
ในหลวงพระราชทานถุงกำลังใจให้พสกนิกรชาวพิจิตร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงห่วงใยพสกนิกรที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดพิจิตรพระราชทานให้นำถุงกำลังใจ (ถุงยังชีพ)ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงห่วงใยพสกนิกรที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดพิจิตรพระราชทานให้นำถุงกำลังใจ (ถุงยังชีพ)ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์
นายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ นายสุวิทย์ วัชโรทยางกูร ผวจ.พิจิตร ได้นำถุงกำลังใจ หรือ (ถุงยังชีพ) จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงห่วงใยพสกนิกรชาวจังหวัดพิจิตรที่ประสบอุทกภัยแม่น้ำยมเอ่อท่วมมายาวนานกว่า 1 เดือนในพื้นที่ต.รังนก อ.สามง่าม และพื้นที่ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร
สำหรับถุงกำลังใจ หรือ ถุงยังชีพพระราชทานประกอบไปด้วยเครื่องอุปโภค บริโภค เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค มามอบช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมเพื่อบรรเทาทุกข์ในพื้นที่ดังกล่าวจำนวน 3 จุดๆแรกบริเวณศาลาวัดบ้านใหม่ ต.รังนก อ.สามง่าม ราษฏรเดือดร้อน 2 หมู่บ้านจำนวน 283 ชุด จุดที่ 2 บริเวณศาลาวัดกระทุ่มน้ำเดือด ต.รังนก ราษฏรเดือดร้อน 6 หมู่บ้าน จำนวน 1,217 ชุด และบริเวณศาลาวัดวังจิก ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง ราษฏรเดือดร้อน 10 หมู่บ้านจำนวน 1,000 ชุด รวมทั้งสิ้น 2,500 ชุด
ทั้งนี้พสกนิกรชาวจังหวัดพิจิตรที่ประสบอุทกภัยต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงห่วงใยโดยพสกนิกรต่างซาบซึ้งจนหาที่สุดมิได้ ซึ่งนายดิสธร วัชโรทัย กล่าวว่าสิ่งของที่ในหลวงพระราชทานมาให้อยู่ในถุงที่มีค่ากว่าสิ่งของ คือ พระองค์ท่านทรงประทานกำลังใจใส่มาให้ในถุงอย่างล้นเปี่ยมและทรงฝากบอกขอให้ทุกคนจงเข้มแข็ง โดยจะมีพระองค์อยู่เคียงข้างเสมอ
ในส่วนของ นางมณี วงศ์แก้ว อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/1 หมู่ที่ 6 บ้านใหม่ และ นางสำเภา ดิษฐ์สงฆ์ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 156/1 หมู่ 8 ต.รังนก อ.สามง่าม จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงห่วงใยพสกนิกรและปราบปลื้มซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มอบถุงยังชีพเพื่อเป็นกำลังใจมาให้ และจะขอต่อสู้ต่อไป นอกจากนี้ยังจะขอนำพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงที่ทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำมามอบให้เอาไปกราบไหว้บูชาและขออัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์







