที่อาจเข้าข่ายระดมมวลชนยุยงปลุกปั่นซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 โดยขณะนี้พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนในลักษณะของการชักชวนกันทางโซเชียลมีเดีย เป็นลักษณะของการนัดรวมตัวกันหรือแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่อาจเข้าข่ายปลุกระดมมวลชนจึงสั่งการให้ตำรวจกองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ติดตามกลุ่มโซเชียลมีเดียกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิดแล้ว

นอกจากนี้ให้ติดตามความเคลื่อนไหวทางโซเชียลมีเดียการโพสต์ข้อความการแสดงความคิดเห็น ของกลุ่มนักการเมืองหรือกลุ่มแกนนำทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการโพสต์ ของ น.ส.ยิ่งลักษ์ หากพบว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.การชุมนุมฯ หรือขัดคำสั่งคสช. กระทบต่อความมั่นคงก็จะต้องดำเนินคดีทุกราย โดยขณะนี้ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่จับตาอยู่ 1ถึง2ราย ที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญาก็สั่งการให้ไปดำเนินการตามกฎหมาย

รองผบ.ตร.กล่าวว่า ยังพบพฤติการณ์ของการนัดรวมตัวระดมมวลชนโดยมีการจัดรถตู้ให้มารวมตัวซึ่งเหมือนทุกครั้งที่มีการนัดคดีนี้ก็จะมีการจัดรถให้มวลชนมาที่ศาล ในส่วนของเจ้าหน้าที่ก็จะไม่มีการห้ามหรือสกัดแต่อย่างใดจะอำนวยความสะดวกให้ แต่หากมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายความผิดกฎหมายเช่น ผิดพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะหรือกฎหมายอื่นๆก็ต้องดำเนินการทันที อย่างเช่นการรวมตัวกันให้กำลังใจก็ต้องดูว่าเข้าข่ายชุมนุมหรือไม่หากจะมีการชุมนุมก็ต้องขออนุญาตต่อผู้กำกับการสถานีตำรวจในพื้นที่ล่วงหน้าอย่างน้อย 1วัน  การมาให้กำลังใจก็ต้องให้กำลังใจเฉยๆไม่ใช่การรวมตัวอย่างอื่น และต้องไม่พกอาวุธ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจตราอย่างเข้มข้น

อย่างไรก็ตามจากการประเมินสถานการณ์ขณะนี้ไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษ หรือขอใช้อำนาจ ม.44 ออกคำสั่งใดๆ แต่ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกคำสั่งมา 7ฉบับให้ตำรวจทั่วประเทศโดยเฉพาะในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการติดตามสืบสวนเฝ้าระวังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุวุ่นวายรวมทั้งบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด

รองผบ.ตร.กล่าวว่า สิ่งที่ห่วงกังวลคือการก่อความรุนแรงของกลุ่มมือที่ 3 กลุ่มหัวรุนแรง จึงสั่งการให้ทั่วประเทศติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆทุกกลุ่ม รวมทั้งเฝ้าระวังการลักลอบขนอาวุธที่อาจนำมาใช้ในการก่อสถานการณ์ความรุนแรง ส่วนการพูดคุยกับแกนนำนปช. หรือแกนนำกลุ่มการเมืองอื่นๆนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหารส่วนของตำรวจเพียงแต่ดูแลความสงบเรียบร้อยไม่ให้เกิดเหตุวุ่นวายละเมิดกฎหมายเท่านั้น

"ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ห้ามการมาให้กำลังใจมวลชนสามารถเดินทางมาได้แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายทำตามกบิลบ้านกบิลเมือง ไม่ก่อความวุ่นวาย ส่วนความรู้สึกของมวลชนหลังจากที่ศาลมีคำตัดสินในคดีจำนำข้าวนั้นผมคงบอกไม่ได้ ผมมีหน้าที่เพียงดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายไม่ให้มีการละเมิดกฎหมาย ทั้งนี้หากมีความจำเป็นผมก็จะบัญชาการเหตุการณ์ด้วยตัวเอง"พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวและว่า การประชุมในวันนี้เพื่อเตรียมการรับมือการแถลงปิดคดีในวันที่ 1สิงหาคม และจะมีการประชุมอีกครั้งก่อนวันอ่านคำตัดสิน

ด้าน พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลด้านความมั่นคง กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ในวันที่1 ส.ค.ไม่มีอะไรน่ากังวลเนื่องจากเป็นวันแถลงปิดคดี ก็จะคล้ายๆกับทุกนัดที่ผ่านมา แต่ที่ต้องให้ ความสำคัญเป็นพิเศษ คือวันที่ 25 ส.ค.โดยในวันที่ 15 ส.ค.ทางศาลฯ ประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อแจ้งขอบเขตในการปฏิบัติต่างๆ จากนั้นในวันที่ 17 ส.ค. ต้นจะเชิญประชุมหน่วยงานต่างๆทางตำรวจสันติบาลสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และกองทัพ เพื่อหารือวาง แผนดูแลความสงบเรียบร้อยในวันที่ 25 ส.ค.

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท