
พ่อไม่ยอมผอ.โรงเรียนตบหน้าม.2ต้องย้ายออกสถานเดียว
ขอนแก่น-พ่อไม่ขอไกล่เกลี่ยกับผอ.โรงเรียนบ้านไผ่ตบหน้าลูกชายให้สารภาพขโมยมือถือของรุ่นพี่ ด้านตำรวจยืนยันดำเนินคดีตามกฎหมายเพราะมีการแจ้งความแล้ว
ขอนแก่น-พ่อไม่ขอไกล่เกลี่ยกับผอ.โรงเรียนบ้านไผ่ตบหน้าลูกชายให้สารภาพขโมยมือถือของรุ่นพี่ ด้านตำรวจยืนยันดำเนินคดีตามกฎหมายเพราะมีการแจ้งความแล้ว
นายนรินทร์ พรหมสาขา ณ สกลนคร รักษาการยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ ที่ทำการ อบต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านไผ่ศึกษา จ.ขอนแก่น ก่อเหตุตบหน้านักเรียนชายชั้น ม. 2 เหตุเพราะเข้าใจว่า เป็นคนขโมยโทรศัพท์ของรุ่นพี่ไป และหากไม่ยอมรับสารภาพก็จะลงมือตบซ้ำอีก ทำให้นักเรียนชั้นม.2 ต้องยอมรับสารภาพและมีการแพร่ภาพผ่านโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งทางรักษาการยุติธรรมจังหวัดขอนแก่นใช้เวลาพูดคุยกันประมาณ 1 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ยุติธรรมจังหวัดได้เข้าพบกับนายวรรณประกรณ์ จุมพลน้อย ผอ.โรงเรียนบ้านไผ่ศึกษาหลังจากที่พูดคุยกันเสร็จสิ้นก็ไม่ได้มีการให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายไพบูลย์ โพธิ์อุดม อายุ 48 ปี บิดาของนักเรียนชายชั้นม.2 กล่าวว่า เรื่องนี้คงไกล่เกลี่ยกันไม่ได้เพราะคงไม่ยอม มีอย่างเดียวคือต้องการให้ย้ายผอ.โรงเรียนออกจากพื้นที่ และรับผิดชอบส่วนคดีความให้ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย เพราะถ้ายอมความหรือยอมไกล่เกลี่ยก็รับตั้งแต่วันที่ผอ.โรงเรียนบ้านไผ่ศึกษาไปพบที่บ้านแล้ว
"การพบกันครั้งนั้นผอ.โรงเรียนบ้านไผ่ศึกษายอมรับว่าตบหน้าลูกชายผมจริงและขอร้องไม่ให้พูดถึงเรื่องโทรศัพท์หาย ให้พูดแต่เรื่องทำร้ายเพราะอยากจบแค่เรื่องทำร้ายร่างกาย ไม่อยากเอ่ยถึงเรื่องคลิป หรือเรื่องโทรศัพท์หาย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลูกผมถูกตบเมื่อผู้ใหญ่มาตบหัวแล้วมาลูบหลังแบบนี้ ใช้ไม่ได้ ขอให้ย้ายออกจากพื้นที่ ลูกผมก็พึ่งผ่าตัดหัวใจมาเจอเรื่องแบบนี้หากให้อยู่ในพื้นที่ก็จะไปทำกับลูกคนอื่นอีก” นายไพบูลย์ กล่าว
ขณะที่ พ.ต.ท.ธีร์ธัชช์ พงษ์สุวรรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.บ้านไผ่ กล่าวว่า ทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามจะไกล่เกลี่ยกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งการไกล่เกลี่ย เป็นเรื่องของสองฝ่ายจะพูดคุยกัน แต่ในทางคดีตำรวจจะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฏหมาย หลังรับแจ้งความร้องทุกข์ได้เรียกฝ่ายผู้เสียหายมาทำการสอบสวนแล้ว ส่วนผู้ที่ถูกกล่าวหายังไม่ได้เรียกมาสอบ เพราะต้องรอผลตรวจร่างกายจากแพทย์ก่อนจึงจะเรียกผอ.มาทำการสอบสวน.
ด้าน นายนรินทร์ พรหมสาขา ณ สกลนคร รักษาการยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การลงพื้นที่มาตรวจสอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะถ้าหากไกล่เกลี่ยกันได้ ก็จะทำให้ชาวบ้าน ชุมชน โรงเรียนอยู่กันอย่างสงบสุขได้ แต่จากการพูดคุยกับบิดา ก็ยังยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด และให้ ผอ.ฯย้ายออกนอกพื้นที่ ส่วนน้องโจ ยังยืนยันจะกลับมาเรียนที่โรงเรียนเดิม แต่กลัวว่าจะถูก ผอ.ฯทำร้ายอีก จึงยังไม่กล้าไปเรียนหนังสือ
"ในส่วนการเข้าสอบปากคำและสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ไม่พบตัว ผอ.ฯ ทราบจากครูในโรงเรียนว่า เดินทางไปพบผู้บังคับบัญชา เพื่อรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น จึงได้พูดคุยกับครูในโรงเรียนเท่านั้น อย่างไรก็ตามเมื่อลงพื้นที่มาตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบบางเรื่องที่คลาดเคลื่อน ทั้งนี้ในฐานะยุติธรรมจังหวัด เมื่อทราบรายละเอียดแล้วก็จะทำรายงานให้ สพม.25 ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลโรงเรียนดังกล่าวทราบเรื่อง ส่วนการไกล่เกลี่ยนั้น คงยังไม่สามารถจบกันได้ เพราะทางผู้เสียหายยืนยันจะเอาเรื่อง ในจุดนี้ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ส่วนทางด้านวินัย เชื่อว่า สพม. 25 น่าจะมีการมอบหมายให้นิติกร ลงพื้นที่สอบสวนเรื่องดังกล่าวแล้วเช่นกัน"นายนรินทร์ กล่าว







