
ครอบครัวเหยื่อเมาแล้วขับดับ5ศพร้องผู้ว่าฯตรัง
ตรัง-ครอบครัวเหยื่อเมาแล้วขับชนกู้ภัย-ตำรวจเสียชีวิต5ศพ ยื่นหนังสือผู้ว่าฯเมืองตรังยกปัญหาเมาแล้วขับเป็นวาระระดับจังหวัดหยุดความสูญเสีย
เมื่อวันที่4ก.ค.60 ที่ศาลาว่าการจังหวัดตรัง นางกานต์ระวี ซุ่นสั้น ภรรยาดาบตำรวจอนันต์ ซุ่นสั้น หรือ จ่าซิ้ม ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.คลองเต็ง อ.เมืองตรัง เหยื่อรายที่ 5 จากอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งเข้าชนกลุ่มหน่วยกู้ภัย และตำรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตรวม5ศพ ได้เดินทางพร้อมด้วยญาติพี่น้อง อาสาสมัครกู้ภัยที่เสียชีวิต แกนนำเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา และเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ กว่า 30 คน เข้ายื่นหนังสือถึงนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เพื่อติดตามความช่วยเหลือกรณีถูกคนเมาแล้วขับชนเสียชีวิต และเสนอให้ปัญหาเมาแล้วขับผลักดันให้เป็นวาระระดับจังหวัด เพื่อหยุดความสูญเสียจากพฤติกรรมเมาแล้วขับ โดยมีนางกัลป์ลิภา แสงเจริญกุล หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง เป็นผู้รับหนังสือแทน
นางไพรัช วัฒนกุล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นและเป็นข่าวที่สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวตรังและประชาชนทั้งประเทศ และพฤติกรรมเมาแล้วขับเป็นสิ่งที่เกิดซ้ำซาก ไม่ใช่เฉพาะที่ตรังเท่านั้นแต่เป็นปัญหาใหญ่ในภาพรวมของประเทศ ซึ่งจะพบว่าในแต่ละปีมีผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรทางบกมากกว่า15,000 ราย และ 1 ใน 4 เป็นกรณีเมาแล้วขับ ทั้งนี้จากการเก็บข้อมูลจากข่าวทั้งประเทศในรอบสามปีที่ผ่านมา ของสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า พบว่ากรณีปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งอุบัติเหตุ อาชญากรรม ทะเลาะวิวาท ส่งผลให้เหยื่อที่เป็นตำรวจมีมากกว่า 49 ราย และ อาสาสมัครกู้ภัย/อปพร.อีกกว่า 17 ราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่ปลอดภัยของฝ่ายที่ทำงานในการป้องกันช่วยเหลือ ยิ่งประชาชนทั่วไปแล้วตกอยู่ในสภาวะที่อันตรายอย่างยิ่ง
ขณะที่ นางกานต์ระวี ซุ่นสั้น ภรรยาดาบตำรวจผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนและครอบครัว รวมถึงภาคีเครือข่ายฯที่มาในวันนี้ เพื่อต้องการแสดงจุดยื่นและมีข้อเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดังนี้
1.ขอให้พิจารณา ปัญหาดื่มแล้วขับเป็นวาระสำคัญระดับจังหวัด “ชาวตรังต่อต้านดื่มแล้วขับ” โดยมีการรณรงค์และบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการจราจรทางบกอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง
2.ขอให้มีการจัดเวทีระดมความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนองค์กรภาคประชาชน ในการร่วมกัน หยุดพฤติกรรมดื่มแล้วขับ หยุดความสูญเสีย
และ4.เครือข่ายฯขอให้กำลังใจผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัครกู้ภัย และส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเครือข่ายพร้อมร่วมสนับสนุนภารกิจเพื่อลดปัญหาดื่มแล้วขับของจังหวัดตรังอย่างเต็มที่







