posttoday
ปฏิบัติการเสือพรานสาว...ละลายสีเพื่อปรองดองปรองดอง

ปฏิบัติการเสือพรานสาว...ละลายสีเพื่อปรองดองปรองดอง

18 กันยายน 2553

"สวย...หมวย..อินเทรนด์" ดีกรีระดับปริญญาตรี มีเส้นทางที่ปูพรมด้วยดอกกุหลาบให้เลือกเดินแสวงหาความท้าทายมากมาย...แต่พวกเธอเหล่านี้กลับเลือกสวมเครื่องแบบทหารหาญ โดยไม่ยี่หระกับโอกาสที่สังคมหยิบยื่นให้

"สวย...หมวย..อินเทรนด์" ดีกรีระดับปริญญาตรี มีเส้นทางที่ปูพรมด้วยดอกกุหลาบให้เลือกเดินแสวงหาความท้าทายมากมาย...แต่พวกเธอเหล่านี้กลับเลือกสวมเครื่องแบบทหารหาญ โดยไม่ยี่หระกับโอกาสที่สังคมหยิบยื่นให้

โดย...อักษร วิสุมา

"เพราะใจรัก ใฝ่ฝันอยากเป็นทหารตั้งแต่เด็กๆ เห็นพ่อเป็นทหาร ก็เลยอยากเดินตามรอยท่าน เมื่อโอกาสตามล่าหาฝันมาถึง จึงไม่พลาดที่จะสมัครเป็นอาสาสมัครทหารพรานหญิง (อส.ทพ.ญ.)" เป็นคำตอบแรกของ ดารุวรรณ ภู่จันทร์หรือนาเดียร์ วัย 20 ปีต้นๆ สาวเมืองสองแคว จ.พิษณุโลก 1 ใน 3 หญิงสาวที่สวมเครื่องแบบทหารพรานยืนถืออาวุธปืนครบมือท่าทางขึงขังน่าเกรงขาม ขณะอารักขาดูแลความปลอดภัย พล.ท.อภิชัย พิณสายแก้วจก.กร.ทหาร ที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจชายแดนแม่สอด จ.ตาก บอกถึงสาเหตุที่ตัดสินใจเลือกเข้าสู่อาชีพทหารพรานหญิงหรือนักรบชุดดำ         
         
อส.ทพ.ญ.นาเดียร์ บอกอีกว่า หลังเรียนจบคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาจังหวัดพิษณุโลก ทราบว่ากองทัพภาคที่ 3 ประกาศเปิดรับสมัครทหารพรานหญิงก็ตัดสินใจทันที เมื่อผ่านการคัดเลือกแล้วก็ถูกส่งไปฝึกทหารพรานหลักสูตรเร่งด่วนที่กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 17 ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช จ.พะเยา นาน 1 เดือนเต็ม
         
"อย่าคิดว่าการฝึกทหารพรานหญิงจะนิ่มนวลแบบผู้หญิง ทหารพรานหญิงก็ฝึกหนักเหมือนทหารพรานชายแต่ไม่ว่าจะหนัก...เหนื่อย แต่ก็เต็มไปด้วยความโหด มันส์ฮา มิตรภาพความเป็นเพื่อนแนบแน่นมากยิ่งขึ้น พบแก่นแท้ของชีวิต ลูกผู้หญิงที่คิดอยากเป็นทหาร เป็นแล้วได้อะไรมากกว่าที่คิด"
         
นาเดียร์ บอกว่า ฝึกจบหลักสูตรก็ถูกส่งไปประจำที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 (ฉก.ที่ 35) บ้านวังแก้ว ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก ในฐานะปฏิบัติการจิตวิทยามวลชน (ปจว.) ส่วนใหญ่จะเน้นปฏิบัติการตามตะเข็บชายแดนภาคเหนือเป็นหลัก ตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค. 2552 จนถึงปัจจุบัน
        
 "ช่วงแรกๆ ที่ลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่จิตวิทยามวลชน ชาวบ้านมองพวกเราแปลกๆ ไม่กล้าพบปะพูดคุย บางคนเห็นพวกเราเดินไปหา บ้างก็เดินหนี หรือไม่ยอมให้การต้อนรับขับสู้ (ทั้งๆ ที่พวกหนูก็หน้าตาสวยๆ กันทั้งนั้น...หัวเราะ ไม่รู้กลัวทำไม) เป็นเพราะช่วงนั้นมีสถานการณ์ความคิดเห็นแตกแยกทางการเมือง แบ่งสีแบ่งฝ่ายทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่หลังจากลงพื้นที่พบปะชาวบ้านบ่อยๆ ครั้งชาวบ้านก็เริ่มไว้วางใจ เริ่มคุ้นเคยพูดคุยเป็นกันเองมากขึ้นจากที่เคยกลัว เดินหนี เมื่อเห็นพวกเราก็เดินมาหา มาทักทายสอบถามสารทุกข์สุกดิบซึ่งกันและกัน ที่ไม่ค่อยไว้วางใจก็เริ่มไว้วางใจมากยิ่งขึ้น"
         

