
ธปท.ปลดล็อกส่งออก
โพสต์ทูเดย์
— ธปท.เตรียมเปิดทางผู้ส่งออก พักเงินเหรียญสหรัฐนานขึ้น ไม่ต้องนำเข้าประเทศทันที ลดแรงกดดันบาทแข็งแหล่งข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.จะผ่อนผันการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศของผู้ส่งออก โดยยืดเวลาการนำรายได้จากการขายสินค้าสกุลเหรียญสหรัฐเข้าประเทศให้ยาวขึ้น จากปัจจุบันที่ผู้ส่งออกต้องนำเข้าประเทศทันที หรือหากมีการให้เครดิตชำระเงินแก่ลูกค้าต้องไม่เกิน 360 วัน
เนื่องจาก ธปท.พบว่าปัญหาค่าเงินบาทแข็งส่วนหนึ่งเกิดจากกลุ่มผู้ส่งออกตื่นตระหนกนำเงินเหรียญสหรัฐที่ได้จากการชำระค่าสินค้ามาขายในตลาดเงินล่วงหน้า เพราะเกรงว่าจะขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ธปท.ยังจะอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ขยายวงเงินฝากในบัญชีเงินฝากที่เป็นเงินตราต่างประเทศ (FCD) ได้มากขึ้น จากปัจจุบันกำหนดให้บุคคลธรรมดาฝากได้ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ และนิติบุคคลฝากได้ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือตามภาระผูกพันในระยะเวลาเกิน 12 เดือน ส่วนกรณีไม่มีภาระผูกพัน กำหนดให้บุคคลธรรมดาฝากได้ไม่เกิน 1 แสนเหรียญสหรัฐ และนิติบุคคลไม่เกิน 3 แสนเหรียญสหรัฐ ส่วนกรณีผู้มีถิ่นฐานนอกประเทศ (NR) ฝากได้ แต่ต้องมียอด ณ สิ้นวันไม่เกิน 300 ล้านบาท
“
การออกมาตรการที่คุมเงินทุนไหลเข้าอาจจะยังไม่เหมาะสมในช่วงนี้ เนื่องจาก ธปท.ยังไม่พบการเก็งกำไรกันมโหฬารจนเป็นวิกฤต จนต้องออกมาตรการคุม ยังจับตาดูต่อไปได้จนกว่าจะถึงสถานการณ์จำเป็น” แหล่งข่าวเปิดเผยนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังและ ธปท.อยู่ระหว่างการดูรายละเอียดของ 2 ใน 5 มาตรการ เพื่อลดแรงกดดันค่าเงินบาทด้วยการขยายวงเงินลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะประกาศออกมาในเร็วๆ นี้
“
ธปท.พยายามดูแลเงินบาทอย่างเต็มที่ ซึ่งทุนสำรองทางการระหว่างประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นหลักฐานที่สะท้อนว่าจะต้องมีการเข้าซื้อเงินดอลลาร์เพื่อบริหารจัดการค่าเงินบาท” นายกรณ์ กล่าวนายสลิล โตทับเที่ยง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล กล่าวว่า แนวโน้มเงินบาทแข็งค่าใกล้แตะระดับ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่งผลทำให้บริษัทมีรายได้หายจากการส่งออกประมาณ 15% หรือวันละประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาระที่หนักพอควร
ถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทบทวนหามาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเสนอว่ารัฐบาลอาจจะเรียกเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมจากกลุ่มทุนที่เข้ามาเก็งกำไรค่าเงินบาท ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นมาตรการสกัดกั้นการเก็งกำไรได้ระดับหนึ่ง
ด้านบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้าจะแข็งขึ้นอีกมาอยู่ที่ 30.5530.85 บาทต่อเหรียญสหรัฐโดยจับตามาตรการของ ธปท. และการแทรกแซงตลาดโดยจะต้องจับตาสัพญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงิน และการประกาศมาตรการดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศของธปท.
อย่างไรก็ตามแม้ว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะกระทบยอดส่งออกปุ้มปุ้ยบ้างแล้วแต่จะยังไม่ปรับราคาขึ้นในช่วงนี้เพราะจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค แต่จะเน้นบริหารจัดการต้นทุนและลดความเสี่ยงเพื่อประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดได้







