
กรมชลฯเตือน "สุโขทัย" เสริมกระสอบทรายรับปริมาณน้ำเหนือ
กรมชลประทาน เร่งระบายน้ำเหนือ พร้อมเตือนสุโขทัยเสริมกระสอบทรายจุดที่สร้างพนังไม่เสร็จเพื่อรับมือปริมาณน้ำ
กรมชลประทาน เร่งระบายน้ำเหนือ พร้อมเตือนสุโขทัยเสริมกระสอบทรายจุดที่สร้างพนังไม่เสร็จเพื่อรับมือปริมาณน้ำ
นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำยมบริเวณจ.แพร่ว่า ล่าสุด ณ วันที่ 19 ก.ค. ระดับน้ำในแม่น้ำยมที่สถานี Y.20 บ้านห้วยสัก อ.สอง ลดลงอย่างต่อเนื่องเหลือเพียง 353 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)ต่ออวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 6.58 เมตร ซึ่งปริมาณน้ำก้อนใหญ่ได้ไหลผ่านลงสู่เขตเทศบาลเมืองแพร่แล้ว ในช่วงเช้าของวันที่ 19 ก.ค.วัดปริมาณน้ำที่สถานี Y.1C บ้านน้ำโค้ง อ.เมืองแพร่ได้ 724 ลบ.ม.วินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.76 เมตร ไม่มีเหตุการณ์น้ำเอ่อล้นตลิ่งในเขตจ.แพร่แต่อย่างใด
สำหรับปริมาณน้ำในแม่น้ำยมจากจ.แพร่ จะไหลลงสู่จ.สุโขทัยเป็นลำดับต่อไป คาดว่าปริมาณน้ำจะมาถึงบริเวณจ.สุโขทัยประมาณวันที่ 21 ก.ค. 60 นี้ โดยกรมชลประทาน ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำหลากลุ่มน้ำยม ก่อนไหลลงสู่ตัวเมืองสุโขทัยเพื่อป้องกันตัวเมืองโดย จะเร่งระบายน้ำบริเวณเหนือประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ ให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้และเร่งระบายน้ำในคลองยมน่าน แม่น้ำยสายเก่า แมน้ำยมสายหลัก ลงสู่แม่น้ำน่านให้เร็วที่สุดและเมื่อปริมาณน้ำจำนวนมากจากสถานี Y.14 อ.ศรีสัชชนาลัย ไหลลงมาถึงบริเวณประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ จะทำการชะลอน้ำ โดย ผันน้ำเข้าคลองผันน้ำสวรรคโลก-พิชัย (ยม-น่าน) ผ่าน ประตูระบายน้ำหกบาท ในอัตรา 100 ลบ.ม./วินาที ลงสู่แม่น้ำน่าน และใช้พื้นที่ว่างเหนือ ประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ ชะลอน้ำและควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านลงมาถึงสถานี Y.4 ในอัตราไม่เกิน 500 ลบ.ม./วินาที
พร้อมกันนี้ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังจังหวัดสุโขทัย ให้เสริมกระสอบทราย (Bigbag)ในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย บริเวณที่ยังก่อสร้างกำแพงป้องกันตลิ่งไม่แล้วเสร็จ เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่จะมาถึงอีกประมาณ 4 วันข้างหน้า
ทั้งนี้ ได้ให้โครงการชลประทานจังหวัดทุกจังหวัด แจ้งสถานการณ์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำ สำหรับในส่วนกลางกรมชลประทานได้ประสานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อให้แจ้งเตือนผู้ว่าราชการจังหวัดอีกทางหนึ่งด้วย
ในส่วนของการเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์น้ำหลาก นั้น ได้สั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่ ดำเนินการติดตั้งเครื่องจักร เครื่องมือ ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงทุกแห่งแล้ว รวมทั้งเตรียมพร้อมรถแบคโฮ รถขุด รถเทรลเลอร์ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ และเครื่องผลักดันน้ำ ให้สามารถนำไปช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมได้ทันที ทั้งนี้ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา สำหรับพี่น้องประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือหรืออยากสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ สามารถติดต่อมาได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC)
นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า พายุโซนร้อนตาลัส ที่เคลื่อนตัวผ่านประเทศไทยตอนบนทำให้เกิดฝนตกในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศได้รับผลกระทบมีฝนตกในหลายพื้นที่ แต่ในหลายพื้นที่ยังมีปัยหาฝนทิ้งช่วง กรมได้มีการประชุมและปรับแผนการทำฝนหลวงต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนพื้นที่การเกษตรที่ฝนทิ้งช่วง โดยจะต้องเลี่ยงพื้นที่ฝนตกเพื่อลดผลกระทบต่อเกษตรกร
ทั้งนี้มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอพยัคฆภูมิ อำเภอพิสัย อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม และอำเภอปทุมรัตน์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด และพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ในอำเภอปทุมรัตน์ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว ส่วนใหญ่ปลูกข้าวนาปี โดยขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงจำนวน 2 เที่ยวบิน จำนวนชั่วโมงบิน 3.20 ชั่วโมง ใช้สารฝนหลวงจำนวน 2 ตัน พบว่ามีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางในพื้นที่
สำหรับสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบัน 19 ก.ค. 60 มีปริมาณน้ำไหลผ่านที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ 1,280 ลบ.ม.ต่อวินาที ประกอบกับปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังที่จะไหลมาสมทบมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มทรงตัว กรมได้ควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 1,166 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ยังคงมีน้ำท่วมที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำนอกคั้นกั้นน้ำบางพื้นที่ ในเขตอ.เสนา อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งกรมชลประทาน ได้ทำการควบคุมปิด-เปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ จ.สมุทรปราการ ตามจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเล เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้รวดเร็วยิ่งขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย







