posttoday
ตร.ยังไม่พบสิ่งบ่งชี้เหตุสาวเบลเยียมดับที่เกาะเต่าเป็นฆาตกรรม

ตร.ยังไม่พบสิ่งบ่งชี้เหตุสาวเบลเยียมดับที่เกาะเต่าเป็นฆาตกรรม

02 กรกฎาคม 2560

ตำรวจเข้าตรวจที่พักผู้นำลัทธิ "ไสบาบา" ที่เกาะพะงัน พบเจ้าตัวบินอินเดีย ขณะที่ รอง ผบช.ภาค 8 ชี้เหตุสาวเบีลเยียมตายยังไม่พบสิ่งบ่งชี้เป็นการฆาตกรรม

ตำรวจเข้าตรวจที่พักผู้นำลัทธิ "ไสบาบา" ที่เกาะพะงัน พบเจ้าตัวบินอินเดีย ขณะที่ รอง ผบช.ภาค 8 ชี้เหตุสาวเบีลเยียมตายยังไม่พบสิ่งบ่งชี้เป็นการฆาตกรรม

ความคืบหน้าคดีพบศพ น.ส.เอลิส เดลมานจ์ อายุ 30 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติเบลเยียม ที่เสียชีวิตบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 27 เม.ย.60 ที่ผ่านมา หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้บังกะโลที่พักและมีกำหนดกลับออกจากเกาะเต่าในวันที่ 24 เม.ย.60 โดยมารดาผู้เสียชีวิตมีข้อสงสัยการเสียชีวิตของบุตรสาว นั้น

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. พ.ต.อ.สมชาย นพศรี ผกก.สภ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ได้มอบชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบที่ตั้งลัทธิ "สัตยา ไสบาบา" (Sathya Sai Baba)ของนายรามัน อันเดรียส (RAAMAN ANDREAS )สัญชาติเยอรมัน ที่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 5 บริเวณอ่าวศรีธนู ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน แต่ไม่พบตัว โดยพบเพียงสมาชิกชาวต่างชาติอยู่ 2 คน ซึ่งได้แจ้งว่า นายรามันเดินทางไปประเทศอินเดียและประเทศศรีลังกา เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาซึ่งตรงกับช่วงที่ น.ส.เอลิส เสียชีวิต โดยไม่ทราบว่าจะกลับมาเมื่อใด

พล.ต.ต.ชลิต ถิ่นธานี รอง ผบช.ภาค 8 เปิดเผยว่า ได้ประสานตำรวจกองปราบปราม ตำรวจสันติบาล ตำรวจท่องเที่ยว และตรวจคนเข้าเมือง ให้ติดตามนายรามัน ซึ่งถ้าได้พบตัวนายรามันจะทำให้ทราบถึงสาเหตุการเสียชีวิตของ น.ส.เอลิส ได้เพราะน.ส.เอลิสมีความสนิทสนมกับนายรามัน

วันเดียวกัน ที่ สภ.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน พล.ต.ต.ชลิต พร้อมชุดสืบสวนภาค 8 ตำรวจภูธรจังหวัด กองปราบปรามและเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบศพบริเวณโขดหิน อ่าวโตนด หมู่ 2 ต.เกาะเต่า อีกครั้ง เพื่อหาที่มาเชือกที่ น.ส.เอลิส ผูกคอกับต้นไม้ โดยพบเชือกที่ใช้ทำอวนประมงเส้นผ่าศูนย์กลาง1 ซ.ม.ลักษณะเดียวกันอยู่บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ พร้อมกับตรวจสอบร้านจำหน่ายน้ำมันเบนซินแบบบรรจุขวดที่บริเวณเชิงเขาแบบเดียวกับที่พบในกระเป๋า น.ส.เอลิส โดยเจ้าของร้านระบุว่าอาจเป็นขวดน้ำมันของร้าน ซึ่งตำรวจเชื่อว่า น่าจะถูกหยิบไป โดยคาดว่าครั้งแรกอาจจะคิดสั้นฆ่าตัวตายด้วยการจุดไฟเผาในห้องพักที่บังกะโล

ต่อมา ไปตรวจสอบภาพกล้องวงจรที่โพไซดอนบังกะโล อ่าวโตนด ใกล้กับจุดที่พบศพพบว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย.60 เวลา 08.00 น.น.ส.เอลิส มาซื้อข้าวเปล่าที่ร้านและจะขอชำระกับบัตรเครดิต ทางร้านไม่สามารถรับชำระได้ จึงขอจ่ายพร้อมจองตั๋วเรือโดยสารระบบออนไลน์โดยจ่ายหักผ่านบัตรเครดิตผ่านอินเทอร์เน็ตที่ร้านระบุวันเดินทางวันที่ 24 เม.ย.60 จึงเชื่อว่าผู้เสียชีวิตอาจจะไม่ได้ตั้งใจจะเดินทางกลับในวันดังกล่าว

พล.ต.ต.ชลิต กล่าวว่า จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของชุดสืบสวนทั้งหมดยังไม่พบหลักฐาน หรือพยานใดที่บ่งชี้ว่าเป็นเรื่องการฆาตกรรม ประกอบกับการตรวจสอบประวัติ น.ส.เอลิสและภาพกล้องวงจรพบว่าเป็นผู้นิยมในลัทธิ ไส บาบา ประกอบกับปัญหาสุขภาพจิตที่มีอยู่และเคยพยายามวิ่งให้รถไฟชนเมื่อวันที่ 4 เม.ย.60 ในท้องที่สถานีตำรวจรถไฟนพวงศ์ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้แล้ว จึงเชื่อว่า น.ส.เอลิส อาจจะมีความกดดันส่วนตัวประกอบกับเหตุเพลิงไหม้ที่ห้องพักบังกะโลทริปเปิ้ลบีอาจจะเป็นตัวเร่งเร้าทำให้ตัดสินใจคิดสั้นจากกลัวความผิด

"ประเด็นกระเป๋าเดินทาง น.ส.เอลิส สอบสวนพยานแล้วเชื่อว่าเกิดจากความผิดพลาดของพนักงานบริษัทเรืออาจจะนำกระเป๋าลงจากเรือไม่หมด ซึ่งบริษัทได้ประกาศหาเจ้าของจนทราบว่าเป็นของ น.ส.เอลิส และไม่ได้เป็นเจตนาส่งกระเป๋ากลับตามที่มีสื่อไประบุ ส่วนคดีการเสียชีวิตและสูญหายนักท่องเที่ยวทั้ง 7 คดีในรอบ 3 ปีที่สื่อต่างชาตินำเสนอ สตช.มีการรวบรวมสำนวนการสอบสวนไว้หมดทุกคดีสามารถชี้แจงได้ทุกคดี ยืนยันว่าทำคดีอย่างตรงไปตรงมาไม่มีการบิดเบือน เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์ใดๆ "พล.ต.ต.ชลิต กล่าว

พล.ต.ต.ชลิต กล่าวและว่า การนำเสนอข่าวสื่อออนไลน์ในพื้นที่ อ.เกาะสมุย ที่มีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของเว็บไซต์ กำลังตรวจสอบว่าจุดประสงค์ใดจึงนำเสนอข่าวไม่ตรงข้อเท็จจริงและทำลายการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในพื้นที่ เนื่องจากทำให้นักท่องเที่ยวไม่มั่นใจในความปลอดภัย โดยจะประสานฝ่ายความมั่นคงและหน่วยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเบื้องต้นทราบแล้วว่าผู้ใดเป็นเจ้าของสื่อดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.วิชอบ เกิดเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า การสอบสวนปากคำพยานเพิ่มเติมตามประเด็นข้อสงสัยของมารดา น.ส.เอลิส กับสื่อต่างประเทศ ได้สอบพยานไปแล้วกว่า 15 รายซึ่ง เป็นพยานที่เกี่ยวข้องกับการพบศพ น.ส.เอลิส รวมทั้งพนักงานบังกะโล พนักงานเรือโดยสาร จากเป้าหมายพยานเพิ่มเติม ทั้งหมดประมาณ 25 ราย ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนจะเร่งสอบให้เสร็จและรายงานผลต่อผู้บังคับบัญชาภายในวันที่ 3 ก.ค.นี้

"จากนั้นจะนำสำนวนการชันสูตรพลิกศพเข้าสู่การพิจารณาของคณะพนักงานสอบสวน เพื่อลงความเห็นเสนอต่อผู้บังคับบัญชา สำหรับการสอบปากคำและการสืบสวนหาข่าวของชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เกาะเต่าและสภ.เกาะพะงัน ยังไม่พบสิ่งผิดปกติหรือพยานหลักฐานอื่นใดที่จะเชื่อมโยงว่ามีผู้อื่นทำให้ น.ส.เอลิส ถึงแก่ความตายหรือเป็นเหตุฆาตกรรม"พ.ต.อ.วิชอบ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