ปฏิบัติการเสือพรานสาว...ละลายสีเพื่อปรองดองปรองดอง

น้องนาเดียร์ เล่าอีกว่า ทุกวันนี้มีความสุขกับงานทำตรงนี้ได้พบปะผู้คนหลากหลาย ช่วยเป็นกาวประสานใจให้ชาวบ้านยามที่เกิดความขัดแย้งเลือกสีเลือกข้าง จนชาวบ้านกลายเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ตั้งใจอยู่ในอาชีพนี้ไปจนกว่าจะเกษียณ และก็มีหลายคนถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเหมือนกันนะว่าขืนยึดอาชีพเป็นทหารพรานอย่างนี้แล้ว จะมีหนุ่มๆ หน้าไหนกล้าเขาใกล้หรือกล้าจีบหรือ...? ก็มีเข้ามาให้เยอะมาก...ก็เสน่ห์ดึงดูดใจชายหนุ่มก็คือความสวย...แต่ตอนนี้ยังไม่คิด ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดก่อน
 
เช่นเดียวกับ พจนีย์ ขันลื้อหรือทราย อายุน้อยกว่านาเดียร์ไม่กี่ปี เป็นชาวเมืองสองแควเหมือนกัน ลูกไม้หล่นใกล้ต้น พ่อรับใช้ชาติ ทำให้เห็นเครื่องแบบทหารที่พ่อสวมใส่มาตั้งแต่เด็กๆ จึงตัดสินใจสมัครรับใช้ชาติ หลังเรียนจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ก็ไม่ลังเลใจและไม่ถามความคิดเห็นของครอบครัวหรือคนรอบข้าง
         
"ยังไงก็รู้อยู่แล้วว่า...พ่อแม่ไม่ห้ามอยู่แล้ว อีกทั้งรู้อยู่ว่าใจเรารัก ก็เลยปล่อยให้เราสามารถเลือกทางเดินด้วยตนเองได้อย่างอิสระ"

เธอเล่าอีกว่าการเลือกเดินเส้นทางนี้ทำใจตั้งแต่ต้นแล้วว่ามันหนัก แต่เข้ามาก็ไม่เคยคิดท้อถอย พร้อมที่จะเดินหน้าสู้กับอุปสรรคปัญหาต่างๆ หลักสูตรที่ฝึกปฏิบัติ เช่น การใช้จิตวิทยา การใช้อาวุธสงคราม การปฐมพยาบาล ผสมผสานกับงานมวลชน การเข้าถึงประชาชน ตลอดทั้งกิจกรรมสันทนาการเพื่อความบันเทิง หลังจากสำเร็จหลักสูตร 1 เดือนก็ถูกส่งมาประจำอยู่ที่เดียวกับพี่นาเดียร์ เมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
         
"ภารกิจหลักนอกจากดูแลความสงบเรียบร้อยแล้ว หากพื้นที่ไหนมีปัญหาความขัดแย้ง โดยเฉพาะเรื่องแบ่งสีแบ่งฝ่าย พวกเราก็จะถูกส่งไปเป็นเจ้าหน้าที่จิตวิทยามวลชนเพื่อละลายสีภายในใจของประชาชน เจรจาคลายปมความขัดแย้งชาวบ้าน ซึ่งความเป็นผู้หญิง (หน้าตาสวย...หัวเราะ) ทำให้ได้เปรียบ การพูดจาสารพัดหว่านล้อมท่ามกลางความขัดแย้งของชาวบ้าน เรื่องที่ทำท่าจะรุนแรงก็เย็นลงได้บ้างโดยนำน้ำเย็นเข้าลูบไว้ คนไทยส่วนใหญ่แล้วมีนิสัยน่ารัก พูดจากันรู้เรื่อง หากไม่ใช้อารมณ์พูดกัน ทุกอย่างก็จบ"
         
ขณะที่ สุภาณี ปิ่นปั่นหรือแอน สาวเมืองมะขามหวานจ.เพชรบูรณ์ บอกว่า ตั้งแต่ย้ายมาหน่วยเดียวกับพี่นาเดียร์และทราย กลายเป็นเสือพรานสาว 3 ใบเถา ไปไหนมาไหนหรือออกปฏิบัติภารกิจต่างๆ ก็ไปด้วยกันตลอด ที่ผ่านมาการปฏิบัติงานของทหารพรานหญิง แม้ว่าจะเจอปัญหาต่างๆ แต่ก็จะไม่ใช้ความรุนแรงในการปฏิบัติงานอย่างเด็ดขาด จะใช้ความได้เปรียบในเรื่องเพศ ซึ่งงานบางอย่างผู้ชายไม่สามารถทำได้ก็ใช้ความเป็นผู้หญิงในการเจรจาแก้ปัญหาต่างๆ
         
"ทหารชายเขาจะดูแข็งกร้าว แต่ถ้าเป็นทหารพรานหญิง ทั้งยังเป็นคนในพื้นที่ด้วยก็จะดูอ่อนโยน และเข้าใจกันมากกว่า ฉะนั้นไม่ว่าจะเจออะไรพวกเราก็พร้อมหมดช่วยกันแก้ปัญหาให้แล้วเสร็จไปด้วยดี"
         
ชีวิตอาสาสมัครทหารพรานหญิง หรือที่พวกเธอถูกขนานนามว่า "เสือพรานสาว"ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในด้านยุทธการและงานมวลชนจนส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น


 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท