posttoday
คำต่อคำเฉลิมส่องปรองดอง

คำต่อคำเฉลิมส่องปรองดอง

18 กันยายน 2553

คำต่อคำ"เฉลิม" มองการเมืองใต้กระแสปรองดอง มาร์คกินยาวถึงเลือกตั้ง ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ก็ไม่มีผล ถล่มเละคนพท. ไม่ยอมลงเรือลำเดียวกัน ระบุได้ 237 เสียงหลังเลือกตั้ง ก็ตั้งรัฐบาลยาก ต้องชนะเกินกึ่งหนึ่งสถานเดียว 

คำต่อคำ"เฉลิม" มองการเมืองใต้กระแสปรองดอง มาร์คกินยาวถึงเลือกตั้ง ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ก็ไม่มีผล ถล่มเละคนพท. ไม่ยอมลงเรือลำเดียวกัน ระบุได้ 237 เสียงหลังเลือกตั้ง ก็ตั้งรัฐบาลยาก ต้องชนะเกินกึ่งหนึ่งสถานเดียว 

คำต่อคำเฉลิมส่องปรองดอง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน สส.พรรคเพื่อไทย

เนื้อหาการวิเคราะห์การเมืองของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน สส.พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยเป็นการบรรยายให้กับ  คณะนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูงรุ่นที่2 ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากทุกพรรคการเมือง เข้าร่วมศึกษา ที่ได้เดินทางมาดูงานที่พรรคเพื่อไทย

ร.ต.อ.เฉลิม บรรยายว่า  ความปรองดองที่พูดกันในวันนี้ ที่มีการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม ดูแล้วเป็นเรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จ เพราะพรรครัฐบาลไม่เอาด้วยและดูแล้วคนเสนอน่าจะมีผลประโยชน์การเมืองซ่อนอยู่ อีกทั้งเนื้อหาที่เสนอก็ไม่ได้ครอบคลุมทุกภาคส่วน ซึ่งความเห็นส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับพรรคมองว่า เรื่องดังกล่าวถ้าจะทำ ต้องประกาศเป็นนโยบายก่อนเลือกตั้ง หากได้รับชัยชนะเกินกึ่งหนึ่งจึงต้องดำเนินการ ในคดีที่ยังไม่ตัดสินความผิด ออกกฎหมายนิรโทษกรรม ความผิดที่ตัดสินแล้วออกกฎหมายอภัยโทษ ให้พ.ต.ท.ทักษิณ หากพรรคไม่ชนะเลือกตั้งเบ็ดเสร็จทำไม่ได้ แต่ถ้าเราชนะเกินกึ่งหนึ่งจะทำ โดยให้มีเนื้อหาครอบคลุมทุกภาคส่วน

ร.ต.อ.เฉลิม  กล่าวว่า วันนี้คนไทยต้องลืมความหลัง แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ ส่วนพันธมิตร พรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทยนั้นก็ต้องรับด้วย เพราะได้ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว ถ้าไม่ประกาศเป็นนโยบายก่อน เมื่อชนะเลือกตั้งแล้วไปงุบงิบทำ รับรองมีเรื่องแน่นอน ไม่เกิน7วันเราก็ต้องไปแน่ ความสงบไม่มี ความสามัคคีไม่เกิด ความขัดแย้งก็ยังดำรงอยู่ในสังคมไทยต่อไป

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า การหาเสียงครั้งหน้า ยังไงก็ต้องขายพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะนโยบายประชานิยมที่ทำมามันจับต้อง กินได้ มีคนบอกพรรคนี้มีทั้งสายพิราบ สายเหยี่ยว ก็ใช่ แต่ผมไม่ได้เป็นทั้งสองสาย แต่เป็นสายทักษิณ หากปราศรัยครั้งหน้าไม่ขายทักษิณ ใครจะเลือก ไอ้พวกนักรบห้องแอร์ วันนี้เห็นแมวอ้วนหน่อยหลงว่าเป็นเสือ ไม่ใช่แมวนั่นแหละ การเมืองเราต้องชนะด้วยความเชื่อ

"สถานการณ์การเมืองวันนี้ รัฐบาลยังอยู่สบาย แม้จะมีรัฐซ้อนรัฐ ประชาธิปัตย์เป็นรัฐ แต่พรรคร่วมมีซ้อนรัฐ ปีกฝ่ายประชาธิปัตย์เผชิญวิกฤตน้อยมาก แต่ปีกอื่นเจอทุกวัน แต่นายอภิสิทธิ์ ยังมีภูมิต้านทานสูง คนจะหาว่าเราอิงรัฐบาลอีก ไม่ใช่ในทางการเมืองต้องรู้เขา รู้เรา ไม่อย่างนั้นรบทุกครั้งก็แพ้ทุกครั้ง พรรคประชาธิปัตย์ เผชิญวิกฤตขนาดใหญ่ตั้งแต่พรรคเปิดอภิปรายเงินบริจาคและรถไฟฟ้าสายสีม่วง หากเป็นรัฐบาลอื่นต้องไปแล้ว แต่ก็ยังอยู่ได้"

ร.ต.อ.เฉลิม ยังมองคดียุบพรรคเรื่องปมเงินบริจาค 29 ล้านบาทว่า ถ้าไม่ยุบพรรค หรือยุบแต่ไม่ตัดสิทธิคณะกรรมการบริหารพรรคก็จบ แต่หากยุบและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคด้วย ยังไงก็ต้องดันคนในพรรค อาจเป็นนายชวน หลีกภัย ขึ้นมารักษาการนายกฯแทน แม้เสียงกรรมการบริหารจะหายไป 23คน แต่อย่าลืมยังมีกลุ่มพรรคเพื่อแผ่นดิน17เสียง รวมกับกลุ่มพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อีก5เสียง รวมเป็น 22เสียง ขาดแค่1คน มองแล้วยังไงเขาก็เข้าร่วมรัฐบาลกัน 100เปอร์เซ็นต์ แต่ยังมีคนในพรรคเพื่อไทย ไปบอกน่าจะถึงเวลาเปลี่ยนขั้ว เราไปจับมือพรรคร่วมรัฐบาลตั้งรัฐบาลได้ จึงได้บอกไปถ้าทำได้ ต้องรอให้หิมะตกเมืองไทย มองการเมืองต้องมองให้ขาด หากพรรคร่วมขยับ รักษาการนายกฯจะยุบสภาฯทันที

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ดังนั้น 6เดือนนับจากนี้ รัฐบาลยังอยู่ได้สบายๆ ขนาดสมัยที่แล้วเจออภิปรายเรื่องเงินบริจาค และรถไฟฟ้าสายสีม่วง ยังผ่านมาได้ หากเป็นรัฐบาลอื่นต้องยุบไปแล้ว ส่วนสมัยหน้าเราจะยื่นอภิปรายหรือไม่ ต้องดูข้อมูลเนื้อหาก่อน หากมีไฮไลท์น้อยกว่านี้ ความเสียหายจะตกมาอยู่ที่ฝ่ายค้าน  ดังนั้น6เดือน รัฐบาลยังอยู่สบายๆ จะวิเคราะห์ในปีหน้า ก็ยังไกลไป นายอภิสิทธิ์ ยังอยู่ในทางการเมืองได้ จะเลือกเอารอดูกระแส หรือเลือกแบบมาร์กาเร็ต แธตเชอร์ ส่งทหารถล่มเกาะฟอล์กแลนด์ อาร์เจนติน่า กลับมากระแสดี ก็ยุบสภาฯเลือกมาก็ชนะ ส่วนคนที่บอก นายกฯไปหารือเซฟเฮ้าส์กับนักกฎหมาย ‘ว’ ร่างกฤษฎีกาเตรียมยุบสภาฯ ทั้งที่เป็นงานรูทีน เสมียนก็ทำได้ ไม่ต้องไปหารือถึงเซฟเฮ้าส์

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า สมัยหน้าหากพรรคเพื่อไทย ชนะเลือกตั้งเป็นเสียงข้างมาก หรือได้มา 237 เสียง ยังตั้งรัฐบาลยาก แต่หากชนะเกินกึ่งหนึ่ง ในสถานการณ์แบบนี้ ตั้งรัฐบาลได้ ส่วนจะอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องดูกันเป็นรายอาทิตย์ ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับนายตำรวจระดับสูง ได้วิเคราะห์เรื่องปรองดองให้ฟังว่าเกิดยาก จะเกิดได้ทุกฝ่ายต้องมีไมตรีจิตมีความจริงใจต่อกัน และต้องมีเสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพ แม้นายกฯมีความตั้งใจดี แต่ถามว่าปรองดองกับพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย เท่านั้น แค่คิดก็บ้าแล้ว มันต้องปรองดองกันทุกภาคส่วนเป็นองค์รวม โดยให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม แต่ถ้าบางส่วนยังเชื่อว่ามีความไม่ยุติธรรม มันก็ไม่ได้ ที่บอกว่าปรองดองเกิดยากเพราะยังไม่เชื่อใจกัน แม้คอลัมนิสต์มองว่า หากจะปรองดองกันได้ต้องอยู่ที่นักการเมือง แต่ตนไม่ได้มองอย่างนั้น ไม่ใช่แค่นักการเมือง แต่เกิดจากความยังไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน บางคนบอกบางพวกมาชุมนุม บางพวกถูกจับ บางพวกไม่ถูก แต่ไม่ได้ดูที่สำนวนหรือข้อเท็จจริงทางคดีว่าเป็นเพราะอะไร ไปเหมารวมว่าไม่ยุติธรรม ซึ่งไม่ใช่ แต่เป็นเพราะไม่ดูสำนวนคดีและเหตุผล ก็เลยยังระแวงกัน ยังเชื่อว่าสถาบันศาลยังเชื่อถือได้ เรามีความเห็นแตกต่างกันได้ แต่อย่านำไปสู่ความรุนแรง ถึงได้บอกการเคลื่อนไหวในกทม.จะสำเร็จได้ต้องมี 3ส่วน 1.ครูบาอาจารย์ออกมา 2.เมื่อออกมาแล้วลูกศิษย์ นักศึกษาจะตามมา และ3.ต้องมีคนกรุง มาเป็นมวลชนส่วนใหญ่และต้องเข้าร่วมด้วยใจบริสุทธิ์จริงๆ รวมทั้งการเคลื่อนไหวต้องเป็นธรรมชาติ ถ้ายังขาด3ส่วนนี้ ยังมองไม่เห็นชัยชนะ ถึงได้มีคนบอกเอาไว้ คนต่างจังหวัดตั้งรัฐบาล คนกรุงล้มรัฐบาล  ขณะเดียวกันก็ต้องแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม เศรษฐกิจดี สังคมดี บ้านเมืองก็มีทางออก ไม่ได้อยู่ที่ตัวนักการเมืองอย่างเดียว โดยปัญหาทางการเมือง จะแก้ได้โดย 1.ไม่ใช้ความรุนแรง 2.ไม่สร้างเงื่อนไขเพิ่ม 3.เชื่อมั่นระบบยุติธรรมไทย 4.ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นระบอบที่เลวน้อยที่สุด

ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า แม้ว่าวันนี้มีความพยายามแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง นายกฯตั้งนายอานันท์ ปันยารชุน มาเป็นประธานปฏิรูปประเทศ ทำงาน3ปี โดยใช้งบเปลืองที่สุด600ล้านบาท เมื่อหักจากวันหยุดราชการ นักขตฤกษ์เหลือเวลาทำงาน600ชั่วโมง หรือเท่ากับทำงาน1ล้านบาทต่อชั่วโมง เมื่อก่อนนายอานันท์ พูดสังคมไทยจะเงียบกริบ เข็มตกยังได้ยิน แต่วันนี้ไม่ใช่แล้ว ส่วนการตั้งนายคณิต ณ นคร มาดูสอบสวนข้อเท็จจริงการชุมนุมทางการเมือง แต่วันนี้นายคณิต ยังออกมาบ่นขอข้อมูลแล้วไม่ค่อยได้ ส่วนนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ที่มาดูเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เป็นบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือมักแสดงความเห็นทางการเมืองเข้าข้างบางฝ่าย คิดว่าไม่ว่าเลือกตั้งจะแบ่งเขตเล็กหรือเขตใหญ่ ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ เห็นได้จากการเลือกตั้งซ่อมในภาคอีสาน พรรคเพื่อไทยยังชนะได้

