
ชุดเฉพาะกิจศรีวิชัยทลายร้านเภสัชขายยาแก้ไอให้วัยรุ่น
นครศรีธรรมราช-ชุดเฉพาะกิจศรีวิชัยทลายร้านเภสัชลอบขายยาแก้ไอให้เยาวชนในพื้นที่เจ้าของทำงานที่รพ.เอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่
นครศรีธรรมราช-ชุดเฉพาะกิจศรีวิชัยทลายร้านเภสัชลอบขายยาแก้ไอให้เยาวชนในพื้นที่เจ้าของทำงานที่รพ.เอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่
นายอำพล สังช์ทอง หัวหน้าชุดเฉพาะกิจศรีวิชัยของจังหวัดนครศรีธรรมราช นำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฯ เข้าตรวจสอบการจำหน่ายยาของร้านยาท่าเรือเภสัช เลขที่ 67/11 ม.10 ต.ท่าเรือ อ.เมืองนครศรีธรรมราช หลังได้รับการร้องเรียนจากพลเมืองดีว่าร้านดังกล่าวได้ลักลอบจำหน่ายยาแก้ไอแก่เด็กและเยาวชนเกินกว่าที่กฎหมายได้กำหนดไว้นานแล้ว
เจ้าหน้าที่ได้เข้าสังเกตการณ์ที่หน้าร้านดังกล่าวอยู่เป็นเวลานาน พบว่ามีเด็กและเยาวชนเข้ามาใช้บริการเข้าออกจากร้านตลอดเวลา และได้ซื้อยาแก้ไอติดไม้ติดมือ 2-3 ขวดรวม 11 ราย ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมการที่ด้รับการร้องเรียนมา จากนั้นชุดเฉพาะกิจศรีวิชัยได้เข้าแฝงตัวเข้าไปทำการล่อซื้อยาแก้ไอที่ร้านดังกล่าว 4 ขวด ซึ่งในการเข้าซื้อมีผู้ขายเป็นบุคคลทั่วไป ไม่มีเภสัชกรประจำอยู่แต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุมพบว่าเจ้าของร้านยาดังกล่าวเป็นเภสัชกร ทำงานอยู่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมเภสัชกรดเจ้าของร้านไปปฏิบัติงาน เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางยาแก้ไอถึง 450 ขวด พร้อมเชิญตัวเภสัชกรและลูกจ้างที่จำหน่าย ไปลงบันทึกพร้อมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราชดำเนินการเอาผิดต่อไป
นายอำพลฯ ระบุว่า นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ความสำคัญและเข้ากวาดล้างการกระทำผิดดังกล่าวอย่างเข้มงวด เนื่องจากเยาวชนจะนำยาแก้ไอไปเป็นส่วนประกอบในการทำน้ำกระท่อมที่นิยมกันมากในขณะนี้และได้คาดโทษกับร้านขายยาในพื้นที่ทุกร้านว่า หากพบมีการกระทำผิดหรือรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำผิดจะมีการเอาโทษในขั้นสูงสุดด้วย
ทั้งนี้ยาแก้ไอเป็นที่นิยมของกลุ่มวัยรุ่นที่มาซื้อเพื่อนำไปผสมกับน้ำต้มใบพืชกระท่อมสด หรือยาเสพติดสูตร 4 คูณ 100 ฤทธิ์ยาทำให้มีอาการเซื่องซึมคล้ายคนเมายาเสพติด ซึ่งระบาดอย่างหนักในพื้นที่ภาคใต้ ร้านจำหน่ายยาแผนปัจจุบันจะจำหน่ายและขายดีเป็นเทน้ำเทท่า โดยไม่คิดถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน เพียงเพื่อหวังผลประโยชน์ที่เป็นเม็ดเงินที่ไร้จิตสำนึก และยังมีอีกจำนวนมากในตัวเมืองนครศรีธรรมราชที่ต้องปราบปราม.







