
ขึ้นทะเบียนแรงงานรอบใหม่
สภาเกษตรฯ เสนอรัฐเปิดให้นายจ้างนำแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายขึ้นทะเบียนชายแดนคู่ขนานชะลอใช้ พ.ร.ก. 180 วัน
โพสต์ทูเดย์ - สภาเกษตรฯ เสนอรัฐเปิดให้นายจ้างนำแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายขึ้นทะเบียนชายแดนคู่ขนานชะลอใช้ พ.ร.ก. 180 วัน
นายสิทธิพร จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ แถลงว่า สภาเกษตรฯ เสนอให้รัฐเปิดขึ้นทะเบียนแรงงานผิดกฎหมายในช่วงการชะลอบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ใน 180 วัน ไม่เช่นนั้นเวลาจะไม่พอ และจะเปิดให้นายหน้าแรงงานหาประโยชน์จากมาตรการนี้อีก
ทั้งนี้ เห็นด้วยกับนโยบายจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวและกำหนดโทษปรับสูง 4-8 แสนบาท เพราะจะทำให้ปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและระบบส่วยแรงงานหมดไปหรือน้อยลง ทุกอย่างจะมีระบบมากขึ้น เพราะทุกวันนี้บางแห่งต้องจ่ายส่วยเป็นรายเดือน
นายมงคล สุขเจริญคณา นายกสมาคมประมงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตัวเลขแรงงานผิดกฎหมายทั้งสีเทาและสีดำมีประมาณ 3 ล้านคน โดยตัวเลขกระทรวงแรงงานระบุว่าถูกกฎหมาย 1.3 ล้านคน อีก 1.3 ล้านคนมีพาสปอร์ต มีวีซ่า แต่ไม่มีใบอนุญาต
นายกสมาคมประมงฯ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหานี้ เพราะจะกระทบการเติบโตเศรษฐกิจลำพังภาคประมงทุกวันนี้ขาดแรงงานเรือประมงพาณิชย์ 3,000 ลำ หลังจากจอดมา 7 เดือน ตั้งแต่เข้มงวด พ.ร.ก.ประมงและการทำประมงที่ผิดกฎหมายขาดการรายงานและไร้การควบคุม (ไอยูยู) เสียหายแล้วเดือนละกว่า 1 หมื่นล้านบาท
“เราเสนอให้รัฐเปิดขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวใหม่อีกรอบในทุกสาขาที่ต้องการ เพราะปีก่อนเปิดประมงกับแปรรูปประมงเท่านั้น โดยให้นายจ้างนำแรงงานไปพิสูจน์สัญชาติที่ชายแดน ทำวีซ่าและออกใบอนุญาตทำงานที่จุดเดียว เสียเงินไม่เกิน 3,000 บาท/คน คิดว่านายจ้างยินดี แทนที่จะให้แรงงานกลับไปหมดและไม่รู้จะกลับมาอีกหรือไม่” นายมงคล กล่าว
นายมงคล ระบุว่า มาตรการที่ให้แรงงานกลับบ้านไปพิสูจน์สัญชาติเป็นการผลักภาระให้แรงงานกลับไปทำใบอนุญาตในประเทศต้นทางแล้วกลับเข้ามาใหม่ ซึ่งจากประสบการณ์โอกาสที่แรงงานจะกลับมาใหม่ไม่ถึงครึ่ง เพราะต้องใช้เงินเกือบ 3 หมื่นบาท/คน และหากทำเอ็มโอยูแรงงาน ต้องใช้เงินเกือบ 9 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ สภาเกษตรฯ เสนอให้ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานของกระทรวงแรงงาน ฝึกแรงงานไทยเข้าสู่ภาคประมง ซึ่งสมาคมประมงยินดีที่จะจ้างวันละ 400 บาทขึ้นไป หรือจ้างเป็นเดือน 1.2 หมื่นบาท/เดือน







