"สุริยะใส"ถาม2พรรคใหญ่จะแก้ "แฟมิลีโหวต" อย่างไร
สุริยะใส ถาม 2 พรรคใหญ่ไม่เอา "ไพรมารีโหวต" แล้วจะแก้ปัญหา "แฟมิลีโหวต" อย่างไร เสียดายนักการเมืองทิ้งโอกาสกู้วิกฤตศรัทธาระบบตัวแทน
สุริยะใส ถาม 2 พรรคใหญ่ไม่เอา "ไพรมารีโหวต" แล้วจะแก้ปัญหา "แฟมิลีโหวต" อย่างไร เสียดายนักการเมืองทิ้งโอกาสกู้วิกฤตศรัทธาระบบตัวแทน
นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย กล่าวว่า ไม่แปลกใจที่บรรดาพรรคการเมืองโดยเฉพาะสองพรรคใหญ่ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ประการศจุดยืนในนามพรรคค้านระบบไพรมารีโหวต (primary vote) หรือการเลือกตั้งชั้นต้นที่ปรากฎในร่าง พรป.พรรคการเมือง และก็ไม่แปลกใจที่บรรดา ส.ส.ที่เคยออกมาสนับสนุนตอนนี้ก็เงียบหายไป ซึ่งก็ตอกย้ำวัฒนธรรมพรรคการเมืองแบบไทยๆ ที่มีเจ้าของไม่กี่คน
"ถ้อยแถลงของทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนคล้ายๆกันคือการโจมตีจุดอ่อนของระบบไพรมารี่โหวตล้วนๆ แต่ไม่ได้ชี้ให้เห็นถึงข้อดีเลยโดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับระบบสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองในขณะนี้ที่ไม่เป็นระบบ ผูกขาดโดยเจ้าของพรรคไม่กี่คนและนายทุนพรรค ทำให้คนขับรถคน คนติดตามหรือเครือญาดิใกล้ชิดเจ้าของพรรคก็สามารถเลือกพื้นที่ลงเลือกตั้งได้โดยไม่สนใจประชาชนในเขตนั้นว่าจะรู้สึกอย่างไร จนกลายเป็นระบบแฟมิลีโหวต (family vote)"นายสุริยะใสกล่าว
นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า อย่าลืมว่าวิกฤตศรัทธาต่อนักการเมืองที่รุนแรงขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาทำให้ประชาชนและสังคมไม่ไส้วางใจนักการเมืองมากขึ้นจนกลายเป็นวิกฤตระบบตัวแทน เพราะผู้แทนหรือ ส.ส.ไม่ได้สะท้อนความเป็นตัวแทนของประชาชนจริงๆ
ระบบไพรมารีโหวตที่ปรากฎใน ร่างพรป.พรรคการเมือง แม้มีปัญหาอยู่บ้าง แต่กรรมาธิการร่วม สนช.และ กรธ. ก็สามารถปรับแก้เพื่อให้สามารถปฎิบัติจริงได้ เช่น การกำหนดพื้นที่นำร่อง การสนับสนุนทุนและทรัพยากรให้พรรคการเมือง หรือมีแผนริเริ่มที่ยืดหยุ่นในช่วงแรกๆ แต่ถ้าจะตั้งธงค้านไม่เอาเลยในขณะที่ของเก่าก็ไม่ยอมรับว่ามีปัญหาอันนี้เราก็ไม่สามารถคาดหวังการปฏิรูปพรรคการเมืองได้เลย
"พรรคการเมืองก็มีสิทธิค้านแต่ก็ต้องมีทางออกให้กับประชาชนที่คาดหวังและอยากเห็นการปฏิรูปพรรคการเมืองด้วยโดยเฉพาะการทำลายรื้อระบบแฟมิลี่โหวตและปรับตัวสู่พรรคการเมืองที่ประชาชนเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมมากขึ้น น่าเสียดายที่พรรคการเมืองกำลังจะทำลายโอกาสของตัวเองในครั้งนี้ และเชื่อว่าวิกฤติศรัทธาต่อพรรคการเมืองและนักการเมืองก็ยังเป็นสิ่งที่เราจะเผชิญต่อไป"นายสุริยะใสกล่าว