“พรรคเพื่อไทยเรานั่งเรือลำเดียวกัน ต้องหันหน้าไปทางเดียวกัน ถ้าหันหน้าคนละทางพายเรือ แม้ชนะแต่คงไม่เกินกึ่งหนึ่ง วันนี้เราต้องท่อง อัตตาหิ อัตตาโน นาโถ หรือตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ถึงแม้จะได้เลือกมาถึง 237 เสียง ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ ถึงเวลาอาจมีเงื่อนไขพิเศษทำให้เขาต้องไปรวมกันหมด ก็เป็นได้ ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งหน้าเราจึงต้องขายทักษิณ อย่างเดียว ต้องชู สร้างความหวังให้คนเห็นว่าเลือกแล้ว ทักษิณ จะได้กลับมา เหมือนพรรคประชาธิปัตย์ไปภาคใต้ ไม่ขายนายชวน ได้หรือไม่ ส่วนแนวคิดผมถ้าเสนอแล้วพรรคไม่เอา ในทางการเมืองก็ต้องทบทวนจะลงเขต หรือ สัดส่วน หากลงสัดส่วนคงไม่ต้องไปหาเสียง ส่วนอนาคตข้างหน้ายังไม่แน่ วันนี้ 63ปีแล้ว เป็นฝ่ายค้านมาตลอด ค้านต่ออีกคงไม่ไหว เชื่อว่าถ้าพรรคเพื่อไทยชนะได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง จะไม่มีการปฏิวัติ หรือคนคิดก็คงคิดหนัก ถ้าเป็นรัฐบาลเราต้องอย่าไปสร้างความกลัว ถ้าไปสร้างบอกจะย้ายผบ.ทบ ผบ.ตร. ไปย้ายแม่ทัพนายกอง รับรองโดนแน่ ทหารเขาทำอะไรไม่กลัว เหมือนคนตาบอดเข้าป่า ไม่กลัวอะไรเพราะไม่เห็นทั้งงู เสือ หรือม้า”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว   

ภายหลังการบรรยายตัวแทนที่เข้าร่วมได้สอบถามและแสดงความเห็น โดยนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ อดีตสว. และหนึ่งในนศ.หลักสูตรดังกล่าวถามว่า เวลานี้ยังไม่มีการเลือกตั้ง มองเรื่องนิรโทษกรรมในขณะนี้อย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คงไม่สำเร็จ คนที่เสนอก็คงไม่อยากให้สำเร็จ ดูความเป็นไปได้แล้วไม่มี เนื้อหาที่เสนอไม่ครอบคลุมและมันข่มจิตใจบางคน ถึงได้บอกว่าหากเราชนะเลือกตั้งครั้งหน้าเกินกึ่งหนึ่ง จะออกกฎหมายนิรโทษ อภัยโทษให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ต้องประกาศเป็นนโยบายก่อน หากชนะแล้วมางุบงิบทำ คนรับไม่ได้ 7วันเราก็ไปแล้ว เราต้องบอกให้คนไทยลืมความหลังแล้วเริ่มต้นกันใหม่ เท่าที่ดูหากโครงการรถเมลล์เอ็นจีวี 4000 คัน ไม่ผ่านครม. พรรคภูมิใจไทยอาจถอนตัว เรื่องนี้อาจเป็นสูตรหนึ่งทำให้รัฐบาลยุบสภาฯก็เป็นได้ แต่เชื่อว่าท้ายที่สุดพรรคประชาธิปัตย์คงไม่เอาด้วย

จากนั้นนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า อยากให้บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ ปัญหาการปรองดองมีกลไกลทางรัฐสภา แม้ร.ต.อ.เฉลิม ก็เชื่อและเตรียมประกาศเป็นนโยบาย แต่สุดท้ายกระบวนการทั้งหมดต้องผ่านสู่ที่ประชุมสภาฯ ทำไมต้องรอถึงเลือกตั้งครั้งหน้า น่าจะทำให้เกิดเดี๋ยวนี้ เพราะถ้าฝ่ายการเมืองจริงจัง คงไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าพรรคอื่นเอา พรรคประชาธิปัตย์ไม่เอา แต่ยังมีเสียงข้างมาก และไม่ต้องกลัวใครได้หรือไม่ได้ประโยชน์ กฎหมายปรองดอง คนทั้งประเทศจับตาดูอยู่ เมื่อเข้าสภาฯจะถูกจับตาแน่นอน กลไกลทางสภาฯ ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน แปรญัตติ ตั้งคณะกรรมการวิสามัญ เชื่อว่าไม่มีทางที่จะผ่านการพิจารณา3วาระรวดแน่นอน เมื่อผ่านหลักการขั้นที่1ก็ยังหัวเลี้ยวหัวต่อ ในเนื้อหาต้องดูอีกว่าครอบคลุมถึงใครบ้าง

