
CIVETS ผสาน Next 11 กับโอกาสทองตลาดเกิดใหม่
อาจกล่าวได้ว่า ในภาวะเสื่อมถอยอย่างเห็นได้ชัดของเศรษฐกิจโลกทุกวันนี้
อาจกล่าวได้ว่า ในภาวะเสื่อมถอยอย่างเห็นได้ชัดของเศรษฐกิจโลกทุกวันนี้
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
อาจกล่าวได้ว่า ในภาวะเสื่อมถอยอย่างเห็นได้ชัดของเศรษฐกิจโลกทุกวันนี้ กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจำต้องหลีกทางให้กับกลุ่มประเทศ BRIC อันประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน ซึ่งล้วนแต่เป็นประเทศที่มีทรัพยากรมหาศาล และมีศักยภาพที่สูงมากในทางเศรษฐกิจ
BRIC กลายเป็นตลาดที่เนื้อหอมที่สุด และนานาประเทศเริ่มเกรงอกเกรงใจมากขึ้น ในฐานะมหาอำนาจเศรษฐกิจใหม่
แต่เมื่อปี 2547 โกลด์แมน แซคส์ เคยคาดการณ์ไว้ว่า ภายในศตวรรษที่ 21 กลุ่มประเทศ 11 ประเทศ อันได้แก่ บังกลาเทศ อียิปต์ อินโดนีเซีย อิหร่าน เม็กซิโก ไนจีเรีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ตุรกี และเวียดนาม ประเทศเหล่านี้จะกลายเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจใหม่เทียบเคียงกับ BRIC
กลุ่มประเทศเหล่านี้เรียกว่า Next 11 หรือ N 11
เมื่อช่วงปลายปี 2552 โรเบิร์ต วาร์ด ผู้อำนวยการฝ่ายคาดการณ์เศรษฐกิจโลกของหน่วยข้อมูลนิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ (EIU) เอ่ยถึงประเทศที่มีพลวัตทางเศรษฐกิจที่คึกคัก และมีศักยภาพสูงในอนาคต โดยเรียกรวมกันว่ากลุ่ม CIVETS ซึ่งหมายถึง โคลัมเบีย อินโดนีเซีย เวียดนาม อียิปต์ ตุรกี และแอฟริกาใต้
ทั้งได้รับการวางตัวจากกูรูเศรษฐกิจและนักลงทุนให้เป็นทางเลือกใหม่แทนที่ BRIC ที่เริ่มมีพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วจนแทบตามไม่ทันมากขึ้นทุกขณะ
หากจะอธิบายถึงศักยภาพของ CIVETS และ Next 11 จะเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นหากอธิบายด้วยปราฏการณ์ของประเทศที่เป็นสมาชิกของทั้งสองกลุ่ม นั่นคือ อินโดนีเซียและเวียดนาม
ในกรณีของเวียดนาม แม้จะเคยล้มลุกคลุกคลานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดความเลินเล่อในการควบคุมความร้อนแรงในตลาดหุ้นและการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ร้อนแรงจนก่อภาวะฟองสบู่ขึ้นมา อีกทั้งตลาดหุ้นยังดิ่งลงถึง 17% ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
แต่โดยรวมแล้วเวียดนามยังมีศักยภาพสูงในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะตลาดหุ้นที่ยังมีที่ว่างและโอกาสสำหรับลงทุน อีกทั้งยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากแรกเริ่มเมื่อ 10 ปีก่อนที่มีหุ้นในตลาดเพียง 2 ตัว แต่ขณะนี้มีถึง 586 ตัว และยังมีทีท่าจะขยายตัวเพิ่ม
คาดว่าตัวเลขการลงทุนโดยตรง (FDI) ของเวียดนามในปีนี้จะขยายตัวถึง 10% ด้วยมูลค่าราว 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ในกรณีของอินโดนีเซีย แม้จะไม่ร้อนแรงเท่าเวียดนาม แต่ขยายตัวอย่างมั่นคงในฐานะประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังสามารถรอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก จนขณะนี้อินโดนีเซียกำลังเป็นที่จับตาอย่างมากในฐานะมหาอำนาจใหม่ในตลาดเกิดใหม่
อัตราการขยายตัวของอินโดนีเซียในช่วงไตรมาส 2 เกินกว่า 6% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอัตราการขยายตัวสูงสุดในภูมิภาค และทำให้อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ขยายตัวเร็วที่สุดในโลก
ไม่เพียงเท่านั้น อินโดนีเซียยังมีพื้นฐานตลาดภายในที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ตัวอย่างที่ชัดเจนคือตลาดรถยนต์ที่มียอดขายช่วงไตรมาส 2 ที่ขยายตัวถึง 78% ขณะเดียวกันบริษัทต่างชาติเริ่มมุ่งหน้ามายังอินโดนีเซียเพื่อแสวงหาโอกาสจากตลาดภายใน และทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างล้นเหลือ
คาดว่าตัวเลขการลงทุนโดยตรง (FDI) ของอินโดนีเซียในปีนี้อาจสูงถึง 34%
นอกเหนือจากความเย้ายวนของตลาดการลงทุนในประเทศสมาชิก CIVETS หรือ Next 11 แล้ว สมาชิกบางประเทศยังมีศักยภาพสูงในด้านทรัพยากรพลังงาน อิหร่าน ไนจีเรีย และเม็กซิโก ซึ่ง 2 ประเทศแรกเป็นสมาชิกของโอเปก เฉพาะอิหร่าน มีปริมาณน้ำมันสำรองสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก
ในด้านตลาดการเงิน ทั้งสองกลุ่มยังมีสภาพคล่องสูง
จึงไม่น่าแปลกใจที่ CIVETS กับ Next 11 จะสามารถดึงดูดการลงทุนจากบริษัทชั้นนำของโลกมากขึ้นทุกขณะ ดังตัวอย่างของ HSBC ที่ประกาศเข้าลงทุนในกลุ่มประเทศ CIVETS เมื่อเดือน ก.ย.
แต่ BRIC ยังคงเป็นกลุ่มประเทศที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุด อีกทั้งยังมีอิทธิพลที่ล้นเหลือยิ่งกว่า CIVETS หรือ Next 11
เพราะในทางการเมือง BRIC คือการรวมตัวกันของขั้วตรงข้ามสหรัฐอย่างน้อย 2 ประเทศ คือ จีนและรัสเซีย ขณะที่บราซิลพยายามสลายอิทธิพลของสหรัฐในละตินอเมริกา ส่วนอินเดียมีท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้สหรัฐ เนื่องจากนโยบายของสหรัฐนั้นเอื้อต่ออินเดีย แต่ขณะเดียวกันก็เอื้อต่อปากีสถาน อันเป็นศัตรูตลอดกาลของอินเดียเช่นกัน
กล่าวโดยสรุปคือ BRIC เป็นขั้วอำนาจใหม่ที่ขึ้นมาคานอำนาจสหรัฐอย่างเห็นได้ชัด
ต่างจาก CIVETS และ Next 11 โดยเฉพาะกลุ่มหลังที่รวมเอาหลายประเทศที่เป็น “ลูกหม้อ” ดั้งเดิมของสหรัฐ อย่างเช่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และปากีสถาน ขณะเดียวกัน ก็ยังรวมเอาประเทศที่เป็นปฏิปักษ์อย่างสิ้นเชิงกับสหรัฐ คือ อิหร่านเอาไว้ด้วย
อย่างไรก็ตาม Next 11 ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงในทางการเมือง ตรงกันข้ามกลุ่มนี้เป็นการรวมตัวเพื่อหวังผลทางเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยเฉพาะโอกาสทางเศรษฐกิจที่ไม่มีอยู่ใน BRIC อีกต่อไป เนื่องจาก BRIC ได้ก้าวไปสู่อีกขั้นตอนของลำดับชั้นทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้นปริมาณการบริโภคในกลุ่ม BRIC ยังแซงหน้าสหรัฐไปเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังมีความเป็นเอกภาพมากกว่า พิจารณาจากการจัดการประชุมเพื่อกำหนดทิศทางร่วมกันบ่อยครั้ง โดยล่าสุดจะจัดการประชุมครั้งที่ 3 ขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
ขณะที่ CIVETS และ Next 11 เป็นเพียงการเรียกขานโดยกูรูเศรษฐกิจ โดยที่ไม่มีการรวมกลุ่มอย่างเป็นทางการ จึงไม่มีความเป็นเอกภาพเทียบเท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดกองทุน
CIVETS และ Next 11 จึงเป็นเพียงโอกาสที่หลากหลายขึ้นสำหรับนักลงทุน และยังไม่อาจก้าวขึ้นมาแทนที่ BRIC
แต่โอกาสที่ทั้งสองกลุ่มจะก้าวขึ้นมาเป็นระดับ “รุ่นยักษ์” นั้นยังมีอยู่ หากประเทศเหล่านี้ลุกขึ้นมารวมตัวกันอย่างแท้จริง
เพื่อสร้างอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจ และแสวงหาโอกาสด้านการลงทุนจากศักยภาพที่ตนมีอยู่







