posttoday
ทางรอดเอสเอ็มอี

ทางรอดเอสเอ็มอี

15 กรกฎาคม 2560

เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จากตัวเลขดัชนีเศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้งการส่งออก การบริโภค ดัชนีการผลิต

เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จากตัวเลขดัชนีเศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้งการส่งออก การบริโภค ดัชนีการผลิต การฟื้นตัวของเศรษฐกิจทำให้หน่วยงานพยากรณ์เศรษฐกิจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต่างพากันปรับขึ้นตัวเลขอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) กันทั้งหมด

แต่ภาพรวมเศรษฐกิจที่ดีขึ้นนี้ยังไม่ทำให้ประชาชนรับรู้ได้ว่าดีจริง ภาคธุรกิจส่วนใหญ่อาจจะรับรู้ได้แต่ก็ไม่มาก ส่วนผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย (เอสเอ็มอี) ก็คงรู้สึกได้ว่าเศรษฐกิจไม่ดี เพราะการทำธุรกิจยังฝืดเคือง จะขอเงินกู้มาเป็นทุนหมุนเวียนจากธนาคารก็ลำบากยากเย็น

ปัญหาใหญ่ของเอสเอ็มอีในขณะนี้คือการขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียน ยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจเพิ่งฟื้นตัวธนาคารพาณิชย์ซึ่งเป็นแหล่งเงินกู้ที่สำคัญต่างพากันเข้มงวดการให้กู้ เนื่องจากเกรงปัญหาหนี้เสีย ทำให้การพิจารณาสินเชื่อเต็มไปด้วยเงื่อนไข การจะให้เงินกู้หรือไม่ขึ้นกับสภาพคล่องทางธุรกิจ มียอดขายมีเงินเข้าออกบัญชีอย่างไร ถ้าให้กู้แล้วไม่มั่นใจว่าจะได้คืนก็ไม่เสี่ยงที่จะให้สินเชื่อ

ความยากของการให้เอสเอ็มอีกู้ เห็นได้จากตัวเลขการค้ำประกันสินเชื่อวงเงิน 1 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นผู้ดำเนินการ แต่ค้ำประกันเงินกู้ไปได้แค่ 1.67 ล้านบาทเท่านั้น ยังเหลือวงเงินอีกมาก

หนึ่งในเหตุผลที่การค้ำประกันเงินกู้ได้ไม่มากตามที่รัฐบาลต้องการ ทางสมาคมธนาคารไทย ระบุว่า เป็นเพราะ บสย.ค้ำประกันเงินกู้แค่ 23.75% เท่านั้น ควรจะเพิ่มการค้ำประกันความเสี่ยงขึ้นเป็น 30% ก็จะช่วยให้เอสเอ็มอีได้รับเงินกู้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ดี แม้จะเพิ่มสัดส่วนการค้ำประกันเงินกู้ ก็ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าธนาคารพาณิชย์จะให้เงินกู้แก่เอสเอ็มอีเป็นการทั่วไป

การปล่อยสินเชื่อในขณะนี้ ธนาคารพาณิชย์สร้างระบบเครดิตสกอริ่งขึ้นมาเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการปล่อยกู้ และการปล่อยกู้ก็จะดูจากกระแสเงินสดที่ไหลเข้าออก ให้เห็นว่ามีรายได้เพียงพอที่จะชำระเงินกู้ และจะพิจารณาจากหลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นรองจากกระแสเงินสด หากธุรกิจยังไม่ดีพอก็จะไม่ปล่อยสินเชื่อให้

ความคิดที่จะช่วยเหลือเอสเอ็มอีนั้นมีมาทุกรัฐบาล เพราะธุรกิจเอสเอ็มอีมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไม่แพ้ผู้ประกอบการรายใหญ่ มูลค่าธุรกิจของเอสเอ็มอีคิดเป็น 30-40% ของจีดีพีประเทศ และมีการจ้างงานมากไม่แพ้ผู้ประกอบการรายใหญ่ เพียงแต่จำนวนรายของผู้ประกอบการมากกว่าเท่านั้น

แต่ธุรกิจรายย่อยเหล่านี้ส่วนใหญ่ทำธุรกิจแบบครอบครัว ระบบบัญชีต่างๆ ก็ยังไม่ได้มาตรฐาน อาจมี 2-3 บัญชี เป็นจุดอ่อนทำให้ไม่น่าเชื่อถือในเรื่องรายได้ ทำให้การเข้าถึงสินเชื่อยากเช่นกัน ซึ่งรัฐเองก็พยายามผลักดันให้เอสเอ็มอีเหล่านี้เข้าสู่ระบบมาตรฐานของการทำบัญชี เข้าสู่ระบบการเสียภาษีที่ถูกต้อง ที่จะทำให้ธุรกิจได้รับการยอมรับเป็นการทั่วไป

เรื่องนี้เมื่อรัฐช่วยแล้วผู้ประกอบการเอสเอ็มอีก็จะต้องช่วยเหลือตัวเองด้วย แต่ในที่สุดแล้วการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ดีที่สุด รัฐบาลก็จะต้องบริหารเศรษฐกิจให้ดี ให้เศรษฐกิจฟื้นแบบกระจายตัว ให้เอสเอ็มอีขายของออกมีสภาพคล่อง การได้เงินกู้ก็จะไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69