“ถ้าฝ่ายการเมืองร่วมกัน คนก็จะฟังเสียง การแก้ปัญหาความปรองดองอย่าไปรอ เราเป็นฝ่ายคุมกลไกลของระบบ ถ้าเราจับมือจะปรองดองได้ ซึ่งไม่มีใครทำดีกว่าฝ่ายการเมือง เพราะเรามีทั้งฐานเสียงและคน อย่างในจ.อ่างทอง ผมสามารถชี้นำได้ ท่านเฉลิมเคยทำมวลชนมาก็น่าจะรู้อยู่”นายสมศักดิ์ กล่าว

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ก็ใช่ แต่วันนี้ไม่เอาด้วยอ่ะดิ ทำให้นายสมศักดิ์ กล่าวขึ้นมาอีกครั้งว่า ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลเอา พรรคเพื่อไทยบางคนเชื่อว่าเอาด้วย ส่วนบางคนทียังไม่ตกผลึก ก็ไม่ขอก้าวล่วง ถ้าเราเอา พรรคประชาธิปัตย์ไม่เอา เราก็เป็นเสียงข้างมาก

ร.ต.อ.เฉลิม ตอบว่า ที่ทำไม่ได้เพราะฝ่ายการเมืองไม่เอา พอจะเริ่มพันธมิตรฯก็จะเคลื่อนอีก แต่หากรอเลือกตั้งครั้งหน้า เราจะได้ฟังเสียงประชาชน ก็ต้องเรียนตามตรงบางพรรคยังกลัวบ้านเลขที่ 111 และ 109 ไม่อยากให้กลับมา พรรคเรามันไวน์น้ำสอง น้ำสามแล้ว ก็ไม่ผิดถ้าเขาจะกลัวไวน์น้ำ1 กลับมา ถามว่าผิดไหม ไม่ผิด หากเป็นเราก็อาจคิดอย่างนี้

ขณะที่นศ.บางคนถามว่ามีการมองกันว่าจะมีสถานการณ์พิเศษทำให้ไม่มีการเลือกตั้ง ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะมีสถานการณ์ทำให้ยืดเยื้อไม่ให้มีการเลือกตั้ง คนที่แสดงความเห็นอย่างนี้อาจเป็นพวกที่อยากอยู่ในอำนาจ ขนาดวันนี้ประเทศพม่า ยังจัดเลือกตั้งได้เลย ใครที่คิดจะทำอะไร คงไม่กล้า โลกเขารังเกียจหมด

ด้านนายมานิต นพอมรบดี อดีตรมช.สาธารณสุข จากพรรคภูมิใจไทย ได้ถามว่า ถ้าส.ส.ร่วมมือกัน ข้างบนจูบปากกัน แม้ข้างล่างจะยังถีบกัน ก็จะถูกมองว่าใครเริ่มก่อน ยังไงก็ดีกว่าที่เราไม่เริ่ม และน่าจะวอร์มก่อนที่จะมีเลือกตั้ง ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า แค่คิดเรื่องนี้ก็ดีแล้ว แต่ยังมีความหวาดระแวงกันอยู่ เรียนตามตรงวันนี้พรรคท่านก็ไปหาเสียงบางพื้นที่ไม่ได้ ถ้าจะพูดเรื่องปรองดอง ส่วนเสื้อแดงบอกถ้าปรองดองแล้ว 91 ศพ จะว่าอย่างไร รวมทั้งผู้ก่อการร้ายสากล จะว่าอย่างไร มีคนบอกว่ามีพรรคภูมิใจไทยเสนอมา เหมือนเป็นการทิ้งไพ่หรือไม่ เพราะเรื่องรถเมลล์กำลังจะเข้าพิจารณา แต่ถ้าหากท่านยืนยันจะเอา ยื่นชื่อ5หมื่นชื่อ ก็อาจเป็นไปได้ที่ทำให้รัฐบาลยุบสภาฯ การเมืองวันนี้มันชิงไหว ชิงพริบกัน แค่พูดปรองดอง หากพันธมิตรฯมองว่าเพื่อปูทางให้ทักษิณ กลับมาเป็นใหญ่ ทั้งที่เนื้อหาไม่เกี่ยวเลย แต่การจะเริ่มได้ต้องได้ทุกภาคส่วนเข้าร่วมด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท