posttoday
สนช.เห็นชอบกม.อาญานักการเมือง เปิดทางไต่สวนลับหลัง

สนช.เห็นชอบกม.อาญานักการเมือง เปิดทางไต่สวนลับหลัง

13 กรกฎาคม 2560

สนช.เห็นชอบกม.อาญานักการเมือง เปิดทางไต่สวนลับหลังได้ เหตุนักการเมืองโกงหนักจึงต้องใช้วิธีพิเศษ ยันไม่ขัดหลักสากล

สนช.เห็นชอบกม.อาญานักการเมือง เปิดทางไต่สวนลับหลังได้ เหตุนักการเมืองโกงหนักจึงต้องใช้วิธีพิเศษ ยันไม่ขัดหลักสากล

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติเอกฉันท์ 176 คะแนนเห็นชอบให้ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้รับการประกาศใช้เป็นกฎหมาย ซึ่งตามขั้นตอนจะต้องส่งร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่ผ่านความเห็นชอบจากสนช.แล้วให้กับศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องและคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาว่าเนื้อหาในร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญมีเนื้อหาตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ต่อไป

สำหรับการพิจารณาในรายละเอียดนั้นสมาชิกสนช.ส่วนใหญ่ได้อภิปรายสอบถามถึงความชัดเจนในมาตรา 26-27 ว่าด้วยการให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาไต่สวนคดีลับหลังจำเลยว่าการกำหนดไว้เช่นนั้นจะถือเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เป็นจำเลยหรือไม่ เพราะโดยหลักทั่วไปของการพิจารณาคดีอาญาจะต้องไต่สวนคดีต่อหน้าจำเลย ไม่อาจไต่สวนลับหลังจำเลยได้

นายธานี อ่อนละเอียด สมาชิกสนช. อภิปรายว่า ระบบวิธีพิจารณาความอาญาของประเทศไทยได้วางหลักการมาตลอดว่าการพิจารณาคดีต้องกระทำต่อหน้าจำเลย ไม่ใช่การพิจารณาลับหลัง ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล ขณะเดียวกัน การพิจารณาคดีลับหลังจะเป็นสิทธิของจำเลยในการร้องขอต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา 172 และ มาตรา 172 ทวิ แต่ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้กลับกำหนดไว้ตรงข้าม โดยไม่ให้การพิจารณาคดีลับหลังจำเลยเป็นสิทธิของจำเลย

“ขอให้อธิบายเป็นภาษาชาวบ้านเพื่อให้บุคคลภายนอกรับฟังด้วยว่าการพิจารณาคดีลับหลังจำเลยเป็นอย่างไร และกฎหมายฉบับนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกติกาสิทธิพลเมืองที่ยูเอ็นได้รับรองไว้หรือไม่”นายธานี กล่าว

ด้าน นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง สมาชิกสนช.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ ชี้แจงว่า โดยหลักทั่วไปแล้วการพิจารณาคดีจะต้องกระทำต่อหน้าจำเลยเพื่อให้สิทธิในการสู้คดีแก่จำเลยอย่างเต็มที่ แต่ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นการดำเนินคดีอาญาสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งการจัดตั้งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบ

การทุจริตเป็นการเฉพาะ โดยการทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐมีการกระทำที่แตกต่างจากชาวบ้านทั่วไป เช่น มีการวางแผนก่อนจะกระทำความผิด มีเครือข่ายในการกระทำความผิด มีการตระเตรียมในการกระทำความผิด อันเป็นการทำให้ยากต่อการแสวงหาพยานหลักฐาน

“ที่สำคัญ เมื่อระบบเดิม คือ การมีตัวจำเลยมาพิจารณาคดี แต่ต่อมาจำเลยหลบคดีหนีระหว่างการพิจารณาของศาล ส่งผลให้กระบวนการพิจารณาคดีต้องหยุด จนทำให้คดีขาดอายุความในการดำเนินคดีอาญา ทำให้ผู้กระทำความผิดที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมือง ต้องหลุดพ้นจากความรับผิดที่ได้กระทำไว้ ดังนั้น หลักการพิจารณาต่อหน้าจำเลยจึงใช้กับคนทั่วไปแต่ใช้ไม่ได้กับผู้มีอิทธิพล”นายภัทรศักดิ์ กล่าว

นายภัทรศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับปัญหาที่มีการกังวลว่าการให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลยนั้นเป็นขัดต่อหลักสากลหรือไม่ ขอยืนยันว่าไม่ได้ขัดต่อหลักการดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะกติกาที่ว่าด้วยสิทธิของความเป็นพลเมืองในเรื่องการได้รับการพิจารณาคดีต่อหน้าศาลก็มีข้อยกเว้นอยู่ กล่าวคือ การพิจารณาคดีลับหลังจำเลยสามารถกระทำได้ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐได้พยายามนำตัวจำเลยมาแล้วและออกหมายจับ แต่ไม่ได้ตัวจำเลยมา ถือว่าจำเลยสละสิทธิในการรับการพิจารณาคดีต่อหน้าศาล

“อย่างไรก็ตาม ถึงจะเป็นการพิจารณาคดีลับหลังจำเลย แต่จำเลยสามารถแต่งตั้งทนายความมาต่อสู้คดีได้ เช่นเดียวกับกรณีที่ศาลที่พิพากษาลงโทษจำคุกแล้ว จำเลยก็สามารถขอรื้อฟื้นคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ ซึ่งเป็นหลักกฎหมายของประเทศอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งศาลสิทธิมนุษยชนก็ให้การยอมรับ”นายภัทรศักดิ์ กล่าว

นายอุดม รัฐอมฤต กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวว่า  คดีทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีความสามรถในการหลบหนีเพื่อให้รอดพ้นจากอำนาจของรัฐในการที่จะอยู่ภายใต้กระบวนการยุติธรรม เมื่อเป็นเช่นนี้กระบวนการยุติธรรมตามระบบเดิมคงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้  ดังนั้น การแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สามารถฟ้องคดีโดยไม่ต้องมีตัวเลย หรือให้ศาลสามารถดำเนินคดีไปได้โดยไม่ต้องมีตัวจำเลยเป็นแนวความคิดที่ต้องการทำให้กระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยไม่เป็นการตัดสิทธิของจำเลยที่ไม่ได้อยู่ในศาล เพราะจำเลยยังสามารถตั้งทนายความมาสู้คดีได้

“ชาวบ้านทั่วไปอยู่ภายใต้อำนาจของกระบวนการยุติธรรมและกฎหมาย แต่คนที่หลบหนีและจงใจไม่อยู่ภายใต้กระบวนการยุติธรรม ถามว่าเราจะอย่างไรกับเขาครับ อันนี้เป็นเรื่องที่กฎหมายต้องการสร้างความเท่าเทียมและความเป็นธรรมแท้ๆ” นายอุดม กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท