"อุเทน"ชี้ปัญหาพรก.ต่างด้าวสะท้อนความสะเพร่าฝ่ายกฎหมาย
"อุเทน"ชี้ออก ม.44 เว้นบางมาตราใน พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว สะท้อนความสะเพร่าฝ่ายกฎหมาย-เนติบริกร ทำ คสช.ต้องขายขี้หน้าอีกครั้ง
"อุเทน"ชี้ออก ม.44 เว้นบางมาตราใน พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว สะท้อนความสะเพร่าฝ่ายกฎหมาย-เนติบริกร ทำ คสช.ต้องขายขี้หน้าอีกครั้ง
นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ชะลอการบังคับใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 หลายมาตราที่เกี่ยวข้องการเอาผิดทั้งแรงงานและนายจ้าง รวมถึงบทลงโทษค่าปรับที่รุนแรง ออกไปอีก 120 วัน หลังจากที่กฎหมายฉบับนี้เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า เพียงไม่กี่วันที่กฎหมายออกมาได้ว่าสร้างความโกลาหลวุ่นวายให้กับผู้ประกอบการและแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมาก จึงมีการใช้อำนาจมาตรา 44 หักล้างกฎหมายที่เพิ่งประกาศใช้ โดยอ้างว่าเพื่อให้ทุกฝ่ายปรับตัวนั้น สะท้อนว่าการเขียนและประกาศใช้ พ.ร.ก.ครั้งนี้ ขาดการประชาสัมพันธ์ และรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน เป็นการเขียนกฎหมายแบบคิดเองเออเองจนทำให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจหรือเศรษฐกิจอย่างมากในเวลาเพียงไม่กี่วัน
นายอุเทน กล่าวอีกว่า เข้าใจดีที่รัฐบาล ต้องเร่งออก พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวฯ เพื่อหวังเอาใจทางสหรัฐอเมริกา ทั้งในการปรับสถานะประเทศไทยในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report) ให้อยู่ในระดับที่ดีขึ้น หรือเพื่อภาพลักษณ์ในสายตาชาวโลก เพราะนายกฯไทยมีกำหนดการไปเยือนสหรัฐฯในเร็วๆนี้ แต่ผลที่ออกมาปรากฎว่า ทั้งในส่วนของรายงานค้ามนุษย์ก็ไม่ดีขึ้น เนื่องจากการประกาศใช้กฎหมายอย่างเร่งรีบ กระชั้นจนเกินไป จึงไม่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว กลับมีผลกระทบในภาคธุรกิจ จนต้องใช้มาตรา 44 ซ้อนมาอีก กลายเป็นเล่นตลกให้นานาชาติหัวเราะ
เมื่อเป็นเช่นนี้นายกฯก็ต้องเตรียมคำอธิบายในการเดินทางไปเยือนสหรัฐฯให้ดีในเรื่องแนวนโยบายและพรก.นี้ ที่สำคัญเรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้งในยุค คสช. ทั้งการออกคำสั่ง คสช.ยกเลิกคำสั่ง คสช.เอง หรือการออกมาตรา 44 เพื่อล้มล้างเนื้อหาตัวบทกฎหมายที่ คสช.เป็นผู้บัญญัติขึ้นเอง กลับกลายเป็นว่าคนที่มีอำนาจและเวลาจนเหลือล้น กลับนำอำนาจเหล่านั้นที่มีผลกับประเทศและคนส่วนรวมมาใช้ราวกับเป็นของเล่น หรือเครื่องทดลอง จึงต้องโทษทั้งคนให้นโยบาย และผู้ดำเนินการ โดยเฉพาะพวกเนติบริกร พวกนักกฎหมายประเทศไทย ที่รับผิดชอบในการออกร่างและออกตัวบทกฎหมาย ที่ทำให้ คสช.ต้องขายหน้า เสื่อมศรัทธาอีกครั้ง
"อยากฝากถึงรัฐบาล คสช. รวมทั้งสภาตรายางอย่าง สนช.ว่า อย่าออกคำสั่ง หรือกฎหมาย อย่างไม่รอบคอบและสะเพร่าแบบนี้อีก การกำหนดเวลาเริ่มใช้กฎหมายและรายละเอียดต่างๆ ควรคำนึงถึงผลกระทบของคนปฏิบัติบ้างว่า มีเวลาพอไหมและจะมีผลลัพธ์อย่างไร" นายอุเทน กล่าว







