
เตือนให้ที่พักพิงผู้ก่อความไม่สงบใต้เจอโทษจำคุก
ยะลา-ศาลจำคุก3เดือนสามีภรรยาให้ที่พักพิงผู้ก่อความไม่สงบแต่ให้รอลงอาญา2ปีกอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้าวอนประชาชนอย่าสนับสนุนผู้ก่อเหตุรุนแรง
ยะลา-ศาลจำคุก3เดือนสามีภรรยาให้ที่พักพิงผู้ก่อความไม่สงบแต่ให้รอลงอาญา2ปีกอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้าวอนประชาชนอย่าสนับสนุนผู้ก่อเหตุรุนแรง
พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่สนธิกำลังวิสามัญนายลุกมาน มะดิง ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ เหตุเกิดเมื่อวันที่30มิ.ย.60 และเจ้าหน้าที่ยังได้คุมตัว นายสือดี มาหะมะ และนางสีตีพาตีเมาะ เซ็งกะจรี สองสามีภรรยาเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุหมู่.6 ต.บือมัง อ.รามัน จ.ยะลา ไปสอบถามที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร หนองจิกปัตตานีผลจากการซักถาม นายสือดีขั้นต้นให้การยอมรับว่าเป็นแนวร่วม มีหน้าที่จัดเก็บเงินรายเดือน จากสมาชิกแนวร่วมในพื้นที่และให้ที่พักพิงแก่ผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยเฉพาะนายลุกมาน มะดิง ได้เคยมาพักพิงที่บ้านแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานส่งฟ้องคดีตามกฎหมาย โดยเมื่อวันที่ 7พ.ค.60 ศาลจังหวัดยะลา ได้มีคำสั่งพิพากษาตัดสินลงโทษให้จำคุกนายสือดี มาหะมะ และนางสีตีพาตีเมาะ เซ็งกะจรี ฐานให้ที่พักพิงแก่นายลุกมาน มะดิง ที่เสียชีวิตจากการเหตุการณ์ปะทะ คนละ 3 เดือน และปรับคนละ1หมื่นบาท บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาเป็นเวลา2 ปี
จากการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่หลายครั้งที่ผ่านมา พบว่าผู้ก่อเหตุรุนแรงมักจะเข้ามาอาศัยพักพิงและหลบซ่อนเพื่อเตรียมก่อเหตุความรุนแรงที่บ้านญาติ แนวร่วมและผู้ให้การสนับสนุน ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งนอกจากจะได้รับโทษในฐานให้ที่พักพิงซึ่งได้กำหนดอัตราโทษสูงสุดให้จำคุกไม่เกิน2 ปี และปรับไม่เกิน 4หมื่นบาท แล้ว อาจได้รับโทษฐานเข้าไปมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทำความผิดซึ่งมีอัตราโทษที่สูงขึ้นอีกด้วย จึงถือเป็นบทเรียนที่สำคัญที่พี่น้องประชาชนต้องให้ความสำคัญและตระหนักถึงผลกระทบจากการให้ความช่วยเหลือหลบซ่อนพักพิงและให้การสนับสนุนกับผู้ก่อเหตุรุนแรง ดังนั้นหากพบบุคคลแปลกหน้าหรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาในเขตที่พักจะต้องรีบแจ้งให้ผู้นำท้องที่หรือเจ้าหน้าที่รัฐได้รับทราบเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป







