
ชิงโอกาส
ขณะนี้ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งโครงการสานพลังประชารัฐ กำลังพยายามแก้ไขปัญหา
ขณะนี้ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งโครงการสานพลังประชารัฐ กำลังพยายามแก้ไขปัญหาให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี เพราะเห็นว่าเอสเอ็มอี คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
ปัจจุบัน 80% ของจีดีพีประเทศ ขับเคลื่อนโดยบริษัทขนาดใหญ่ไม่กี่บริษัท แต่สำหรับเอสเอ็มอี จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีจำนวนถึง 2.7 ล้านราย ในจำนวนนี้มีเพียง 6 แสนราย ที่จดทะเบียนนิติบุคคลอย่างถูกต้อง ดังนั้นถ้าสามารถผลักดันให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยได้อีกมหาศาล
ขณะนี้ต้องถือเป็นช่วงโอกาสทองของเอสเอ็มอี เพราะด้วยพัฒนาการของเทคโนโลยี ทำให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ จำนวนมากที่อาศัยเทคโนโลยีสร้างธุรกิจให้สอดรับกับความต้องการของประชาชน ผู้บริโภค หรือที่เราเรียกว่า สตาร์ทอัพ
ทุกวันนี้การเกิดขึ้นของสตาร์ทอัพสร้างความตื่นเต้นให้วงการธุรกิจทั่วโลก เพราะมีหลายธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจนก้าวขึ้นเป็นบริษัทชั้นนำของโลกไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อาลีบาบา บริษัทขนาดใหญ่หันมาลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพเพื่อต่อยอดธุรกิจดั้งเดิม สร้างการเติบโตใหม่ๆ ให้กับองค์กร
สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ ชี้ให้เห็นอีกมุมหนึ่ง หากเอสเอ็มอีไทยแต่ละรายคิดสร้างไอเดีย ธุรกิจใหม่ๆ ผู้ประกอบการที่มีอยู่ 2.7 ล้านราย จะสร้างธุรกิจใหม่ให้เกิดขึ้นอีกมหาศาล ซึ่งปัจจุบันนี้เทคโนโลยีพร้อม รัฐมีมาตรการสนับสนุน ทั้งกองทุนช่วยเหลือเอสเอ็มอีกว่า 3.8 หมื่นล้านบาท การยกเว้นภาษีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขนาดเล็กและสตาร์ทอัพ รวมถึงการให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องสนับสนุนทั้งในเรื่องการฝึกอบรม การหาตลาด ไปจนถึงการสร้างตลาดใหม่ๆ ทั่วประเทศ
เพราะอย่างนี้แล้ว ช่วงเวลานี้จึงถือเป็นโอกาสดีของเอสเอ็มอีไทย ที่จะสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน นอกจากมาตรการช่วยเหลือสนับสนุนต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนผู้สนใจลงทุนในธุรกิจใหม่ การสร้างเครือข่าย และการเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจต่อธุรกิจ จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการได้อีกมาก
โดยเฉพาะกับวิสาหกิจชุมชนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ หากสามารถจับมือกับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ที่จะใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้ธุรกิจ สร้างการเติบโตและขยายธุรกิจ ต่อไปไม่ใช่การขายแค่ในจังหวัด วิสาหกิจชุมชนจะสามารถขายข้ามจังหวัด ขายไปต่างประเทศทั่วโลก หรือหากมีไอเดียที่แตกต่างจะเกิดธุรกิจข้ามสายพันธุ์ อย่างเช่น เทสลา ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ปัจจุบันต่อยอดสร้างธุรกิจกระเบื้องมุงหลังคาไฟฟ้า เป็นต้น
สิ่งเหล่านี้เป็นโอกาสที่มาพร้อมเทคโนโลยีและเครือข่ายพันธมิตรที่พร้อมจะลงทุน เพียงแต่ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน เอสเอ็มอีขนาดเล็กที่กระจายอยู่ทั่วประเทศต้องคิดใหม่ มองข้ามข้อจำกัดของตัวเอง และก้าวไปข้างหน้าเพื่อหาโอกาส ก็มีหนทางที่จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก โดยมีเวทีต่างๆ ที่พร้อมจะสนับสนุนอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม เอสเอ็มอีต้องพร้อมที่จะปรับตัว และอย่ากลัวที่จะเข้าระบบการดำเนินธุรกิจที่ถูกต้อง การดำเนินการที่ได้มาตรฐาน มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับเป็นหัวใจสำคัญเช่นเดียวกัน ที่จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถก้าวไปข้างหน้าและเติบโตได้อย่างยั่งยืน รวมถึงจะสามารถขยายธุรกิจ หาพันธมิตร เพื่อขยายธุรกิจให้เติบโตไปด้วยกันได้
ประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศที่สามารถผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน การสร้างเอสเอ็มอีให้แข็งแกร่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง ถึงเวลาแล้วที่เอสเอ็มอีไทยจะต้องลุกขึ้นมาปรับตัว คว้าโอกาสที่เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไป







