
ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก
มีคำถามถกเถียงกันอย่างมาก ในเรื่องเศรษฐกิจดีหรือไม่ดี หน่วยงานพยากรณ์เศรษฐกิจต่างๆ ก็ได้ประมวลตัวเลข
โดย...แบงก์กลิ้ง
มีคำถามถกเถียงกันอย่างมาก ในเรื่องเศรษฐกิจดีหรือไม่ดี
หน่วยงานพยากรณ์เศรษฐกิจต่างๆ ก็ได้ประมวลตัวเลขอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในครึ่งปีแรก และคาดการณ์ทั้งปี 2560 มาแล้ว ซึ่งตัวเลขโน้มเอียงไปในทางเดียวกันหมดคือ แสดงให้เห็นเศรษฐกิจไทยกระเตื้องขึ้น ทั้งการส่งออก การบริโภค การผลิต แม้การลงทุนจะยังไม่เกิดแต่ดัชนีเศรษฐกิจที่สำคัญส่วนใหญ่ดีขึ้น
เห็นดัชนีเศรษฐกิจจากหลายๆ สำนักแล้ว ผู้เขียนก็คิดถึงดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานรากที่ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจและเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารออมสิน จัดทำขึ้นมา เพื่อให้ธนาคารและหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนใช้ติดตามเป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า ให้รับรู้ปัญหาและหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที
ดัชนีนี้ ธนาคารเก็บข้อมูลจากกลุ่มประชาชนในระดับฐานราก หรือกลุ่มคนที่มีรายได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ที่มีต่อเศรษฐกิจทั้งในปัจจุบันและในช่วง 6 เดือนข้างหน้า หากค่าดัชนีสูงกว่าระดับ 50 แสดงว่าประชาชนในระดับฐานรากมีความเห็นว่าภาวการณ์ด้านนั้นๆ จะ “ดีขึ้นหรืออยู่ในระดับที่ดี”
ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากค่าดัชนีต่ำกว่าระดับ 50 แสดงว่าประชาชนในระดับฐานรากมีความเห็นว่าภาวการณ์ด้านนั้นๆ จะ “แย่ลงหรืออยู่ในระดับที่ไม่ดี”
ผู้เขียนได้มีโอกาสสนทนากับคุณชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ว่าควรจะมีการจัดทำดัชนีเศรษฐกิจฐานรากนี้อย่างละเอียด เพราะหน่วยงานพยากรณ์เศรษฐกิจอื่นๆ ได้ทำแต่ในภาพรวมแบบ Macor Economic ซึ่งทำกันอย่างแพร่หลายมาก แต่ดัชนีเศรษฐกิจฐานรากนี้เป็น Micor Economic ซึ่งหน่วยงานพยากรณ์เศรษฐกิจทั้งหลายไม่ค่อยทำกัน อาจจะเป็นเพราะเก็บข้อมูลยาก
ผู้อำนวยการออมสิน ท่านบอกว่าเห็นด้วยว่าควรจะให้หน่วยงานต่างๆ ใช้ประโยชน์ จึงได้เปิดให้เผยแพร่ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจฐานรากต่อสาธารณะ จากในอดีตที่มีการเก็บข้อมูลต่างๆ ไว้ใช้ภายในธนาคารเอง ในการวางแผนจัดทำนโยบายต่างๆ
ในฐานะเป็นธนาคารของประชาชน ธนาคารออมสินจึงมีสาขามากและใกล้ชิดกับลูกค้ารายย่อยอย่างแนบแน่น ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าขายของแผงลอย โอท็อป เอสเอ็มอีรายย่อย สินค้าเกษตรก็มีแต่อาจจะไม่มากเท่าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลด้านสินค้าเกษตรโดยเฉพาะ เรียกได้ว่าธนาคารออมสินมีสินเชื่อลูกค้ารายย่อยทุกประภทจริงๆ ดังนั้น จึงอยู่ใกล้ข้อมูลที่เป็นจริงมากกว่าคนอื่น
ผู้เขียนเห็นว่าดัชนีนี้จะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลมากในการดำเนินนโยบายสำหรับช่วยเหลือประชาชนในระดับฐานราก ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ตรงจุดตามความต้องการที่แท้จริง และสามารถวัดได้ว่าเศรษฐกิจภายในประเทศดีหรือไม่ดีกันแน่ เช่น หากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ หนี้ครัวเรือนยังสูง การบริโภคของกลุ่มคนฐานรากไม่เติบโต การบริโภคโดยรวมของประเทศก็จะลดลง เป็นต้น
ธนาคารออมสินได้แถลงดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจฐานรากในไตรมาสแรกของปี 2560 ไปแล้ว และในกลางเดือน ก.ค.นี้ ก็จะมีการแถลงตัวเลขของครึ่งปีแรกว่าดัชนีฐานรากเป็นอย่างไร ซึ่งผู้เขียนก็รอติดตามชมอยู่ว่าตัวเลขเป็นอย่างไร เพราะตัวเลขเศรษฐกิจระดับมหภาคในภาพรวมนั้น ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้แถลงตัวเลขและต่างปรับประมาณการอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ขึ้นเป็น 3.6-4% จากปัจจัยการส่งออกฟื้นตัวดีเกินคาดเป็นหลัก
แม้เศรษฐกิจภาพรวมจะดี แต่ในระดับครัวเรือนเหมือนยังมีปัญหา เงินทองไม่สะพัดการบริโภคยังขยายตัวต่ำ ทำให้คนข้างล่างยังเห็นว่าเศรษฐกิจไม่ดีจริง เกิดข้อถกเถียงมากมายว่าเศรษฐกิจดีหรือไม่ดีกันแน่







